บทที่ 4 เหนือ x หนึ่ง - ขอโทษนะ
คอนโดวันหนึ่ง
รถที่เธอนั่งแล่นช้าเข้ามาจอดสนิทบนลานจอดรถใต้ถุนคอนโด ตู๋เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องหันมาขมวดคิ้วหลังจากดับเครื่องยนต์แล้ว
“ไหวไหมเนี่ยพี่” เป็นคำถามที่ไม่น่าจะได้รับคำตอบ เนื่องจากร่างบางข้างคนขับในตอนนี้หลับคอพับไปแล้ว “เยี่ยมเลย”
ลำบากคนที่อาสามาส่ง กะส่งแค่ใต้คอนโดในทีแรกต้องแบกไปส่งถึงบนห้อง ซึ่งแน่นอนว่าการแบกวันหนึ่งเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่มันไม่ง่ายเลย สำหรับเขาแบกข้าวสารยังซะดีกว่า เพราะถึงจะหนักมาก แต่มันก็อยู่นิ่ง ไม่เหมือนกับเธอหนักพอกับข้าวสาร แล้วก็ซนราวกับลิง
“กุญแจอยู่ไหนพี่”
ตู๋ถามตอนออกมาจากลิฟต์ เดินถึงหน้าประตูห้องแล้ววางเธอลง หากแต่ปล่อยให้ยืนเองไม่ได้ ยังจะต้องประคองไว้ เพราะคนตัวเล็กไม่มีสติ
“มึงใครวะ”
“จะใครล่ะ ผมก็น้องสุดที่รักของพี่ไงครับ เอากุญแจมา”
“กูไม่มีน้องโว้ย มึงโจรใช่ไหม”
“อย่าเรื้อนดิวะพี่ เร็ว เดี๋ยวคนอื่นก็ออกมาด่าหรอก พี่แม่งเมาแล้วโคตรเสียงดัง”
“อ๋อ กูจำได้แล้ว มึง..ไอ้ตู๋!... ใช่ป่าว”
คราวนี้เจ้าของชื่อที่ดูจะหงุดหงิดในทีแรก เนื่องจากอีกคนซุกซนจนเกินไป ถึงกับต้องหลุดหัวเราะให้กับความทะเล้นของเธอ พลางตัดสินใจถือวิสาสะหาคีย์การ์ดด้วยตัวเอง ซึ่งมันอยู่ในกระเป๋าที่เธอกำลังสะพาย และแน่นอนว่าเขาจะต้องล้วงออกมา
“เออ ผมตู๋ ยืนนิ่งๆ ทีหลังถ้าเมาแบบนี้ไม่ต้องโทรหาผมแล้วนะ นอนคลับไปเลย”
แกร็ก!
“ตู๋มึงรู้ไหม ไอ้เซนต์มาขอคืนดีกู”
ประตูเปิดพอดีกับที่เจ้าของห้องพูด ทั้งที่เขารู้มาบ้างแล้วจากคำบอกเล่าของโจเนื่องจากพักหลังๆเห็นแฟนเก่าเธอมาป้วนเปี้ยนแถวร้านบ่อย แต่พอได้ยินจากปากเจ้าของกลับเลี่ยงชะงักไม่ได้ เขายืนนิ่งไปอึดใจเพื่อสังเกตอาการ ดูก็ออกว่าเธอนั้นเสียใจแค่ไหนถึงได้ปล่อยตัวเมามายแบบนี้ ทว่าเขากลับรู้สึกพอใจจนคลี่ยิ้มออกมา แทนที่จะสงสารเธอ
“อืมรู้.. มา เข้ามาก่อน”
“รู้แล้วทำไมมึงไม่ห้ามมันวะ”
“ผมจะไปห้ามอะไรเขาพี่ แค่รู้จักไม่ได้สนิทกัน ถ้าสนิทคงโดนผมต่อยไปแล้ว”
“มึงว่าไงนะ”
ประโยคหลังเสียงเขาเบา จนคนเมาไม่ได้ยิน เธอถามซ้ำแต่เจ้าของประโยคกลับเฉไฉเปลี่ยนเรื่องอื่น
“พี่กินน้ำหน่อยนะ จะได้สร่างสักนิด เดี๋ยวตื่นมาปวดหัว”
จากนั้นก็ถือวิสาสะเดินไปในครัว เทน้ำในเหยือกใส่แก้วแล้วถือออกมา หากแต่ยื่นให้อีกคนไม่ทันได้รับ กลับปัดแก้วนั้นจนมันตกกระจายเกลื่อนพื้น
เพล้ง!
“กลับไป แล้วปิดประตูให้กูด้วย”
หญิงสาวโบกมือไล่ ก่อนทิ้งตัวลงกลางเตียงแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น แทนที่เขาจะโกรธเพราะเธอทำเลอะจนเขาต้องไปหาไม้ถูพื้นมาเช็ด กลับยืนมองด้วยความสงสารแทน พลางถอนหายใจออกมาแรงๆ
“อืม ผมกลับก็ได้ พี่ก็อย่าร้องไห้ให้มันมาก คนเลวๆแบบนั้นไม่คู่ควรกับน้ำตาพี่หรอก” ถึงอยากจะปลอบขนาดไหน แต่เขาก็รู้ขอบเขตดี และมั่นใจหากทำอะไรเกินเลยเธอตื่นมามีสติในวันรุ่งขึ้นจะต้องไม่เหมือนเดิมแน่ เขาจึงเลือกที่จะทิ้งระยะห่าง ทำได้แค่ห่วง ปล่อยให้ความชอบอยู่ได้แค่ในใจไปอย่างนั้น สำหรับเขาแค่เธอนึกถึงยามอ่อนแอ โทรให้มารับตอนเมาเพราะความไว้ใจ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ถึงได้สัญญากับตัวเองเอาไว้ว่า เขาจะไม่ทำลายมิตรภาพข้อนี้โดยเด็ดขาด!
“ล็อคประตูให้ด้วย”
“ครับ พรุ่งนี้ถ้าพี่ไปทำงานไม่ไหวก็ไม่เป็นไรนะ ผมจะหยุดเรียนมาทำแทนพี่เอง”
“อืม ขอบใจ แต่ไม่ต้อง กูไหว”
เมื่อบานประตูปิดลงพร้อมเสียงล็อคจากข้างใน คนบนเตียงทิ้งความเงียบไว้ราวสิบนาทีจึงจะพยุงตัวเองลุกขึ้นมานั่ง ก้มมองผลงานของตัวเองที่มาจากนิสัยแย่ๆที่แสร้งทำ เพราะไม่อยากให้เพื่อนรุ่นน้องต้องอยู่นานกว่านี้ เนื่องจากเธอรู้ดีเขาคิดอะไรกับเธอ อีกอย่างเธอไม่ได้อยากอ่อนแอต่อหน้าเขา ส่วนเมื่อครู่ที่เธอร้องไห้มันมาจากความผิดพลาด เธอปิดกั้นความรู้สึกไว้ต่อไปไม่ได้ แต่พอน้ำตาเอ่อล้น หน้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ สติจึงกับมาบ้างเล็กน้อย
“ขอโทษนะตู๋”
