บทที่ 10 เหนือ x หนึ่ง - ห้ามผัวเมียทะเลาะกัน
เหนือเมฆไปถึงสนามบินภายในเวลาที่กำหนด เป็นเขาเสียมากกว่าที่เป็นฝ่ายรอลลิสา เพราะทันทีที่หล่อนลงเครื่องและเปิดโทรศัพท์กลับมีข้อความของเหนือเมฆคาจออยู่แล้ว
“เหนือขับรถเร็วมาก”
ร่างเล็กมาถึงก็บ่นอุบ หลังเห็นเขายืนรออยู่ไกลๆ จนถึงขนาดต้องรีบสาวเท้าเข็นกระเป๋าเดินมา ก่อนจะถูกเพื่อนสนิทคว้าไปเข็นให้ แทน แล้วเดินนำไปจุดที่รถจอด
“เปล่า ขับเรื่อยๆนี่แหละ ว่าแต่สาขึ้นไฟท์ไหนทำไมถึงเร็ว”
“มันไม่ดีเลย์อะสิ ปกติมันดีเลย์”
“อ่า หิวหรือเปล่า จะดื่มอะไรก่อนไหมเหนือไปซื้อให้”
หญิงสาวส่ายหน้า รีบก้าวไปให้ทันเขา เพื่อที่จะคล้องแขน เป็นเครื่องทุ่นแรงไม่ให้เหนื่อยจนเกินไป แถมไม่ให้เขาเดินเร็วไปกว่านี้ด้วย
“ไม่หิว ว่าแต่เราจะไปไหนกัน สาจองที่พักไว้ใกล้กับเพนท์เฮาส์เหนือเลย”
“คีมันนัดเจอที่คลับ สาจะแวะที่พักก่อนไหม หรือจะเลยไป”
คนถูกถามขมวดคิ้ว พลางยกข้อมือขึ้นมาดูเวลา จากนั้นจึงจะฟาดมือไปที่แขนเขา
“เพิ่งจะห้าโมงกว่าเองรีบไปไหนเนี่ย”
“เออว่ะ จริงด้วย”
ก่อนทั้งคู่พากันหัวเราะจังหวะเดินผ่านบานประตูทางออกพอดี
#คลับ
เพราะไม่เจอกันนานทั้งสามจึงมีเรื่องพูดคุยกันมากมาย ส่วนใหญ่จะมีเรื่องอาคีราที่ตื่นเต้นสุด เนื่องจากหลายเดือนก่อนเขามีแต่ปัญหาเข้ามาให้แก้ไขแบบไม่เว้นวรรค แน่นอนว่าบรั่นดีในแก้วแทบไม่ลดลง เพราะมัวแต่คุย กว่าจะจบเรื่องพบว่ากินเท่าไหร่ก็ไม่หมด คนก็ไม่เมา แถมคลับกำลังจะปิด ทั้งสามจึงแยกย้ายกลับที่พักใครที่พักมัน และไว้ค่อยนัดเจอกันใหม่เพื่อแก้ตัว เพราะลลิสากลับมาคราวนี้อยู่ไทยอีกหลายเดือน
“สากลับกับไอ้เหนือใช่ไหม”
อาคีราถามหลังเดินมาถึงลานจอดรถและกำลังจะแยกกันเนื่องจากจอดคนละที่
“อื้ม ที่พักสาคราวนี้อยู่ใกล้เหนืออ่ะ ไม่รู้ทำไมถึงว่างที่นั่น”
“แล้วไม่ดีหรือไง ใกล้กันเผื่อเกิดอะไรช่วยเหลือกันได้ทัน”
เหนือเมฆทักท้วง มือก็กดรีโมทปลดล็อคสัญญาณเตือนภัยรถไปด้วย
“ดีสิ ทำไมจะไม่ดี” หญิงสาวเปิดประตูอีกฝั่งเตรียมขึ้นไป โดยไม่วายตะโกนไล่หลังอีกคนที่เกือบจะเดินไปไกลแล้ว “ขับดีๆนะคี ไม่ต้องรีบ”
“หันไปบอกคนขับคุณเถอะ”
และนั่นทำให้หล่อนต้องหันขวับกลับมามองค้อนคนข้างกาย
“ได้ยินไหม”
“ได้ยินว่า?”
