บท
ตั้งค่า

3 l ดีไม่พอ

3

ดีไม่พอ

ภายในงานวันนี้จัดขึ้นทุกครั้งที่มีการเปิดตัวรถใหม่ วันนี้เขาออกแบบมาในตรีม ‘ความทันสมัย’ วันนี้จะมีการนำเสนอตัวรถพร้อมระบบให้ลูกค้าได้ทดลองฟังก์ชั่นต่างๆได้อย่างใกล้ชิด และเขาอยากให้งานออกมามีหลายมิติจึงมีงานแฟชั่นเสื้อผ้าเข้ามาร่วมด้วย

หลังจากการโชว์บนเวทีขึ้นเสร็จสิ้น เขาก็เดินลงมาดูแลลูกค้าเพื่อน้อมรับคำติชม ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีในการผลิตรถรุ่นถัดไป

“เก่งมากเบนซ์”

“เข็มชื่นชมในตัวเบนซ์นะ” เข็มเป็นเพื่อนในชมรมงานบริหาร เป็นเพื่อนผู้หญิงคนเดียวต่างสาขา ทั้งสองจึงได้ใกล้ชิดกันตั้งแต่นั้นมา มือบางเอื้อมมือจับมือแกร่งอย่างให้กำลังใจไม่ได้มีความรู้สึกอะไรที่เกินเลย แม้ว่าเพื่อนสนิทของเขาจะชอบแซวอยู่บ่อยครั้ง

“เมื่อไหร่จะเป็นแฟนกันครับสองคนนี้” เสียงเอ่ยแซวของไม้ เพื่อนสนิทของเขาเอง

“มึงอยากตาย”

“เพราะโดนผัวเข็มต่อยใช่ไหม” เขาสวนกลับอย่างติดตลก เพราะเพื่อนเขารู้ดีว่าเข็มและเขาไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกัน

“ฮ่าๆ ฮึก” เข็มส่ายหน้าไปอย่างรู้สึกขบขันในความแซวของชายหนุ่มอีกคน

“คุณไม้จองทันหรือเปล่าคะ รอบนี้”

“แม้ เอาอะไรมาทันละครับ”

“รถยนต์บ้าอะไรคนจองหมดภายในครึ่งชั่วโมง” ไม้กล่าวอย่างติดตลก เพราะรถยนต์ของเพื่อนเขานั้นเครื่องยนต์ทนและดี ดีไซส์เรียบหรูไม่แปลกยอดจองหมดภายในครึ่งชั่วโมง

“รอบหน้ากูขอรถสำหรับครอบครัวดิ”

“กูจะเอาไว้ใช้กับปิ่น” ไม้เสนอแนะเพื่อน เพราะตนนั้นวางแผนไว้ว่าจะขอแฟนสาวแต่งงาน หลังจากแฟนสาวจบปริญญาโทต่างประเทศ

“ไม่ยากสำหรับเบนซ์หรอก”

“ถ้าเบนซ์ออกแบบสั่งผลิตเสร็จ เข็มขอจองไว้ก่อนคันหนึ่งนะ” ไม้และเข็มซัพพอร์ตชายหนุ่มมาตลอดจนเขานั้นรู้สึกดีที่อย่างน้อยในชีวิตก็ยังมีเพื่อนดีคอยสนับสนุนตลอด

“เออ ไอปัญมันฝากยินดีมา”

“รอบนี้มันติดคุยงานที่กระบี่” ปัญ คือเพื่อนสนิทของเขาอีกคน รายนั้นเป็นประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์จึงต้องออกดูพื้นที่บ่อยครั้ง ซึ่งเขานั้นเข้าใจเพื่อนดี

“อืม ขอบใจ”

“กูไปดูลูกค้าก่อน” เบนซ์ต้องคอยตอบคำแนะนำให้ลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพราะรถยนต์ของเขาราคาสูงเริ่มต้นสิบล้านขึ้นไป ลูกค้าจึงอยากได้คำแนะนำจากเขาซะส่วนใหญ่

“งั้นกูไปละ”

“เข็มไปก่อนนะเบนซ์ ต้องไปคุยงานกับน้องอีก”

“อืม”

หลังจากเพื่อนทั้งสองออกไปเขาก็เดินเข้าไปหาลูกค้าคนสำคัญหลายๆท่าน บางคนก็มีอิทธิพลด้านสังคม รวมถึงบางท่านก็เป็นมาเฟียจากต่างประเทศ

“ผมนึกว่าจะไม่ได้คุยกับคุณแล้วซะอีก” ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-สเปน รูปร่างสูงใหญ่หน้าตาคมคายจัดว่าเป็นที่น่าจับตามองในสังคมธุรกิจเลยก็ว่าได้

“ขอบคุณครับ ผมรีบแล้วจริงๆ” ชายหนุ่มโค้งหัวให้กับหนุ่มลูกครึ่งตรงหน้า

“ความคิดคุณดีนะ ขาดเหลืออะไรก็บอกผม” เขามีนามว่ากระทิง เป็นถึงมาเฟียแห่งประเทศสเปน เขาไม่เคยสนใจใครแต่ทว่ากับชายหนุ่มคนนี้ เขาเป็นเด็กที่มีความตั้งใจ ภายนอกอาจจะดูเย็นชาแต่ภายในจิตใจนั้นกลับอ่อนแอ ซึ่งเขาก็รู้สาเหตุนี้ดี จึงอยากจะสนับสนุนหนุ่มคนนี้

“ขอบคุณครับท่าน” เบนซ์มักจะบินหาพาร์ทเนอร์ต่างๆ ทั้งด้านอะไหล่การผลิตมอเตอร์เครื่องยนต์ หลายๆประเทศเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ วันนั้นเขาไปที่ประเทศสเปนเจอท่านกระทิงกำลังโดนลอบทำร้าย ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดอะไร คิดเพียงแค่ว่าชายท่านนี้ต้องปลอดภัย

“ฉันอยากให้ลูกชายฉันมาฝึกงานกับคุณนะ”

“เผื่อจะได้นิสัยดีๆแบบนี้บ้าง” ท่านกระทิงมีลูกชายอยู่หนึ่งคนชื่อเสือ ซึ่งตอนนี้กำลังเรียนคณะวิศกรรมศาสตร์

“ยินดีครับ ผมอยากเจอน้องพอดี”

•••

หลังจากจบงานเขาก็ขับรถกลับบ้านทันที ขณะรถติดไฟแดงสายตาคมเหลือบมองเห็นผู้หญิงขี้เมาคนนั้นซึ่งเธอดูเหมือนรู้จักกันกับเพื่อนสาวเขาอยู่ไม่น้อย สภาพของหญิงสาวดูอิดโรยสวมใส่ชุดนักศึกษารัดรูป มองจากภายนอกเธอเป็นคนรูปร่างดีไม่น้อย เมื่อได้สติชายหนุ่มรีบสลัดความคิดนั้นออกไป

“คิดเรื่องแบบนี้ได้ไงวะ”

“เข็มไปรู้จักกับผู้หญิงแบบนี้ยังไง” สัญญาณจราจรแปรเปลี่ยนเป็นไฟเขียวทำให้เลิกสนใจทันทีพร้อมกับเหยียบคันเร่งมุ่งหน้ากลับบ้าน

เอี๊ยด

ร่างสูงเดินเข้ามาในบ้านที่มีแต่ความเงียบสงัด พ่อแม่ของเขากำลังนั่งทานข้าวในห้องอาหาร แม่บ้านสูงวัยในบ้านที่เห็นเจ้านายน้อยเดินเข้าบ้านมา รีบตักข้าวพร้อมน้ำดื่มไว้ให้ เพราะเธอเองรู้สึกสงสารเจ้านายน้อยที่ตนได้ใกล้ชิดมากที่สุดหลังจากเจ้านายอีกคนจากไป

“คุณเบนซ์เหนื่อยไหมลูก”

“ป้าทำของโปรดไว้ให้ด้วยนะ” ป้าดาถามด้วยความเป็นห่วงเพราะหลังๆมาชายหนุ่มโหมงานหนักเอาใจคุณผู้ชายคุณผู้หญิงแทนพี่ชายคนโต

“ขอบคุณครับ”

“ยอดจองรถวันนี้หมดตั้งแต่สามสิบนาทีแรกครับพ่อ” ชายหนุ่มพูดออกไปด้วยขณะกำลังจะตักซุปต้มยำของโปรดของเขาที่ป้าดาตั้งใจทำให้ ครอบครัวของเขาค่อนข้างทานเผ็ดไม่ได้ จะมีเพียงแค่เขาชอบทานเผ็ดได้อยู่คนเดียว

“อืมดี รอบหน้าแกคิดไว้ยังจะออกแบบระบบอะไรต่อ” บีมตักข้าวไป ถามคำถามโดยไม่ได้มองหน้าลูกชายแต่อย่างใด

“ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงอยากได้ความปลอดภัย”

“รวมถึงอยากใช้รถกับครอบครัวครับ”

“ทำเสร็จก็เอามาให้ฉันดูก่อน” บีมตอบกลับลูกชายเมื่อเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอิ่มจึงเดินขึ้นบนบ้านไป ส่วนผู้เป็นแม่นั่งทานข้าวไปเงียบๆอย่างไม่พูดอะไร พร้อมกับลุกตามพ่อออกไป ซึ่งเขานั้นชินกับการนั่งทานข้าวที่บ้านคนเดียวอยู่แล้ว

“ป้าดาทานข้าวยังครับ”

“มาทานกับผมได้นะครับ มามา” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกแม่บ้านที่คอยดูแลเขามาตั้งแต่เด็กอย่างไม่ถือตัว หากช่วงเวลานั้นไม่มีป้าดาเขาคงไม่เป็นผู้เป็นคน

“ป้ารอคุณเบนซ์ทานเสร็จ ป้าค่อยกินค่ะ”

“ป้าทานบนโต๊ะคุณท่านไม่ได้หรอกค่ะคุณหนู”

“งั้นเราย้ายไปทานห้องครัวก็ได้ครับ ไปกัน” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินถือจานข้าวกับข้าวย้ายไปทานในครัวกับแม่บ้าน เพราะตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกโดดเดี่ยวที่ไม่ว่าทำดีเท่าไหร่ก็ ดีไม่พอ สำหรับครอบครัวอยู่แล้ว

“ผมขอส้มตำเผ็ดๆด้วยนะครับ”

“วันนี้ผมอยากกินอะไรแซ่บๆ” ป้าดาสงสารคุณหนูของตัวเองอย่างมาก แต่เธอก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนักนอกจากให้กำลังทำกับข้าวของโปรดเพียงเท่านั้น

“ได้ค่ะ ป้าทำให้คุณเบนซ์ได้เสมอ”

อีกด้าน

เธอเดินกลับมานั่งรอรถที่กำลังซ่อมจนฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ ร้านซ่อมรถที่นี่ เป็นร้านซ่อมรถขนาดเล็ก และรถของเธอเป็นรถคันหายาก ซึ่งคนปกติก็ไม่ได้ซื้อรุ่นนี้ขับกันอยู่แล้วเพราะราคาสูงลิ่ว ทำให้อะไหล่บางตัวไม่มีสต็อคในร้าน

“อะไหล่มาแล้ว อีกแปบเดียวนะหนู” ลุงสูงวัยขับมอเตอร์ไซค์พร้อมกับหอบหิ้วล้อรถยนต์เพื่อมาเปลี่ยนให้เธอ

“ค่ะลุง” หญิงสาวตอบกลับไปแต่จริงๆแล้วเธอเหนื่อยจนแทบจะนั่งรอไม่ไหว มือบางคอยตวัดไล่ยุงเริ่มกัดตามขาและแขน ลุงซ่อมรถที่เห็นแบบนั้นจึงเดินเอายากันยุงมาจุดให้อย่างใจดี ซึ่งการกระทำนี้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอยู่ไม่น้อย

“ยุงมันเยอะ”

“ลุงรีบเร่งมือให้” จากนั้นลุงก็เริ่มเปลี่ยนล้อรถอย่างชำนาญ

“ขอบคุณนะคะ”

ใช้เวลาไม่นานรถของเธอก็ซ่อมเสร็จ ทำให้การกลับมาบ้านรอบนี้ช้ากว่าปกติ แน่นอนพ่อแม่ของเธอนั่งรออยู่ห้องรับแขกด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“พ่อแม่ยังไม่นอนอีกเหรอคะ” เธอถามออกไปแต่จริงๆแล้วเธอรู้ว่าเพราะอะไร

“สอบเสร็จตั้งแต่เที่ยง”

“แกกลับมาบ้านสองทุ่มเนี่ยนะ”

“วันนี้ฉันนัดหัวหน้าแผนกให้มาสอนงานแก” ใช่ เธอลืมสนิทเลยว่าพ่อนัดหัวหน้าแผนกมาสอนงานเธอ เธอทราบดีว่าหัวหน้าแผนกก็มีงานของพ่อที่ต้องรับผิดชอบ

“ขอโทษค่ะ หนูลืม”

“ลืมหรือตั้งใจ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ”

“ว่าแกไปงานแฟชั่นบ้าบออะไรนั่น” พ่อคงส่งคนไปตามดูฉันว่าทำอะไรบ้างในแต่ละวันอีกสินะ

“มันคือความฝันของหนู” มันก็มีบ้างที่ฉันเริ่มทนไม่ไหว เลยต้องแย้งเหตุผลกลับไปบ้าง เช่นรอบนี้

“ความฝันบ้าๆ มันกินไปได้ไหม”

“รีบๆขึ้นห้องไป พรุ่งนี้แกต้องไปออกงานกับฉัน”

“อย่าคิดออกไปกินเหล้าเมายาอีก ฉันขี้เกียจตาม”

“เข้าใจไหม!”

ฉันไม่รอให้พ่อพูดจบ รีบเดินขึ้นห้องทันทีอย่างเบื่อหน่าย ส่วนคุณแม่ยืนข้างๆคุณพ่อ ไม่ว่าพ่อจะพูดอะไรช่างเป็นผู้ตามที่ดีซะเหลือเกิน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel