บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 จับโจร

“อืม แปงคะ...”

หญิงสาวร่างเย้ายวนกำลังโยกขย่มกายใหญ่อย่างเร่าร้อนจนโซฟามุมห้องขยับกระแทกผนังดังตึงตัง

เสียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องของท่านประธานบริษัทอธิพัฒน์โภคิน จำกัด (มหาชน) ทำให้ โรส โรสิตา เลขานุการสาวสวยชะงักมือที่กำลังเอื้อมหยิบโทรศัพท์มือถือที่ลืมไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานหลังจากขับรถออกไปจนเกือบถึงคอนโดมิเนียมแล้ว

“อะไรน่ะ โจรหรือเปล่า”

เลขานุการสาวสวยหันมองซ้ายขวา ดวงตาเบิกโพลง เวลานี้ท้องฟ้าด้านนอกมืดแล้ว คนในบริษัทกลับบ้านกันหมด ถ้าข้างในนั้นเป็นโจรจริง ๆ เธอไม่รอดแน่ จึงตั้งใจจะหนี

แต่เสียงผนังห้องกระแทกรัว ๆ ติดต่อกันอีกหลายครั้งทำเธอได้สติ ช่วงนี้บริษัทของเธอกำลังจะสร้างคอนโดมิเนียมหรูติดริมน้ำ ข้อมูลสำคัญที่เป็นความลับอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเจ้านาย ซึ่งแน่นอนว่าป่านนี้เขาคงกลับออกไปแล้ว เพราะฉะนั้น ข้างในห้องจึงเป็นโจรอย่างไม่ต้องสงสัย

ถ้าหากว่าเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง ข้อมูลสำคัญของบริษัทต้องหลุดออกไปแน่ จึงคว้าแบตเตอรี่สำรองของโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในลิ้นชักติดมือมาด้วย ถอดรองเท้าส้นสูงออกแล้วเดินย่องไปเปิดประตูห้องทำงานเจ้าปัญหาทันที

และทันทีที่เปิดประตูได้ โรสิตาก็ขว้างแบตเตอรี่สำรองชิ้นใหญ่ในมือออกไปโดยที่ไม่ทันได้มองสักนิดว่าเงาตะคุ่ม ๆ ตรงนั้นเป็นโจรจริงหรือเปล่า

“โอ๊ย...”

เสียงทุ้มที่คุ้นเคยร้องขึ้น พร้อมกับไฟในห้องที่สว่างพรึบ ดวงตากลมเบิกกว้างกับภาพตรงหน้า บนโซฟามีร่างใหญ่ของท่านประธานหนุ่มนั่งอยู่ กางเกงขายาวถูกถอดร่นลงกองที่ข้อเท้า บนของตักมีหญิงสาวแสนสวยในชุดเดรสรัดรูปสีแดงที่ตอนนี้หลุดลุ่ยโชว์เนื้อหนัง เธอกำลังคร่อมทับท่อนล่างของเขาในท่วงท่าล่อแหลม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสิ่งที่เธอคนนั้นนั่งทับคืออะไร

“ว้าย นังบ้า แกเข้ามาได้ยังไง”

แพรวพิลาศ กรีดร้องเสียงหลง ฟุบกอดคนรักแน่น ในขณะที่คนซึ่งเพิ่งเข้ามาใหม่ยังยืนอึ้ง เบิกตากว้าง อ้าปากค้าง เท้าเปล่าทั้งสองข้างไม่สามารถขยับไปไหนได้ราวถูกตรึงด้วยหมุดขนาดใหญ่

“ขะ ขอโทษค่ะ ฉันนึกว่าโจร”

เมื่อได้สติก็รีบหันหลัง กำลังจะก้าวเดินเพื่อหนีความผิดก็ถูกเสียงทุ้มเรียกเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยว จะไปไหน”

“ขะ ขอโทษค่ะคุณแปง ฉันไม่ได้ตั้งใจ จะ...จะกลับบ้านแล้วค่ะ”

“คุณยังกลับไม่ได้ ยืนอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ”

“แต่แปงคะ เรายัง...”

แพรวพิลาศไม่ยอม เธอตวัดสายตาเกลียดชังไปยังแผ่นหลังบอบบางของน้องสาวต่างแม่ที่เธอตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อยมาตลอดชีวิต ก่อนหันมาออดอ้อนคนรักอีกครั้ง

“เรามาต่อกันเถอะนะคะ ไล่ยัยนี่ออกไปซะ”

“ผมว่าแพรวกลับก่อนดีกว่านะครับ ผมมีเรื่องต้องคุยกับคนของผมก่อน”

ท้ายประโยคเจือน้ำเสียงเย็นชาชวนขนลุก ทำเอาคนหวังดีไม่ถูกที่ถูกเวลาเสียวสันหลังวาบ แม้จะรู้ว่าเขาไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ แต่เขาก็เป็นคนเข้มงวดคนหนึ่ง แถมเธอยังมาทำลายสวรรค์ของเขากับคนรักจนล่มไม่เป็นท่าแบบนี้ ไม่ต้องคิดให้ยากเลยว่าเธอจะโดนอะไร

“แต่แปงคะ แพรวไม่ได้มีเวลาว่างมากนะคะ เดี๋ยวก็ต้องบินอีกแล้ว”

แฟนสาวยังคงงอแงไม่เลิก กว่าที่เธอจะหาเวลามาทำเรื่องสนุกกับเขา มันไม่ง่าย เพราะถึงแม้ว่าเธอจะว่างงาน ไม่ค่อยได้เข้าไปช่วยแม่ดูแลกิจการร้านทองชื่อดังที่มีสาขามากมาย แต่เธอก็เอาแต่เที่ยวเล่นกับเพื่อนไม่หยุด บางครั้งก็ไปต่างประเทศนานเป็นเดือน โดยที่ไม่มีคนบ้างานอย่างเขาตามไปเที่ยวด้วยเลยสักทริป

แต่อีกไม่นานนี้หรอก เธอจะแต่งงานกับเขาให้ได้ เขาเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคที่สุด หลานชายคนโตของอธิพัฒน์โภคินที่คุมบังเหียนการบริหารบริษัทในเครือแทบจะทั้งหมด แถมยังหลงรักเธอหัวปักหัวปำจนถูกเธอจูงจมูกหลายครั้ง ล่าสุดก็เรื่องที่เขายอมมีอะไรกับเธอโดยที่ไม่ป้องกันนั่นไง

เห็นไหมว่าแบบนี้ แพรวพิลาศ ลูกสาวคนโตของข้าราชการระดับสูงและเจ้าของร้านทองชื่อดังอย่างเธอ อย่างไรก็ต้องได้เป็นมาดามอธิพัฒน์โภคินแน่นอน

“นะครับแพรว เดี๋ยวผมโทรหา ขอจัดการคนของผมก่อน อีกเดี๋ยวผมก็ต้องกลับบ้านเหมือนกัน วันนี้ปู่เรียกให้กลับบ้าน”

“ก็ได้ค่ะ”

คนรักสาวยอมลุกขึ้นจากการครอบครองท่อนร้อนที่ยังไม่ยอมหดตัวแม้จะมีคนเข้ามาขัดจังหวะ น้ำใส ๆ ของเธอเคลือบคลอท่อนเนื้อจนมันวาววับ อีกเพียงนิดเธอกับเขาก็จะเสร็จสมอารมณ์หมาย นานนับสัปดาห์แล้วที่เธอไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อน อดอยากปากแห้งกลับมาหาคนรักก็ยังไม่สมหวัง

เมื่อเธอลุก เขาจึงเอื้อมหยิบทิชชูเปียกมาเช็ดทำความสะอาด ในขณะที่เธอรีบแต่งตัวจนเรียบร้อยแล้วจูบแก้มเขาเพื่อลา ก่อนจะเดินกระแทกไหล่คนตัวบางที่ยังคงยืนหันหลังจนเซถลาไปหลายก้าว

ปาแปง ปารเมศ อธิพัฒน์โภคิน ท่านประธานหนุ่มรูปหล่อยืนขึ้น ดวงตาคมกริบวาววับจ้องแผ่นหลังบอบบางของเลขานุการสาวสวยที่เขาไม่ชอบหน้า มือยังคงเช็ดทำความสะอาดความเป็นชาย ก่อนจะเก็บมันลงไปในกางเกงผ้าเนื้อดีราคาแพง

“หันมาได้แล้ว โรสิตา”

“เอ่อ ค่ะ”

สาวสวยในชุดกระโปรงสั้นรัดรูปผ้าทวีตสีชมพู ด้านในมีเสื้อสายเดี่ยวสีขาวคลุมทับด้วยเสื้อสูทผ้าทวีตสีเดียวกันกับกระโปรง แต่งกระดุมโลหะฉลุสีทองดูน่ารัก ใบหน้าเรียวรูปไข่ล้อมกรอบด้วยผมยาวสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนตรงปลาย คิ้วถูกกันแต่งเป็นทรงสวยรับกับใบหน้า จมูกโด่งปลายเชิดรั้นบ่งบอกนิสัย

เธอค่อย ๆ หมุนตัวกลับมาหาเจ้านายหนุ่มช้า ๆ ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดสั่นระริก ดวงตากลมโตที่ตกแต่งเครื่องสำอางอย่างสวยงามยังคงเบิกโพลง

“คุณเข้ามาทำไม”

“ขะ ขอโทษค่ะ พอดีฉันลืมโทรศัพท์มือถือ เลยกลับเข้ามาเอา แล้วบังเอิญได้ยินเสียงดังในห้อง ปกติเวลานี้คุณกลับไปแล้ว เลยคิดว่าเป็นโจรค่ะ”

“อ้อ คิดว่าเป็นโจร เลยสุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามาเอาของขว้างหัวโจรเนี่ยนะ ดีจริง ๆ”

ดวงตากลมตวัดมองเขาด้วยความไม่พอใจแวบหนึ่ง เธอผิดจริงที่สุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามา แต่ใครจะไปคิดว่าเขากับคนรักจะทำอะไรบ้า ๆ กันในบริษัท แถมยังไม่ยอมล็อกประตูอีกต่างหาก

แม้จะไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากริมฝีปากจิ้มลิ้ม แต่แววตาวาววับคู่นั้นก็ทำให้ท่านประธานหนุ่มรู้ว่าเด็กดื้อผู้เป็นเพื่อนสนิทน้องสาวไม่พอใจ

“ทำไม...มองผมแบบนั้น มีอะไรก็พูดมา”

“ฉันแค่กลัวว่าข้อมูลสำคัญในคอมพิวเตอร์ของคุณจะหาย เลยไม่ทันมองให้ดีว่าเงาตะคุ่ม ๆ ตรงโซฟามันคืออะไร ขอโทษที่ทำให้คุณเจ็บตัวนะคะ”

รอยแดงตรงหน้าผากแทนคำตอบได้ดีว่าสิ่งที่เธอขว้างออกไปมันไปโดนตรงไหนของเขา ถึงทำให้เขาร้องลั่น ดีที่หัวไม่แตก ไม่อย่างนั้นมีหวังเธอคงโดนไล่ออก ที่บังอาจไปขัดขวางสวรรค์ของเขากับคนรัก แถมยังทำเขาเลือดตกยางออกอีกต่างหาก

“วันหลังก็หัดเคาะประตูบ้าง”

เมื่อรู้เหตุผลของเธอก็ทำเขาอ่อนลง รู้ว่าตัวเองก็มีส่วนผิดที่ประมาท ไม่ยอมล็อกประตูให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นคงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

“ขอโทษค่ะ คงไม่มีวันหลังแล้วค่ะ เพราะต่อให้ลืมคีย์การ์ดเข้าห้อง ฉันก็จะไม่มีวันกลับมาเอา”

“แล้วจะไปนอนที่ไหน”

คิ้วเข้มขมวดมุ่น เมื่อคิดได้ว่าเธอคงไปนอนกับคนที่เธอใส่ชุดนอนไม่ได้นอนบางเฉียบนั่นให้ดู อดที่จะรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้โดยที่ไม่รู้สาเหตุ

“ก็ไปนอนห้อง...”

“อ้อ แฟนสินะ”

“แล้วแต่คุณจะคิดค่ะ งั้นวันนี้ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมคะ ฉันจะได้กลับก่อน”

“ไม่มีอะไรได้ไง คุณเข้ามาขัดจังหวะทำผมอารมณ์เสีย แถมคุณยังทำผมหัวโนอีก คุณต้องรับผิดชอบ”

พูดจบก็สาวเท้าเข้าหา คนตัวบางถอยร่นจนแผ่นหลังชิดผนังไร้หนทางหนีเมื่อเขาใช้แขนทั้งสองข้างกักเธอเอาไว้

“คุณแปง คุณจะทำอะไรคะ”

“ก็มาให้คุณรับผิดชอบนี่ไงโรสิตา ดูสิ ทำอะไรเอาไว้”

มือใหญ่จับมือเล็กขึ้นมาแตะที่หน้าผาก รอยแดงนั้นนูนขึ้นมาจริง ๆ อย่างที่เขาบอก แม้จะไม่มีแผลแตก แต่เขาคงเจ็บไม่น้อยเลย

“เอ่อ ขอโทษค่ะ”

“ขอโทษอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรับผิดชอบผมด้วย”

“จะให้ฉันทำยังไงคะ”

ดวงตาคมกริบวาบลึกที่แปลความหมายไม่ออกทำหัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำ เขาอยู่ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้ประจำ

ไม่ต่างจากคนตัวโตนักที่ตอนนี้ลอบสูดกลิ่นน้ำหอมที่เธอใช้แทบทุกวัน มันเป็นเหมือนกลิ่นประจำตัวของเธอไปแล้ว และเขาก็ชอบกลิ่นนี้มากจึงยื่นหน้าเข้าไปหาทีละนิดหวังข่มขู่

แต่ยิ่งยื่นหน้าเข้าใกล้ กลิ่นนั้นยิ่งดึงดูดให้เขาค้นหา ก่อนที่เขาฝังจมูกลงไปบนซอกคอหอมอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

เลขานุการสาวตัวสั่นสะท้าน ยกมือขึ้นยันอกแกร่ง เบิกตาโพลง ตกใจจนแทบสิ้นสติ

“คุณแปง...”

“ไปเอาของมาทำแผลให้ผมสิ รับผิดชอบกันหน่อย”

“ดะ ได้ค่ะ”

เธอตอบรับเสียงสั่น มือที่ยันอกแกร่งก็ไม่ต่าง เขาจึงแค่นยิ้มขำคนอวดดีที่ชอบทำท่าทางราวกับสาวมั่นใจ แต่แค่อยู่ใกล้ชายหนุ่มรูปหล่ออย่างเขากลับประหม่าได้ขนาดนี้

“ส่วนเรื่องที่คุณเข้ามาขัดจังหวะทั้งที่ผมยังไม่เสร็จ จะรับผิดชอบยังไงโรสิตา”

“คุณก็ไปเรียกแฟนคุณกลับมาสิคะ แล้วจะไปทำอะไรกันที่ไหนต่อก็เชิญ ฉันไม่ตามไปขวางคุณอีกแน่”

พูดจบก็ออกแรงผลักอกแกร่งจนเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เปิดโอกาสให้เธอขยับตัวหนีไปที่ประตู

“รออยู่นี่นะคะ ฉันจะไปเอาอุปกรณ์มาทำแผลให้”

ปารเมศแค่นยิ้มขำ มองประตูที่ปิดลงแล้วได้สติ จึงสะบัดหน้า เดินกลับไปนั่งรอเธออยู่ที่โซฟาตัวเดิม ไม่นานเธอก็กลับเข้ามาพร้อมกล่องอุปกรณ์ทำแผลกล่องใหญ่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel