Dangerous Chapter 3 คุณเลือดท่วมตัว&คุณพลาสเตอร์
โรงพยาบาลเอกชน BN
“มึงจะรีบออกจากโรงพยาบาลทำไมวะไอ้คาร์ล”น้ำเสียงที่ทั้งเป็นห่วงและแอบจะติดปนหงุดหงิดของเคอร์วินที่พูดกับคาร์ลเตอร์ผู้เป็นพี่ชายฝาแฝด ก็ไอ้พี่ชายตัวดีของเขาน่ะ พอมันฟื้นขึ้นมาได้สามวัน มันก็จะออกจากโรงพยาบาลท่าเดียว นี่ก็กำลังห้ามไม่ให้มันลุกออกจากเตียง
“กูมีเรื่องต้องทำ ปล่อย และอีกอย่างกูหายดีแล้ว”เสียงเรียบเอ่ยบอกน้องชายฝาแฝดแล้วจะลุกออกจากเตียงคนป่วย
“หายดีก็เชี่ยละ! มันสำคัญกว่าชีวิตมึงรึไงวะ!”เพิ่งจะฟื้นได้สามวันบอกหาย ใครเชื่อก็โง่ละ
“งานสำคัญเหรอ? ถ้างานให้กูไปทำแทนก็ได้ ส่วนมึงพักรักษาตัวให้หายดีก่อน”เคอร์วินดันตัวคาร์ลเตอร์ลงไปกับเตียงคนป่วย
“ไม่ใช่งาน!”
“ไม่ใช่งานแล้วมันอะไร อะไรที่ทำให้มึงรีบร้อนอยากออกจากโรงพยาบาล”เคอร์วินจ้องมองอย่างต้องการคำตอบ มือก็ยังดันไม่ให้คาร์ลเตอร์ลุก
“กูจะไปเอาเข็มกลัดคืน”
เคอร์วินปล่อยมือที่ดันคาร์ลเตอร์ไว้กับเตียงออกเมื่อได้ฟังว่าพี่ชายกำลังจะไปที่ไหน
“ต้องไปเอาคืนเดี๋ยวนี้เลย?”เคอร์วินถามต่อ ทีนี้เปลี่ยนมายืนกอดอกมอง
เคอร์วินลุกขึ้นนั่งดึงสายน้ำเกลือออกจากมือ
“อืม เป็นของสำคัญก็ต้องรีบไปเอาคืน”คาร์ลเตอร์ตอบ ทั้งที่ความจริงเขาแค่อยากไปเจอหน้าหญิงสาวก็เท่านั้น ผ่านมาห้าวันแล้วตั้งแต่ที่เจอเธอครั้งแรกเขาลืมเธอไม่ได้เลย เขาอยากจะไปหาเธออีกครั้งแล้วตรวจสอบอะไรสักหน่อย…
“กูไปด้วย อย่ามาห้ามกูด้วย” เขาก็อยากจะไปเจอผู้หญิงคนนั้นเหมือนกัน ได้แต่ดูรูปที่ลูกน้องถ่ายส่งมาให้ ผู้หญิงคนนี้ก็ช่างแปลกที่มาทำให้หัวใจเขามันเต้นแปลกๆ เธอต้องทำอะไรแน่ๆหรือพลาสเตอร์ที่เธอให้มาจะมีอะไรผสมอยู่?
