บท
ตั้งค่า

บทที่ 12 เหนือ x หนึ่ง - ทำคุณบูชาโทษ

รู้ตัวอีกทีก็ตอนข้อมือข้างหนึ่งถูกเขาถือวิสาสะกระชากฉุด และออกแรงดึงจนร่างเล็กปลิวไปตามแรง

“เดี๋ยวคุณ”

บรรยากาศภายในรถ กับความเย็นยะเยือกถึงขนาดฟันล่างและบนกระทบกันดังกึดๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมน้ำหอมกลิ่นเดิมคลุกเคล้ากับกลิ่นบุหรี่อีกทีทำหญิงสาวฟุ้งซ่าน ถึงขนาดต้องเบือนหน้าไปทางอื่น เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า ต่างจากคนขับที่เอาแต่นั่งเงียบเมื่อรับรู้เส้นทาง หลังจากเธอบอกแล้ว

“เดี๋ยวพอถึงป้ายสีเขียวขวามือ คุณจอดนะคะ หนึ่งจะเดินเข้าไปเอง”

แต่หากจำเป็นต้องพูด เธอจะเอาแต่นั่งเงียบไม่ได้ สาวเจ้าเม้มแน่นเมื่อการพูดของเธอไม่ได้แปรเปลี่ยนอะไรคนฟัง แม้แต่สีหน้าที่เรียบสนิทก็ยังเหมือนเดิม ราวกับเธอไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ กับคำสั้นๆที่ตอบแทนความเข้าใจออกมา

“อืม” เอาแต่มองทางข้างหน้า จนกระทั่งถึงที่หมาย “นี่เหรอ?”

“ค่ะ จอดได้เลยค่ะ”

เขาจอดเทียบหน้าปากซอยตามป้ายสีเขียวที่เธอบอก พลางมองแพ่งเข้าไปข้างใน เมื่อเห็นว่ามันค่อนข้างมืดและลึกจึงเลิกคิ้วสูง

“มืดนะ ใช่ทางไปคอนโดเหรอ”

“มันเป็นทางลัดน่ะค่ะ” วันหนึ่งปลดเข็มขัดนิรภัย ละสายตาจากสิ่งนั้นขึ้นมองใบหน้าเจ้าของเส้นผมที่เคยเปียกชุ่มเปลี่ยนเป็นหมาดผลของการโดนลมแอร์ขณะขับรถ “ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยหนึ่ง และอุตส่าห์มาส่ง.. ว่าแต่เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าคะ”

“เปล่า”

อีกฝ่ายตอบทันทีโดยไม่คิด แม้จะยังค้างคาเรื่องซอยมืดที่เธออ้างว่ามันคือทางลัด ทว่ากลับเลือกที่จะไม่ถามต่อ เพราะคิดว่าจบเรื่องนี้ไปคงไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันอีก แต่พอเห็นหน้าเธอ มองเข้าไปในตาลึก เขาก็อดที่จะพูดบางอย่างไม่ได้

“ถ้างั้นฉันไปแล้วนะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”

“เดี๋ยว”

“คะ?”

เธอหันกลับมา กลายเป็นคนยื้อที่เงียบกริบ เขามองเธอนิ่งแต่สายตาข้างในระคนความสงสัยซ่อนอยู่ที่อยากให้เธอไขข้อข้องใจ ทว่าเพียงแค่สบตาบทที่จะพูดกลับอันตรธานหายไปในทันที

จนเธอต้องเป็นฝ่ายท้วง เนื่องจากนั่งอยู่ตรงนี้ร่างกายของเธอยิ่งหนาวเหน็บ

“มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ตอนที่ผมกับคุณ..เอ่อ คืนนั้นที่คลับ”

ดูจากการเกาสันจมูก คำถามที่เขาอยากรู้เหมือนยากจนเกินไป

“ทำไมเหรอ” เธอจึงช่วยให้มันง่ายขึ้น “จะถามอะไรฉัน”

