Chapter 1
“สวัสดีค่ะ..จองโต๊ะไว้รึเปล่าคะ..อ้าว..คุณ..เข้าไปไม่ได้นะคะ” เสียงของพนักงานสาวไล่หลังฉันมา..ฉันหาได้สนใจไม่..รีบเดินตรงไปยังหนุ่มหล่อสาวสวย..โต๊ะติดกับกระจกซึ่งมองเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน..ทำเลดีและเป็นส่วนตัวที่สุด..ฉันลากเก้าอี้จากโต๊ะว่างด้านข้างๆ..มาร่วมวงกับคนทั้งสอง..หญิงสาวในชุดเดรสเปลือยไหล่สีขาวมองฉันด้วยความสงสัยแกมตกใจ..ทว่าชายหนุ่มที่สวมเสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขนกลับเบือนหน้าไปทางอื่นเหมือนไม่ใจ..
“เธอเป็นใคร..” สาวสวยตรงหน้าเริ่มเอ่ยถาม..เมื่อเห็นฉันเอาแต่จ้องหน้าหล่อนไม่วางตา..คนนี้ดูสวยกว่าคนก่อนๆ แต่โครงหน้าคล้ายๆกัน สวยตามแบบพิมพ์นิยม..ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งได้รูป ดวงตากลมโตสีอ่อน..ริมฝีปากบางเคลือบสีกุหลาบ..
“ฉันชื่อ ริมนารา..ลดาอมรกุล..เธอจะเรียกฉันว่าไนล์ก็ได้..” ฉันส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร..และไม่รับรู้ด้วยว่าเธอจะอยากเป็นมิตรด้วยไหม..
“แล้วเธอมานั่งตรงนี้ทำไม..พี่ไทม์คะ..รู้จักผู้หญิงคนนี้รึเปล่า..ถ้าไม่รู้จักมารีจะให้พนักงานไล่ผู้หญิงคนนี้ไป” คนนี้ชื่อมารีสินะ..ฉันยกยิ้มที่มุมปากมองท่าทีของไทม์ คราวนี้เขาจะทำยังไง..
“ไนล์..กลับไป..” เสียงทุ้มนุ่มนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาแต่ทว่ากลับดูหนักแน่นและจริงจัง..
“ไทม์ยังไม่บอกน้องมารีคนนี้เลยนะ..ว่าไนล์เป็นใคร..” คนอย่างไนล์ไม่เคยกลัวผู้ชายอย่างไทม์อยู่แล้ว..เรื่องอะไรจะยอมไปง่ายๆล่ะ..
“พี่ไทม์ นี่มันเรื่องอะไรคะ..มารีงงไปหมดแล้ว..” น้องมารีเริ่มหน้าเสียมองหน้าคนนั้นทีคนโน้นทีด้วยความงุนงง..
“ฉันเป็นคู่หมั้นของไทม์..รู้แล้วก็กลับไปซะ..” ฉันเน้นคำว่าคู่หมั้นชัดเจน..
“อาหารที่สั่งมาแล้วครับ..” บริกรหนุ่มวางจานอาหารลงบนโต๊ะ..สปาเกตตี้น่าจะเป็นซอสมะเขือเทศกลิ่นหอมฉุยวางลงตรงหน้า..เพราะยังไม่ได้ทานมื้อเย็นและรีบร้อนมาที่นี่..ทำให้กระเพาะเริ่มประท้วง..จนเผลอหยิบช้อนส้อมของคู่หมั้นหนุ่มเพื่อจะจัดการกับสปาเกตตี้ตรงหน้า..ทว่า..ส้อมยังไม่ทันจะถึงอาหาร..
“อย่าเสียมารยาทไปมากกว่านี้..กลับไปได้แล้ว..” ไทม์พูดด้วยน้ำเสียงที่ดังพอดู..ส้อมในมือหล่นลงไปที่พื้น..หัวใจของฉันวูบไหว..บีบรัดแน่นจนเจ็บ..เขากล้าตวาดฉันต่อหน้าผู้หญิงคนอื่นเป็นครั้งแรก..ฉันกลืนน้ำลายหนืดๆลงคอ..ไม่สิ..ฉันต้องเข้มแข็ง..จะมาร้องไห้ต่อหน้าเขาเป็นไปไม่ได้ซะหรอก..
“ยัยหนูมารี..กลับไปได้แล้ว..ไม่อย่างนั้นชีวิตของหล่อนไม่มีวันมีความสุขหรอก..ไทม์ต้องเป็นของฉัน..ของฉันแค่คนเดียว..นี่คือคำเตือน..” ฉันยกยิ้มที่มุมปากพลางหัวเราะในลำคอ..และเดินจากไปแบบสวยๆ..พนักงานต้อนรับสาวคนเดิมที่คราวนี้พาพนักงานชายมายืนขวางหน้าฉันไว้..
“นี่ไง..ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จองโต๊ะไว้..อยู่ๆก็เดินดุ่มๆเข้าไปเลย..” พอเธอพูดจบ..ชายหนุ่มในชุดพนักงานก็ยืนหน้าซีดปากสั่น..
“ส้มโอ..แกทำงานมานานแค่ไหนแล้ว..”
“สองเดือน..เนี่ย..หัวหน้าบอกว่าฉันขยันขันแข็งทำงานดี..จะเลื่อนตำแหน่งให้ฉันด้วย..” หญิงสาวกอดอกอย่างมั่นใจ..
“งั้นก็เตรียมเก็บของออกจากงานได้เลย..นี่คุณริมนารา ลูกสาวคนเดียวของเจ้าของโรงแรม..” พอชายหนุ่มพูดจบ..พนักงานสาวก็ยกมือทาบอก..ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ..รีบยกมือไหว้ขอโทษขอโพยฉัน..
“ขอโทษด้วยค่ะ..คุณริมนารา..อย่าไล่ดิฉันออกเลยนะคะ..ดิฉันยังมีแม่ที่นอนป่วย..ถ้าดิฉันตกงาน..คงไม่มีเงินค่ารักษาแม่..” หญิงสาวกุมมือฉันแน่น..มือไม้ที่สั่นเทาด้วยความกลัวนั้นฉันสัมผัสได้ถึงมันอย่างชัดเจน..ฉันไม่ใช่ประเภทคุณหนูอารมณ์ร้ายขี้เหวี่ยงขี้วีนอย่างที่ใครๆเข้าใจ..ตรงกันข้าม..ทายาทผู้บริหารโรงแรมอย่างฉันต้องเข้าถึงพนักงานทุกตำแหน่ง..
“ใจเย็นๆค่ะ..ไนล์เองก็ผิดที่ไม่ได้แจ้งอะไร..คุณพนักงานทำถูกแล้วค่ะ..เดี๋ยวไนล์จะให้หัวหน้าบุคคลเลื่อนตำแหน่งให้นะคะ..จะได้มีเงินไปรักษาคุณแม่..อ้อ..โรงแรมของเรามีสวัสดิการรักษาฟรีที่โรงพยาบาล M เดี๋ยวยังไงไนล์จะประสานเรื่องการรักษาคุณแม่ให้นะคะ..” ฉันส่งยิ้มให้พนักงานสาวอย่างเป็นมิตร..คุณแม่บอกฉันเสมอว่า..พนักงานก็คือคนในครอบครัว..ถ้าไม่มีพวกเขา..ธุรกิจของครอบครัวเราก็คงไม่ไปได้สวยเหมือนอย่างทุกวันนี้..
“รีบขอบคุณ..คุณริมนาราสิ..” พนักงานหนุ่มบอกเมื่อเห็นหญิงสาวยืนนิ่ง..ใบหน้าคลอไปด้วยน้ำตา..
“ขอบคุณค่ะ..คุณริมนารา..ขอบคุณจริงๆ..” หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณ..
“เปลี่ยนจากขอบคุณเป็นตั้งใจทำงานดีกว่าค่ะ..ไนล์ขอตัวนะคะ..” ฉันฝืนยิ้มให้อีกครั้ง..ค้อมศีรษะและขอตัวออกไปจากตรงนั้น..เพราะน้ำตาที่เก็บกั้น..จวนเจียนจะไหลเต็มที..
Time talks
“พี่ไทม์คะ..ทานต่อสิคะ..สปาเกตตี้ซอสมันกุ้งอร่อยนะคะ” สาวสวยตรงหน้ายิ้มพราย..พลางตักอาหารลงในจานของผม..ผมมองออกไปนอกกระจก..รถยุโรปคันหรูสีดำคุ้นตากำลังขับออกไปจากโรงแรม..