“กูก็ไม่ได้จะห้าม”
เหมือนทั้งสองคนจะตกลงกันได้ลงตัว แต่เคอร์วินก็ยังให้แพทย์มาตรวจเช็คร่างกายคาร์ลเตอร์อีกครั้งก่อนออกจากโรงพยาบาล เมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ดีขึ้นแต่ไม่ได้แปลว่าหาย เขายังคงเป็นห่วงคาร์ลเตอร์อยู่ดี
จากนั้นเมื่อทั้งสองที่ออกจากโรงพยาบาลก็นั่งรถตรงมาที่ร้านขายดอกไม้…
AnAn garden
รถหรูBMWสองคันดับเครื่องยนต์จอดลงที่หน้าร้านขายดอกไม้ คันแรกคือคันที่มาเฟียหนุ่มทั้งสองคนนั่งมา ส่วนอีกคันคือของบอดี้การ์ดที่ขับตามมา บอดี้การ์ดลงจากรถเดินมาเปิดประตูออกพร้อมกันทั้งสองข้างให้กับผู้เป็นเจ้านาย
“มึงก็เลือกมาหลบได้ถูกที่เลยนะไอ้คาร์ล” เคอร์วินที่มองดูหน้าร้านขายดอกไม้และทางเข้าที่ค่อนข้างจะลำบาก ไม่แปลกที่ไอ้พวกรอบทำร้ายจะหาคาร์ลเตอร์ไม่เจอ ใครจะคิดว่ามาเฟียผู้ทรงอิทธิพลจะมาหลบอยู่ร้านขายดอกไม้เล็กๆ
“เธออยู่ในร้านครับ ผมเคลียร์คนไม่ให้เข้ามายุ่งวุ่นวายพื้นที่ตรงนี้แล้วครับ”เจคบอดี้การ์ดมือขวาเคอร์วินเอ่ยบอกเจ้านายทั้งสองท่าน
“ให้ผมไปตามเธอออกมาพบท่านเลยไหมครับ”ไทกิเอ่ยถามเจ้านาย
“ไม่ต้อง กูจะเดินเข้าไปเอง”พูดจบคาร์ลเตอร์ก็ก้าวขายาวไปตามทางเดินที่โรยด้วยหินตกแต่งพื้นสีขาวดำปะปนกัน ที่สองข้างรอบตัวเขามีแต่ดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์
“พวกมึงไม่ต้องตามมา เธอจะกลัวเอาได้”เคอร์วินหันมาห้ามลูกน้องทั้งสี่คนที่เดินตามให้หยุด แล้วให้ไปรอที่อื่นใกล้ๆแถวนี้แทน
พอเจ้านายเดินออกไปเหล่าบอดี้การ์ดคนสนิทก็เริ่มมีบทสนทนา
“มึงว่าแปลกไหม”ไทกิเปิดประเด็นถามเพื่อนอีกสามคนที่เติบโตและถูกฝึกฝนมาด้วยกัน
“อะไรที่ว่าแปลก”เจคหันมาถาม แต่ยังคอยมองไปรอบๆตามสัญชาตญาณของบอดี้การ์ด
“ก็ที่นายท่านทั้งสองมาที่นี่ไง”
“ไม่เห็นแปลกก็นายท่านคาร์ลเตอร์จะมาเอาเข็มกลัดคืน”พอร์ชที่ยืนข้างไทกิตอบกลับไป
“แต่กูก็ว่าแปลก แปลกตั้งแต่ที่นายท่านยอมให้เข็มกลัดเธอไว้แล้ว”ลูก้าพูดเสริม คงมีแต่เจคที่ไม่ได้คิดอะไรอยู่คนเดียว
“เหรอวะ แต่กูไม่คิดอะไรเลยนะ”เจคตอบเพื่อนออกไป เพื่อนอีกสามคนถึงกับส่ายหัวกับเจคที่ไม่มีความคิดอะไรนอกจากการดูแลปกป้องเจ้านาย แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ดี สี่หนุ่มบอดี้การ์ดก็เลิกคุยเรื่องเจ้านายเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน
สองคนพี่น้องเดินมาจนถึงหน้าประตูร้านขายดอกไม้ของผิงอัน
กริ๋งๆๆ เสียงกรุ๋งกริ๋งของโมบายที่ถูกแขวนอยู่บนประตูดังขึ้นเมื่อคาร์ลเตอร์ผลักประตูเข้ามา ส่งสัญญาณบอกให้เจ้าของร้านขายดอกไม้อย่างผิงอันได้รับรู้ และอย่างเคยชินที่เธอจะพูดต้อนรับลูกค้าอัตโนมัติ
“ร้านดอกไม้อันอันยินดีต้อนรับค่ะ สนใจดอกไม้หรืออยากให้จัดช่อดอกไม้แบบไหนบอกได้เลยค่ะ..” เธอเงยหน้าขึ้นจากการจัดช่อดอกกุหลาบ ส่งยิ้มหวานพร้อมกล่าวทักทายบุคคลที่เข้ามาภายในร้าน
แต่เมื่อผิงอันได้มองผู้ชายทั้งสองคนชัดๆ ก็จำได้ในทันทีเลยว่าพวกเขาเป็นใคร คนหนึ่งคือคนที่เธอพาไปโรงพยาบาล อีกคนคือคนที่เธอแปะพลาสเตอร์ให้ที่มือ และถ้าจำไม่ผิดทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน วันนี้ได้มองหน้าชัดๆถึงได้รู้ว่าพวกเขาหล่อเหลาอย่างกับเทพบุตร สีผมบลอนทองและดวงตาสีฟ้าเข้มกับสีฟ้าอมเขียวมันช่างงดงามและเป็นที่น่าสะกดใจเหลือเกิน
“คุณเลือดท่วมตัวกับคุณพลาสเตอร์นี่นา…”เธอคงคิดว่าคำพูดนี้เธอพูดในใจ แต่เปล่าเลยเธอพูดออกเสียงดังฟังชัด ทำเอาสองแฝดนิ่งไปกับสรรพนามที่เธอเรียกพวกเขา
“เมื่อกี้เธอเรียกพวกฉันว่าอะไรนะ”เคอร์วินขมวดคิ้ว ‘พลาสเตอร์’นี่นะ
แกร๊ง! เสียงกรรไกรกระแทกโต๊ะ “ฮะเอ๊ะ ขอโทษค่ะฉันคิดว่าฉันพูดในใจ”มือที่จับกรรไกรตกแต่งกิ่งดอกไม้ถูกปล่อยออกด้วยอาการตกใจ และยกมือขึ้นขอโทษที่เธอเผลอเรียกพวกเขาออกไปอย่างนั้น
“ไม่ได้ทำอะไรผิดจะขอโทษทำไม”คาร์ลเตอร์ยื่นมือไปจับมือเธอออกจากการพนมมือ
“ขอโทษเก่งเป็นนิสัยเลยนะเธอเนี่ย”ครั้งก่อนที่เขาดึงเธอมากระแทกอก เธอก็กล่าวขอโทษเคอร์วิน และนี่เขาแค่ถามเธอก็ยังขอโทษ ชีวิตนี้ถูกตั้งให้เกิดมาขอโทษคนอื่นรึไงกัน เคอร์วินได้แต่ตั้งคำถาม
พรึ่บ ผิงอันดึงมือออกจากมือคาร์ลเตอร์ที่เขาจับมือเธอค้างไว้ไม่ปล่อย แล้วยืนกุมมือไว้ด้านหน้าแทน เธอมองไปที่เคอร์วินเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามองคาร์ลเตอร์
“คุณหายดีแล้วเหรอคะ”เธอถามอย่างเป็นห่วง พยายามที่จะมองสำรวจร่างกาย แต่มองไม่เห็นอะไรหรอกก็เขาใส่เสื้อผ้าตัวใหม่ต่างจากวันนั้นที่เธอได้เจอ สภาพเขาที่เลือดอาบไปทั้วตัว แค่คิดก็ขนลุกซู่เลยล่ะ
“อืม ฉันหายดีแล้ว..”