“ตอนนั้นคุณมีผัวอยู่แล้วใช่ไหม”

เป็นประโยคคำถามที่ทำคนฟังหน้าชาไม่น้อย วันหนึ่งเอียงหน้าร้องฮะ จากนั้นก็คลี่ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ฝืนทนสุดๆ

“แล้วคุณล่ะ มีเมียอยู่แล้วใช่ไหม”

“ผมถามคุณก่อน”

เสียงลมหายใจพ่นออกมาอย่างแรงจากเธอ คนตัวเล็กที่กำลังจ้องหน้าเขาเขม็ง แก้มเนียนใสเปลี่ยนสีเป็นแดงระเรื่อ พลางกระแทกเสียง กัดฟัน

“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ถึงตอนนั้นมีอะไรกันจริงๆ คุณก็ไม่ใช่ชู้หรอก”

เตรียมจะผลักประตูออกไปอีกครั้ง

“เดี๋ยว”

“อะไรอีก”

“เรื่องน้องชายผมที่เขาตามจีบคุณ.. คุณหยุดยุ่งกับเขาได้ไหม”

เห็นได้ชัดว่าดวงตาคู่สวยนั้นขยายกว้างเพียงแค่ได้ยินคำถามนั้นออกมา จากปากของคนที่เธอเพิ่งจะซาบซึ้งและกล่าวคำขอบคุณไปหมาดๆ พลันหัวคิ้วเธอหย่อนเข้าหากันอย่างฉุนกึก

“ยังไงนะ” เอียงคอถามใหม่อีกครั้งด้วยสีหน้าหาเรื่อง “ขออีกทีค่ะ เมื่อกี้ไม่ทันฟัง”

“ช่างมันเถอะ” เขารู้ว่าเธอได้ยินตั้งแต่แรก และชัดทุกถ้อยทุกคำ จึงเกิดความหงุดหงิดที่เธอยังจะมาถามซ้ำอีก “ลงไปได้แล้ว”

ดวงตาคู่หวานขึงกว้างอีกครั้งเมื่อจู่ๆ เขาออกปากไล่ เปลี่ยนอารมณ์แบบฉับพลัน จนเธอที่ยังนั่งงงอยู่ไม่ทันตั้งตัว และฉุกกึกหนักกว่าเดิม

“เรื่องนั้นฉันแนะนำให้คุณไปบอกน้องชายของคุณจะดีกว่านะ”

ปึง!

เสียงเปิดและปิดประตูรุนแรงตามความรู้สึกขุ่นเคือง เหนือเมฆยกยิ้มทิ้งท้ายให้กับสายตาอาฆาตของคนตัวเล็กที่ตวัดจ้องมองผ่านแสงไฟกันชนหน้าและกระจกรถจังหวะเดินอ้อมมาทางฝั่งเขา จากนั้นจึงจะก้าวเร็วหายเข้าไปในซอย ที่เธออ้างว่ามันเป็นทางลัด ทั้งที่เขารู้จักว่ามันคือที่ไหน ส่วนใหญ่แมนชั่นแถวนี้จะเป็นนักศึกษามากกว่าที่เข้าพัก เนื่องจากมันใกล้กับมหาลัย จนนานไปกลายเป็นหอพักนักศึกษามากกว่าคนทั่วไป เมื่อหลายปีก่อนสมัยเขายังเรียนอยู่ น้องรหัสเขาก็พักอยู่แถวนี้ เขามารับมาส่งเธอเป็นประจำ

เหนือเมฆส่ายหน้าขำทิ้งท้ายให้กับความปลิ้นปล้อนของเธอ ก่อนจะถอยรถออกไปอย่างอารมณ์ขุ่นมัว เจ็บใจทั้งเธอ เจ็บใจทั้งคนของเธอ ยิ่งชุดเปียกจนรู้สึกไม่สบายตัวด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิด

“เวรเอ๊ย มึงเป็นคนดีตั้งแต่เมื่อไหร่กันไอ้เหนือ”

ถึงขนาดต้องก่นด่าตัวเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel