บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 9 ชุ่มฉ่ำ

“โมนา ทำอะไร ถอยไป”

หัวใจดวงโตเต้นกระหน่ำคร่อมจังหวะจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใด นอกจากเสียงจังหวะเร้าใจของก้อนเนื้อไม่รักดี

“ไม่ค่ะ ขอกอดหน่อยไม่ได้หรือคะ”

“ไม่ได้”

“ก็โมนาหนาวนี่คะ จะเป็นไข้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เปียกฝนตั้งนาน”

“เธอดื้อเองนะ ใครใช้ให้รอพี่ล่ะ”

“โมนานี่แหละค่ะที่ใช้ตัวเอง ก็โมนาเป็นห่วงพี่ขุนนี่คะ แล้วพี่ขุนก็เปียกฝนจริง ๆ ด้วย”

“ฮึ่ม ถ้าเธอไม่มายุ่ง ป่านนี้พี่ถึงบ้านไปแล้ว”

“ก็ถึงแบบเปียก ๆ อยู่ดี พี่ขุนเป็นไข้หรือเปล่าคะ ปวดหัวไหม ทำไมตัวร้อนจัง”

กรามแกร่งขบแน่นจนสันขึ้นนูน ความเป็นชายตื่นเพริดดีดดิ้นร้องขอการปลดปล่อย ทั้งที่เธอทำเพียงแค่กอดเขาเท่านั้น ยังตื่นเต้นจนแทบพุ่งกระฉูดให้ขายหน้า

“ฮึ่ม เปล่า”

เสียงแหบพร่าปร่าแปร่งร้องตอบ มือเล็กจึงลูบไล้บนมือใหญ่ ลากขึ้นมาจนถึงต้นแขน แล้วเลื่อนขึ้นมาลูบใบหน้าและคำคอแกร่งเพื่อวัดไข้

“โมนา ทำอะไร”

“วัดไข้ค่ะ ตัวร้อนจริงด้วย กินยาไหมคะ”

มือเล็กซุกซนหายลงไปในผ้าห่ม ก่อนมันจะล้วงเข้าไปในชายเสื้อยืดสีขาว

ขุนพลจับข้อมือเล็กแล้วพลิกกายเข้าหา ดวงตาคมดุวาบขึ้นภายใต้แสงสลัว แต่คนตัวบางกลับเชิดหน้าสู้อย่างคนถือดี

หนุ่มสาวสบตากันเนิ่นนาน กรามแกร่งขบแน่น ลมหายใจหอบกระชั้นทั้งที่พยายามแล้วจะควบคุม ก่อนความอดทนของเขาจะถึงขีดจำกัดเมื่อโมนาเผยอปากเชิญชวน

ขุนพลละมือจากที่จับข้อมือเล็กเอาไว้มาประคองใบหน้าสวยให้แหงนขึ้นเพียงนิด ก่อนจะค่อย ๆ ขยับใบหน้าเข้าหา ประทับริมฝีปากอุ่นร้อนลงบนกลีบปากนุ่มนิ่มแผ่วเบา

โมนาหลับตาพริ้ม เผยอปากสั่นระริกขึ้นอีกนิด ทำขุนพลถอนใจพรืด หลับตาลงอย่างยอมจำนนแล้วละเลียดจูบเชื่องช้าแสนหวานทำคนตัวบางหลุดเสียงครางน่ารักออกมาอย่างไม่รู้ตัว

หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำ เลือดในกายวิ่งไหลแล่นพล่านจนร้อนวูบวาบไปหมด หูอื้ออึงไม่ได้ยินเสียงอื่นใดนอกจากจังหวะหัวใจที่ไม่อาจควบคุม

“อืม...”

เสียงแหบพร่าหลุดออกมาด้วยความชอบใจ มือใหญ่ประคองกรอบหน้าให้แหงนขึ้นอีกนิด ลิ้นร้อนไล้เลียล่วงล้ำเข้าไปในโพรงปากอุ่นประสานกับริมฝีปากที่บดเบียดลึกซึ้ง

คนตัวบางร้องครางแผ่วก่อนยื่นลิ้นออกมาไล้เลียเกี่ยวพันเลียนแบบเขา

ท่าทีเงอะงะแต่ร้อนแรงทำคนตัวโตครางฮือชอบใจ เขาโถมตัวขึ้นคร่อมแล้วบดจูบแลกลิ้นนัวเนีย ก่อนค่อย ๆ ไต่ริมฝีปากขบเม้มจูบฟัดซอกคอหอม