“ไอ้คนโกหก” เคอร์วินพูดสวนขึ้นต่อจากที่คาร์ลเตอร์ตอบเธอไป เธอเอียงคอเล็กน้อยสรุปเขาหายดีหรือยังไม่หายกันแน่ คาร์ลเตอร์หันกลับไปมองค้อนเคอร์วิน
“พูดต่อๆ” เคอร์วินหยักไหล่ใส่แล้วทำมือว่าให้พูดคุยกับเธอต่อ
“ฉันเพิ่งออกจากโรงพยาบาลวันนี้ แล้วก็มาหาเธอ”
“คุณคงจะมาเอาเข็มกลัดใช่ไหมคะ ฉันเก็บมันไว้อย่างดีเลย”เธอหันหลังก้มลงไปเปิดลิ้นชักที่เก็บของสำคัญของเขาไว้ เธอหยิบกล่องไม้รูปหัวยื่นมาให้คาร์ลเตอร์ คาร์ลรับกล่องไม้นั่นมาแล้วเปิดออกดู
เขาหยิบมันขึ้นมาดูว่าใช่เข็มกลัดของเขาจริงไหม และมันคือเข็มกลัดของเขาจริงๆ แต่แค่ไม่ได้เปอะเปื้อนคราบเลือดอย่างวันนั้น
“ฉันเสียมารยาทเช็ดคราบเลือดออกคงไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ”
“ไม่เป็นไร ขอบคุณที่ช่วยเก็บรักษามันไว้อย่างดีนะ..ผิงอัน”เขายังจดจำชื่อของเธอได้ดี
“ค่ะ เอ่อว่าแต่ขอถามชื่อคุณได้ไหมคะ”เขาจำชื่อเธอได้ด้วย งั้นเธอขอรู้จักเขาบ้างนะ
“ได้สิ ฉันคาร์ลเตอร์เรียกคาร์ลก็ได้นะ”เขาตอบเสียงเรียบ
“และก็ขอบคุณที่เธอพาฉันไปส่งโรงพยาบาล เธอมีสติมากนะถ้าเธอไม่ช่วยฉันอาจจะต้องนอนตายตรงนั้น”
“วันนั้นฉันตกใจมากเหมือนกันค่ะแต่ความรู้สึกมันบอกว่าต้องช่วยคุณให้ได้ และสิ่งที่ฉันตกใจที่สุกคือคุณเอาของสำคัญมาฝากไว้กับฉัน” ผิงอันยิ้มหวานจนทำให้มาเฟียที่หัวใจแข็งดั่งหินกำลังเกิดรอยร้าว
“งั้นเหรอ ความรู้สึกสินะ ความรู้สึกฉันก็บอกว่าต้องฝากของสำคัญไว้กับเธอเหมือนกัน”
สองคนมองหน้ากันค้างโดยมีเคอร์วินที่ยืนมองทั้งสองคนอยู่ข้างหลัง ทั้งคู่เหมือนลืมเขาไปแล้ว
“อะแฮ่ม!”เคอร์วินแกล้งไอให้สองคนหลุดจากภวังค์ ทำอย่างกับคนที่จะจีบกันงั้นแหละ น่าหมั่นไส้!
“ได้ของคืนแล้วก็กลับ”น้ำเสียงแข็งกร้าวของเคอร์วินพูดออกมาอย่าไม่รู้สาเหตุว่าเขาไม่พอใจเรื่องอะไร แถมยังดึงคาร์ลจะลากออกจากร้านด้วย
“คุณพลาสเตอร์ก็อย่าลืมทายาด้วยนะคะ ไม่งั้นจะเป็นแผลเป็น”
กึก! เคอร์วินหยุดเดิน หันหลังเดินกลับมายืนประจันหน้ากับร่างบาง
“ฉันมีชื่อ ไม่ได้ชื่อพลาสเตอร์ เคอร์วินชื่อฉัน”
“…”
“จำชื่อฉันไว้ด้วยล่ะ ผิงอัน”
พูดจบก็เดินจูงแขนพี่ชายออกไป ส่วนผิงอันก็มีความรู้สึกที่งุนงงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเธอคงจะไม่ได้เจอพวกเขาอีกแล้ว…
-จดจำในทุกความรู้สึก-
