บทที่ 2 เม้าท์ ทู เม้าท์
เมื่อสาวแว่นปริศนาคนนั้น เธอวิ่งมาไม่ดูตาม้าตาเรือ ทว่ากับชนเข้ากับไอ้เจเลอร์ ทั้งสองล้มลงไปกองกับพื้น ไม่รู้ไปล้มท่าไหน
!! อร๊าก !! พวกเขาถึงกับเม้าท์ทูเม้าท์กัน แต่เม้าท์แรงไปหน่อย ปากไอ้เจถึงกับเลือดซึม ฟันน้องเขากระแทกปากมันเข้าแล้วละ
“ฟิน กับผีมึงสินะ”
“ลุก เธอจะอยู่บนตัวฉันอีกนานไหม” เจเลอร์ สบถออกมาด้วยท่าทีหงุดหงิดและหัวเสียสุดๆ
เมื่อถูกยัยแว่นสี่ตาวิ่งมาด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่ารถเฟอร์รารี่ชนร่างผมกระเด็นไปกองกับพื้น ไม่พอยัยนี้กล้าดียังไงถึงได้มาจูบผม ไม่พอเออไม่เพียงแค่จูบทว่ากับกัดปากผมถึงกับเลือดซึม ผมรู้ได้ไงน่ะเหรอ ก็มันมีกลิ่นคาวเลือดติดที่ริมฝีปากผมอยู่ยังไงละ
“กล้ามากนะ” เจเลอร์กัดฟันกรอด นัยน์ตาคมคู่ดุจ้องคู่กรณี เปิดเทอมวันแรกก็ดันเจอตัวซวยเลย
“อ่า... จุกมาก”
“ลุก ฉันบอกให้ลุก หูแตกหรือไง” เสียงเข้มปนดุ เอ่ยกับร่างบางที่นอนทับบนตัวผม
“อะ...หนู ขอโทษค่ะ” ไม่พอ ยัยนี้ยังโน้มหน้าเข้าหาผมอย่างใกล้ชิดอีก
“ทั้งเชยทั้งเฉิ่ม ไร้รสนิยมการแต่งตัวแบบนี้ คิดว่าฉันจะสนใจเธอเหรอ ฝันไปเถอะ” เสียงเข้มเอ่ยกับคนตัวเล็ก ที่นอนทับบนตัวเขา
“อะ...หนู เปล่านะคะ หนูไม่ได้ชอบพี่ มันเป็นแค่อุบัติเหตุ” ไนท์อา ทว่าพอมองใกล้ ผู้ชายคนนี้ ฉันรู้สึกคุ้นหน้าเขามาก เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน ทว่าขณะที่ไนท์อาโน้มใบหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ
ใบหน้าสวยไร้กรอบแว่นหนาถึงกับตาเบิกกว้างด้วยท่าทีตกใจสุดๆ
!! ตึก ตึก !! หัวใจดวงเล็ก เต้นสั่นแรงไม่เป็นจังหวะในรอบ 3 ปี ภายในหัวฉันเอาแต่คิด
‘ใช่เหรอ...เขาจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง’ ฉันคงคิดมากไป ไม่ใช่เหรอกน๊า
“ฉัน สั่งให้ลุก หูแตกหรือไง” เจเลอร์ตะเบ่งเสียงดังลั่น ทำเอาคนตัวเล็กถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัวด้วยน้ำเสียงไม่น่าฟัง
จากนั้นไนท์อาก็ค่อยๆลุกออกจากร่างหนา เนื่องจากยังรู้สึกทั้งเจ็บ แต่ก็ตกใจขวัญเสียเอามากๆ
“น้องเขาออกจะตกใจ เอ็นดูน้องหน่อยสิวะ เจมึงจะใจร้ายกับคนสวยไปถึงไหน” เจเลอร์ลุกขึ้นยืน เบนสายตาไปยังตัวต้นเหตุ ด้วยสีหน้าไม่พอใจสุดๆ
“สวยมากเลยสินะ เอาดิกูยกให้” เอ่ยจบ ร่างสูงในชุดนักศึกษาก็จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง เขาปรายสายตามองเธอเพียงแค่หางตาเท่านั้น ร่างสูงเดินมือล้วงกระเป๋ากางเกงออกไปอย่างไม่สน
“พี่เจเลอร์ อุ้ย ปากพี่เจเลอร์เป็นอะไรคะ” ซันนี่ สาวสวยตัวท็อปดีกรีดาวนิเทศปี 2 ถาม เมื่อเธอเดินผ่านมาแถวนั้นพอดี
“พอดีมีพวกซุ่มซ่ามไม่มีตา ชนพี่น่ะคับ” เอ่ยจบเจเลอร์ก็เดินไป เขาตอบเธอไปแค่นั้น เพราะเขาไม่ชอบใครๆที่เข้าหาเขาก่อน ไม่ชอบอะไรที่ได้มาง่ายๆแบบนั้น เก็บกินเล่นๆได้
ด้านไนท์อา ทว่าพอคอยหลังเจเลอร์ไปแล้วนั่น
“เหอะ เอาดิ กูยกให้เหรอ” เขามีสิทธิ์อะไร มายกฉันให้คนอื่น ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี หน้าตาดี หล่อขึ้นจนฉันจำแทบไม่ได้ทว่าปากก็ยังสุนัขไม่รับประทาน เหมือนเดิม แต่ก็ช่างเถอะฉันเลิกสนใจผู้ชายคนนั้น หันมาสนใจตัวเอง
“อ่า...ซี๊ด” เจ็บมาก ฉันปวดไปทั้งตัว ล้มแค่นี้ทว่ากับปวดไปหมด ร่างบางเหลือบมองพื้น มือเรียวหยิบแว่นขึ้นมา
“โชคดี ที่ยังใช้งานได้อยู่” ไม่ต้องเสียตังไปตัดใหม่ แว่นนี้ฉันรักมาก เพราะคุณแม่ย่า ให้เป็นของขวัญวันเกิด จากนั้นไนท์อา ก็เดินไปยังห้องเรียนของเธอ
พอเดินมาถึงห้องเรียน 548
“นัยลดา”
“มาค่ะ” มาถึง อาจารย์ก็เรียกชื่อฉันได้เวลาพอดิบพอดี
“เกือบไปแล้ว ไหมฉัน” จากนั้นฉันก็เดินเข้าไปนั่งข้างยัยแพนนี่ นางเป็นเพื่อนสนิทมาจากโรงเรียนเดียวกัน
“ไนท์อา ฉันคิดว่าแกจะมาไม่ทันเช็คชื่อแล้ว” ยัยไอเดียนี้ก็อีกคน ที่เรามาด้วยกัน
“ต้องทันดิ ถ้าไม่ทันฉันคงโดนอาจารย์เช็คขาดไปแล้ว”
“เออ แล้วนี้แกไปทำอะไรมา สภาพ” ยัยไอเดียนางช่างสังเกตุ นางคงสังเกตุเห็นสภาพชุดของฉัน ที่มันยับมาสินะ
“ฉันหกล้ม มาน่ะ”
“หกล้ม/หกล้ม” ไอเดีย แพนนี่ ทั้งสองสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง ทำเอาเพื่อนร่วมคลาสมองเป็นตาเดียวกัน
“นักศึกษา 3 คนข้างหลัง เบาเสียงด้วยค่ะ แว่นเข้าสายแล้วยังเสียงดังอีกนะเรา” ไนท์อาที่โดนอาจารย์ต่อว่าเช่นนั้น คนตัวเล็กถึงกับหน้าเหวอ
เปิดเทอมวันแรกก็เอาเลย หึ... เพราะใครละที่ทำฉันสาย ก็คนขวางทางเดินยังไงละ
ไนท์อาเมื่อโดนอาจารย์ผู้สอนดุ เช่นนั้นคนตัวเล็กได้แต่นั่งก้มหน้ายอมรับ ก็สายจริงนี่น่า
“หึ... อาจารย์ปากแดงคนนี้ ช่างกล้าดุ แกนะ ไม่รู้ซะแล้วว่าแกเป็นใคร” แพนนี่เอ่ยด้วยสีหน้าหงุดหงิด ที่ทั้งสามสาวโดนอาจารย์ตำหนิต่อหน้าเพื่อนๆในคลาส
“ช่างเขาเถอะ”
“แก ก็เป็นซะแบบนี้ไงไนท์” ไอเดีย ว่ามาบ้าง
“ห้ามนะ ห้ามเปิดสถานะที่บ้านฉันเด็ดขาด ฉันอยากใช้ชีวิตในมหาลัยแบบเงียบๆ เหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ” ถึงแม้ว่ามหาลัยแห่งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจของคนตระกูลเรียวก็เถอะ
“โอเค พวกฉันจะปิดปาก ให้เงียบสนิท” จากนั้นทั้งสามสาวก็หันไปสนใจสิ่งที่อาจารย์รตี กำลังป้อนข้อมูลให้สมองน้อยๆ ของพวกเรา
