Limerence เพราะรักจึงคลั่ง

83.0K · จบแล้ว
Mochi Sa
43
บท
3.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ผมตายได้เลยนะ หากไม่ได้ครอบครองเธอคนนั้น มันคือความลุ่มหลงล้ำลึกรุนแรงจนเรียกได้ว่าคลั่ง ผมผู้ซึ่งคลั่งไคล้ทุกสรรพอณูในกายเธอ ผมติดตาม ผมห่วง ผมหวง ผมรักเธอแทบหายใจไม่ออก ลมพัดอ่อนโชยยามเย็น ผมนั่งวาดรูปเธอจากมุมหนึ่งในร้านนมข้างโรงเรียนมัธยม ทุกลายเส้นผม ทุกริ้วระบายแรเงา ภาพวาดขาวดำในมือมันเหมือนจริงแม้แต่ปอยเส้นผม เธอดื่มนมน้ำผึ้งปั่นจนเกือบหมดแก้ว ใช้ส้อมจิ้มขนมปังเนยน้ำตาลขึ้นมากิน เธอยิ้มหัวเราะกับเพื่อนสนิท ผมได้แต่มอง รอยยิ้มแบบนั้นสักวันคงเป็นของผมบ้าง ผมไม่ได้ใช้มือถือขึ้นมาถ่ายภาพ เพราะผมจำทุกสิ่งที่เป็นเธอไว้อย่างติดตรึงในก้อนเนื้อสมอง ผมจดจำภาพเธอผ่านสายตา บันทึกความเป็นเธอไว้ทุกท่วงท่าทุกรอยอารมณ์แล้วแรเงาในกระดาษปอนด์จนเหมือนจริงยิ่งกว่าภาพถ่าย มันคลาสสิคนะครับ เราเลือกวาดภาพคนที่ชอบ โดยที่ผมไม่ได้ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปเธอ ภาพที่วาดมันสื่อว่าผมติดตามเธอมานานพอที่จะเห็นและจดจำทุกรายละเอียด ที่จริงผมไม่ได้ใช้สมองจดจำหรอกครับ ผมใช้หัวใจจดจำเธอ หรือมันอาจลึกล้ำจนถึงจิตวิญญาณด้วยซ้ำ หัวใจของผมเป็นของเธอตั้งแต่แรกพบ Limerence เพราะรักจึงคลั่ง

นิยายรักนิยายปัจจุบันประธานรักแรกพบรักหวานๆโรแมนติก

Prologue

"อืม..อ๊ะ ฮึก อ๊า" เสียงครางดังลอดริมฝีปากของฉันทั้งที่ตัวเองกำลังพยายามเก็บกลั้นความต้องการที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นจากภายใน

กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งในโพรงปากเมื่อริมฝีปากหยักสีระเรื่อของใครบางคนประกบบดขยี้ลงมาอย่างไร้ปราณี มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหายเหมือนสัตว์ใหญ่ล่าสัตว์เล็ก

ฉันขยับไม่ได้เมื่อมือหนาเรียวตรึงท้ายทอยฉันไว้แน่น ริมฝีปากร้อนผ่าวนั่นกดประกบบดบี้ชอนไชลิ้นสากเข้ามาพัวพันลิ้นฉันจนแทบหายใจไม่ทัน จังหวะจูบร้อนแรงหวามไหว ให้ความรู้สึกยิ่งกว่าตอนฉันอ่านนิยายอีโรติกแล้วเกิดอาการน้ำแฉะอยู่คนเดียวในห้องนอน

นี่มันต้องไม่ใช่ภาพฝัน

จูบกระโชกกระชั้นผสานกลิ่นวิสกี้หรือกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ไม่สามารถแยกแยะประเภทได้ คละเคล้าผสานมากับลมหายใจ

ลิ้นร้อนตวัดรัดลิ้นฉันอยู่ในโพรงปาก แขนเขาโอบเอวคอดดึงเข้าหาด้วยมืออีกข้าง ส่วนมือที่ล็อกท้ายทอยฉันไว้นั้นมันแน่นหนาราวกับคีมเหล็ก

ความรู้สึกปวดหัวแทบระเบิด ผสานกับความรู้สึกมึนเมาถึงขีดสุด เมื่อเป็นฝ่ายถูกนำพาด้วยจูบอันช่ำชองระดับปรมาจารย์

ฉันเริ่มจูบตอบ มือประคองใบหน้าเขาไว้แล้วตั้งใจจูบกลับไปบ้างเหมือนสัญชาติญาณหรืออารมณ์ร่านในตัวฉันมันพาไป ลิ้นตวัดงัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เขาดึงจังหวะหายใจช้าลง บดริมฝีปากแนบแน่นมากขึ้น ฉันกำลังถูกล่วงล้ำฉกชิงจนไร้อากาศหายใจในโพรงปาก

ฉันกำลังถูกควบคุม

จูบนั้นบังคับให้ฉันต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้

ใบหน้าที่ฉันมองไม่ชัดว่าเป็นใคร เงาร่างสูงใหญ่ในความมืดปลดเปลื้องเสื้อผ้าฉันออก ความชื้นฉ่ำกลางกายสาวทำให้ฉันอับอายเมื่อร่างกายเหมือนพูดได้ว่าฉันเซย์เยสกับทุกการกระทำของเขา

ทุกสิ่งมันพร่าเลือน

ฉันพยายามขืนกายออกจากแผ่นอกกว้าง กลับได้ยินเพียงเสียงเขาหัวเราะในลำคอ

สิ้นเสียงหัวเราะนุ่มทุ้ม ใบหน้านั้นเคลื่อนเข้ามาฝังริมฝีปากบนซอกคอฉัน แขนอีกข้างสัมผัสโอบรัดเหมือนงูรัดเหยื่อ ฉันได้ยินเขากระซิบแผ่วเบา

"ผมชวนมาดูผีเสื้อที่ห้องนอน"

สติของฉันพร่าพราย จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาชวนมาดูผีเสื้อตอนไหน ร่างอ่อนระทวยไร้แรงแม้แต่ผลักเขาออกห่าง แผงอกเปลือยเปล่าทาบทับมาบนร่างเปลือยของฉัน ที่ควรต่อต้านแต่กลับระทดระทวยอยู่ในอ้อมแขนใครก็ไม่รู้

"แค่วันไนท์นะ" ฉันกระซิบ น้ำเสียงแหบกระเส่าเจือความต้องการ แค่ถูกเขาจูบฉันก็เหมือนตกอยู่ในบ่วงกามของปีศาจ

"ดีล" เขาตอบ

"อื้อ" ฉันสะดุ้งเมื่อเขาลากฝ่ามือพร้อมนิ้วเรียวยาวกรีดเข้ามากลางร่างสาว อีกมือง่วนงุ่นกับการบีบคลึงโนมเนื้อนุ่มหยุ่นเต็มไม้เต็มมือ เมื่อถูกโจมตีสองจุดอ่อนไหวพร้อมกัน ร่างกายฉันยิ่งสั่นสะท้านจนน่าอาย

"ไม่เคยเหรอ"

"อืม" ฉันพยักหน้า

"จะสอนให้..เอาแบบจำไม่มีวันลืม"

ฉันได้กลิ่นแอลกอฮอล์ผสานกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นบุหรี่บนตัวเขา ได้กลิ่นชัดเจนขึ้นตอนเขาเบียดร่างเข้าหา ต้นขาแกร่งแน่นใช้หัวเข่าแยกขาฉันออก ริมฝีปากเขาลากผ่านซอกคอทั้งขบเม้ม ทั้งสูดดมเรือนร่างฉัน ปลายลิ้นชื้นตวัดบนปลายยอด

"อื๊อ..มัน.." ฉันแทบกลั้นเสียงครางไม่ไหว ลิ้นผู้ชายบนปลายยอดมันให้ความรู้สึกแบบนี้นี่เอง

"มันเรียกว่าเสียว" เขาหัวเราะก่อนตวัดลิ้นดูดดึงอย่างต่อเนื่อง ทั้งดูดทั้งขบเม้มรุนแรงขึ้นเมื่อปุ่มนุ่มสีชมพูกลับชี้ชันเป็นตุ่มไตสนองปลายลิ้น

"คุณเป็นใคร" ฉันถาม

ฉันจำอะไรไม่ได้เลย จำได้ว่าดื่มอยู่ที่บาร์คนเดียว

เพราะไอ้พี่แจ็คแฟนฉันมันกล้าไปเดตกับสาวอื่น ฉันจึงต้องไปเมาเหมือนหมา (ตัวเมีย) แล้วตกปากรับคำ แถมตอบรับมาดูผีเสื้อห้องผู้ชายได้ยังไงก็ไม่รู้

"อย่าเกร็ง" เสียงแหบกร้าน บ่งบอกว่าเขามีความต้องการถึงขีดสุด

แสงสลัวสาดส่อง ทั้งเมา ทั้งหนักหัวแต่ฉันยังเห็นส่วนกลางลำตัวเขาผงาดแข็งขึง ขนาดของมันทำให้ฉันนึกกลัว ลิ้นสากยังปัดป่ายบนเรือนร่างฉันก่อนไล้ลากต่ำลงไปบนเนินเต้า ลากผ่านสะดือไปยังเนินเนื้อด้านล่าง ก่อนตวัดลิ้นบดขยี้ส่วนอ่อนไหวบนติ่งเนื้อเล็ก ๆ นั่น

"อ๊า" ฉันครางอย่างสุดกลั้น ความรู้สึกรื่นรมย์ปนซ่านกระสันพุ่งเข้าโจมตีทั่วร่าง

ฉันเกลียดลิ้นเขา มันลากไปที่ไหนก็เหมือนไฟลวกตรงส่วนนั้น ทั้งร้ายกาจ ช่ำชอง ทำเอาฉันเสียวสยิวไปหมด

"ไม่.. ไม่นะ ไม่เอา" จู่ ๆ ฉันก็นึกเสียดายความสาวขึ้นมากะทันหัน

เสียดายความสาวที่ฉันยังไม่เคยมอบให้กับใครแม้แต่แฟนที่คบกันมาหลายปี

"เอา ก็จ้องจะเอามานานแล้ว" ร่างแกร่งทาบทับเข้าหา มือเคล้นคลึงบนหน้าอกอวบอิ่ม

ห๊ะ? อีตานั่นบอกว่าจ้องจะฟันฉันมานานแล้ว? ฉันเคยรู้จักเขาด้วยเหรอวะ?

ฉันส่ายหน้า สติพร่าเลือนไม่ยินยอมแต่ร่างกายกำลังทรยศ ฉันมองเขาในความมืด มองเค้าหน้าหล่อคมจากแสงไฟสลัวลอดผ้าม่านจากด้านนอก

มือหนาเรียวบีบมาบนสันกรามบนใบหน้าฉัน บังคับให้จ้องตา ดวงตาวาวโรจน์บนใบหน้าได้รูปทำให้ฉันกลัว ในขณะเดียวกันรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์

เขายิ้ม รอยยิ้มที่ดูเยือกเย็น แฝงไปด้วยความก้าวร้าวข่มขู่รอยยิ้มที่ทั้งร้ายกาจและยั่วยวน ฉันใจเต้นรัว รู้สึกเหมือนกำลังตกอยู่ในห้วงรักกับซาตาน

และก่อนที่ฉันจะได้คิดอะไรต่อ มือใหญ่อีกข้างของเขาก็รวบมือฉันไว้บนศีรษะ ข้อมือทั้งสองข้างของฉันถูกเนคไทขมวดปมดึงเข้าหากันแล้วมัดมือของฉันไว้กับเสาเตียง ฉันกำลังถูกชายแปลกหน้ามัดมือไว้ ส่วนด้านล่างกำลังถูกเขาใช้มือรังแก

นิ้วเรียวยาวขยับแทรกเข้ากลางร่างฉันจนมิด ข้อมือหนากระแทกเข้าออก แรงกระทำจากข้อมือ จากเรียวนิ้วยาว ๆ คลึงขยี้จุดอ่อนไหวภายในทำเอาฉันกรีดร้องอย่างสุขสม

"มันแค่จุดเริ่มต้นของคืนนี้" เสียงนุ่มทุ้มกระซิบข้างหูฉัน

เสียงกระซิบของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนผู้ถูกล่า

เขาเริ่มต้นล่าฉันตั้งแต่คืนนั้น

ฉันได้ยินเสียงเขาหัวเราะในลำคอ

ฉันคิดว่าฉันได้ยินเขาพูดอะไรบางอย่าง แต่ฉันจำไม่ได้

จำได้เพียงบนท่อนแขนของเขามีรอยสักรูปผีเสื้อ