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นคู่หมั้นพี่ไทม์จริงๆเหรอคะ..” ใบหน้าสวยหวานขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย..และช้อนสายตาตั้งใจฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ..
“ใช่..” ผมตอบสั้นๆ..คู่หมั้นที่ไม่ได้เกิดจากความรักของทั้งสองฝ่าย..แต่เกิดจากการสร้างฐานความมั่นคงของทั้งสองครอบครัวตะหาก..เกิดมาบนกองเงินกองทอง..หลายคนต่างอิจฉา..แต่มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าเราเลือกคนที่จะมาอยู่เคียงข้างไปตลอดชีวิตในฐานะคนรักไม่ได้..ผมไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย..ตัวอย่างที่ไม่ดีมีให้เห็นในครอบครัว..พ่อมีบ้านเล็กบ้านน้อย..ทิ้งให้แม่ของผมจ่อมจมกับความทุกข์เพียงลำพัง..ก็เพราะคำว่าคลุมถุงชนนี่แหละ..แล้วบ้านนั้นก็อยากได้ผมเป็นลูกเขยใจจะขาด..เพราะตระกูลสิทธิเกียรติกุลของผมรวมกับตระกูลลดาอมรกุลของไนล์เมื่อไหร่..อำนาจลาภยศเงินทองที่มีจนใช้ได้อีกสามชาติก็จะเป็นปึกแผ่นมากขึ้น..แต่อย่างที่บอก..มีเงินก็ใช่จะมีความสุข..ผมอยากใช้ชีวิตกับคนที่ผมรักและเธอก็รักผม..แค่นั้น..ก็เพียงพอแล้ว..
“หมั้นได้ก็ถอนหมั้นได้ค่ะ..ยังไม่ได้แต่งงานซะหน่อย..มารีไม่ถือค่ะ..” มือเล็กๆพยายามจะเกาะกุมมือผม..ผมสะบัดออกอย่างไม่ไยดี..จนหญิงสาวตรงหน้าตกใจ..เพราะผมเป็นคนชวนเธอออกมาแท้ๆ..เป็นใครก็ต้องคิดว่าผมมีใจให้..ผมแค่อยากให้ไนล์ถอนหมั้น..ไม่ว่าจะเป็นใครจะมาอยู่ในฐานะคู่ควงก็ได้..ผมไม่สนใจ..
“เดี๋ยวพี่จะให้คนขับรถไปส่ง..” ผมยังมองไปนอกกระจก..มองรถสีดำที่กำลังขับออกไปจนสุดสายตา..แล้วถอนหายใจยาวๆ..
“มารีจะกลับไปกับพี่ไทม์ค่ะ..เราไปดื่มกันที่คอนโดของมารีไหมคะ..” ดวงตาสีอ่อนราวแวววาวกับแม่กวางสาวสบตาผมอย่างเชื้อเชิญ..ถ้าผมตอบรับ..ก็คงหนีไม่พ้นได้ขึ้นเตียงด้วยกันเป็นแน่..เซ็กซ์ที่ไม่ได้เกิดจากความรัก..ผมไม่นิยมซะด้วย..
“พี่มีงานที่ต้องทำขอตัวนะครับ..” ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง..ในใจรู้สึกผิดที่ขึ้นเสียงใส่คู่หมั้นสาว..ใครใช้ให้ยัยนี่แพ้กุ้งล่ะ..คราวก่อนผมพาสาวไปกินติ่มซำที่ร้านอาหารจีนชื่อดัง..ไนล์เผลอกินฮะเก๋ากุ้ง..ทั้งหน้าทั้งปากบวมเห่อ..ผื่นขึ้นเต็มตัว..จนผมต้องทิ้งคู่ควงพารีบพายัยไนล์ไปโรงพยาบาล..แถมยังต้องนั่งเฝ้าทั้งคืน..ดื้อด้านทำตัวเป็นภาระที่สุดเมื่อไหร่ผมจะสลัดยัยริมนาราออกจากชีวิตได้ซะที..ผมสบถกับตัวเองในใจ..และเดินออกจากห้องอาหาร..โรงแรมริมนารา..โดยไม่ใส่ใจเสียงร้องของหญิงสาวที่ดังไล่หลังมา..เพราะยังไงซะ..ก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้วล่ะ..