“อย่าขับเร็ว”
“โอเคครับ”
เหนือเมฆออกมาจากคอนโดของลลิสาทันทีที่ส่งเธอถึงห้อง เนื่องจากดึกมากแล้วต่อให้เป็นเพื่อนสนิทแต่เขาก็เป็นผู้ชาย อีกอย่างลสิสาเป็นนางแบบ หล่อนยืนอยู่ในที่สว่างอาจมีข่าวให้ต้องเสื่อมเสีย ก่อนจะจอดแวะร้านสะดวกซื้อก่อนเพื่อซื้อน้ำแร่สักขวด จู่ๆเขาก็คอแห้งขึ้นมา ผลของการพักผ่อนน้อย ใช้สายตาเยอะ และเครียดสะสม
“ไม่ไป! ปล่อย!”
และในขณะที่เขากำลังเปิดขวดน้ำยกกระดก ล้างหน้า ล้างมือให้สร่างเมาอยู่ข้างรถตัวเองนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งแว่วดังมา ทีแรกทำเป็นไม่สนใจ เพราะไม่ใช่เรื่องของเขา แต่พอเสียงมันใกล้เข้ามาใกล้เรื่อยๆ จึงเลี่ยงที่จะไม่ให้หันไปมองไม่ได้ ทว่าทันทีที่เห็นหัวคิ้วถึงกับต้องขมวดเข้าหากัน
“แค่คุยเองหนึ่ง มึงจะโวยวายให้อายคนทำไม”
“ถ้าแค่คุยอย่างที่พี่บอก แน่จริงก็คุยมันตรงนี้สิ จะให้ขึ้นรถไปด้วยทำไม”
นั่นเพราะบุคคลที่เขาเห็นคือคนเดียวกันกับที่เคยอยู่บนรถกับเขา ส่วนอีกคนถ้าจำไม่ผิด เหมือนจะเคยเห็นที่ลานจอดรถตอนรอเพื่อนรุ่นน้องของเขาสัก และเขาออกมาสูบบุหรี่
“ทำไมช่วงนี้เจอบ่อยนัก..”
เหนือเมฆแค่นหัวเราะอยู่ตามลำพัง เปิดประตูรถเตรียมจะขึ้นไป เขาไม่อยากยุ่งเรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะเธอคนที่ทำให้รู้สึกอยู่ตลอดว่าเขาเกือบทำผิดพลาด และโชคดีมากที่พะแพงเป็นฝ่ายโทรเข้ามา ไม่อย่างนั้นป่านนี้คงได้กลายเป็นชู้กับเมียชาวบ้านไปแล้ว ซึ่งช่างย้อนแย้งกับตอนที่เธอกล่าวหาเขาสุดๆ
แต่แล้ว..
“บอกให้ปล่อยไง! โอ๊ยนี่..กูบอกให้ปล่อย”
“หืม มึงตบกูเหรออีหนึ่ง!”
เพราะรู้สึกถึงท่าไม่ดีเขาจึงหันกลับไป จังหวะนั้นเห็นฝ่ายชายกำลังง้างหมวกกันน็อคเตรียมฟาดอีกคน เขาที่ไม่ชอบอะไรแบบนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงตะโกนออกไปอย่างลืมตัว
“เฮ้ย!!”
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่คู่นั้นที่ชะงัก แต่ผู้คนเกือบจะทั้งหมดที่ได้ยินเสียงของเขา ทุกคนหันมาทางต้นเสียงพร้อมเพรียงกัน ยกเว้นวันหนึ่งได้ยินแค่เสียงแต่ไม่เห็นหน้า เพราะตอนนั้นเธอยกมือขึ้นบังหน้าตัวเอง พร้อมหลับตาแน่น หวังหลบหลีกหมวกที่ถูกง้างโดยสัญชาตญาณ