คนไม่เคยต้องมือชายหลุดเสียงแห่งความหฤหรรษ์ เธอแหงนเงยหน้าหลับตาพริ้ม เปิดเปลือยลำคอให้เขาจูบเม้มสมใจ เผยอปากส่งเสียงที่แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้ว่าทำอะไรลงไป

มือใหญ่ร้อนผ่าวบีบขยำหน้าอกอวบหนักเบา ความครัดเคร่งเด้งสู้มือดียิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนทีเคยผ่านมาทำคนตัวโตคำรามชอบใจ

“อ๊ะ พี่ขุน...”

เสียงเรียกชื่อทำคนตัวโตได้สติ เขากัดกรามข่มอารมณ์แล้วกดหน้าผากแนบกับไหปลาร้าอยู่หลายวินาที ก่อนจะโงหัวขึ้นมาสบตาที่เปิดปรือขึ้นมองเขา

“พี่ขุน...”

“ไม่ได้”

พูดจบก็ทิ้งตัวลงนอนหงายแล้วดึงร่างบอบบางหอมกรุ่นมานอนกอดแนบอก หนุ่มสาวไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว คนตัวบางนอนฟังเสียงหัวใจดวงโตที่เต้นกระหน่ำราวกลองชุด รู้ว่าเขากำลังมีความต้องการ แต่ก็ไม่แน่ใจนักว่าตัวเองพร้อมจะให้เขาทำจนสุดทางหรือไม่ จึงเลือกนอนเฉย ไม่อ่อยเขาอีก

“ดีไหม”

แต่แล้วเธอกลับต้องเบิกตากว้าง เมื่ออยู่ ๆ เขาก็เอ่ยถามขึ้นมา

“อะไรคะ”

“จูบไง ดีไหม”

“เอ่อ ดีค่ะ”

“ชอบสินะ”

“ค่ะ”

“ถ้าชอบก็จำเอาไว้ เพราะพี่จะไม่ทำเธออีก”

โมนาเงยหน้าสบตาคนตัวโต เขามองเธอนิ่ง ๆ ในแววตาคู่นั้นเธอแปลความหมายไม่ออก ก่อนจะตัดสินใจยื่นหน้าขึ้นจูบ แต่เขากลับเอานิ้วชี้มากั้น

“พอแล้ว”

“ขออีกครั้งสิคะ แล้วโมนาจะเป็นเด็กดี”

พูดจบก็แตะจูบผะแผ่วบนนิ้วชี้ของเขา ขุนพลกัดกรามข่มใจ สุดท้ายก็ทนไม่ไหว พลิกกายเธอลงนอนหงายมีเขาคร่อมทับอยู่ แล้วโผลงละเลียดจูบเธอด้วยจังหวะเนิบนาบเชื่องช้าแต่แฝงไปด้วยความร้อนแรงจนหนุ่มสาวตื่นเตลิดแทบกู่ไม่กลับ

“ทำไหมคะ”

คนใจกล้าเอ่ยถาม ขุนพลจึงได้สติอีกครั้ง เลยพลิกตัวลงนอนแล้วดึงเธอเข้ามากอดแนบอกแน่น ๆ ไม่ให้เธอขยับตัวยั่วยวนให้เขาตบะแตกได้อีก

เรื่องคืนนี้มันไม่ควรเกิดขึ้น แค่จูบกันก็ข้ามเส้นพี่น้องไปแล้ว แถมเขาเองยังติดใจสัมผัสนุ่มนิ่มแสนหวานของเธออีกต่างหาก

หลังจากนี้คงต้องพยายามอยู่ห่างจากเธอให้มากที่สุด ไม่อย่างนั้นจะเป็นเขาที่ทำลายลงอย่างลงด้วยมือตัวเอง

“นอนซะโมนา พี่จะไม่ทำอะไรเธอมากไปกว่านี้”

“แต่โมนา...ยอม”

คำสุดท้ายเบาแสนเบาแต่เขาก็ยังได้ยิน หัวใจดวงโตอุ่นวาบ เลือดในกายแล่นพล่านจนปวดหนึบไปทั้งลำ

“อย่ายอมพี่เลย หลังจากคืนนี้มันไม่สนุกหรอกโมนา พี่จะเลวกับเธออย่างที่เธอจินตนาการไม่ถึงเลยล่ะ หยุดทุกอย่างไว้แค่นี้เถอะ อย่าข้ามเส้นกันไปไกลกว่านี้เลย”

“โมนาชอบพี่ขุน”

“พี่รู้”

“พี่ขุนก็ชอบโมนา”

“พี่ไม่ได้ชอบเธอแบบนั้น”

“อย่าปฏิเสธเลยค่ะ ตรงนั้นของพี่บอกโมนาหมดแล้ว”

ก่อนหน้านี้ที่เขานอนคร่อมแล้วจูบเธอ ท่อนลำร้อนผ่าวมันบดเบียดอยู่ที่ต้นขาบอบบางซึ่งชายกระโปรงชุดนอนมันถลกเลิกขึ้นไปถึงไหน จึงสัมผัสถึงตัวตนของเขาได้อย่างชัดเจน

“เราจูบกันนะโมนา ไม่ว่าจูบกับใคร พี่ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น”

“งั้นพี่ขุนก็ทำกับโมนาอย่างที่ทำกับผู้หญิงคนอื่นได้สิคะ ไม่ต้องชอบโมนาตอนนี้ก็ได้”

“อยากเหรอ”

“คะ” เธอร้องถามออกไปอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเขาหมายถึงอะไร

“อยากทำไง อยากไหม”

“ถ้ากับพี่ขุน โมนาอยากค่ะ”

เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ จินตนาการไปถึงความสาวที่ยังไม่ได้แตะต้อง แต่มั่นใจได้เลยว่าตอนนี้มันต้องฉ่ำเยิ้มเพื่อเขาแล้วแน่นอน

“พี่จะไม่มีอะไรกับเธอ ทำให้ได้แค่ช่วย จะเอาไหม”

มือลูบบั้นท้ายกลมกลึง กำลังจะพลิกกายเธอนอนหงายเพื่อช่วยเหลือไม่ให้เธอทรมานเพราะใจอ่อนก็ต้องชะงักเมื่อเธอคว้าหมับบนมือเขาแล้วขืนแรงไว้

“ถ้าแค่ช่วย ไม่เอาค่ะ โมนาต้องการพี่ ของพี่ขุน เท่านั้น”

“ไหนว่าถ้าพี่จูบเธออีกครั้งจะไม่ดื้อไงโมนา”

“โมนาก็ไม่ได้ดื้อนี่คะ แค่ต้องการสิ่งที่มากกว่า แต่ถ้าพี่ขุนอยากช่วย อยากทำด้วยความรู้สึกของพี่ขุนเอง ก็ทำเลยสิคะ แค่ไหนก็ได้ ขอแค่พี่ขุนเป็นฝ่ายอยากทำ”

มือเล็กเลื่อนจากอกแกร่งลงไปยังซิกซ์แพ็ก ก่อนจะค่อย ๆ สอดเข้าไปในเอวกางเกงยางยืด อีกเพียงนิดจะถึงความใหญ่โต เขาก็คว้าข้อมือนั้นแล้วดึงขึ้นมากอดเอวสอบไว้แน่นเหมือนเดิม

“อย่าซน”

“ขอจับหน่อยสิคะ แค่จับก็ได้”

“แค่จับก็ไม่ได้ เด็กหื่น”

“พี่ขุนทำให้โมนากลายเป็นแบบนี้”

“ไม่ต้องมาโทษพี่เลย เธอหื่นด้วยตัวเอง นอนซะโมนา ถ้ายังดื้อกับพี่ หลังจากนี้พี่จะไม่เข้าใกล้เธออีกเลย”

“ก็ได้ค่ะ โมนาจะนอนแล้ว ไม่ดื้อแล้วค่ะ”

ขุนพลจูบหน้าผากมนแผ่วเบาก่อนจะหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า ข่มตาข่มใจกันอยู่นานร่วมชั่วโมงกว่าที่ทั้งคู่จะหลับไปได้ ท่ามกลางบรรยากาศชุ่มฉ่ำของฝนที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย

และส่วนอ่อนไหวของทั้งคู่ที่เปียกชื้นเมื่อมีหยาดฝนแห่งอารมณ์โปรยปรายลงมา...ไม่ต่างกัน
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel