เด็กเทรย์ซิส 7 | สเปกของสายขิม
ติ๊ง…
แจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาด้านบนหน้าจอโทรศัพท์ เรียกสายตาคมเข้มให้เหลือบขึ้นไปมอง เห็นแวบๆ ว่า…
saikim started following you
ปกติเขาไม่เคยสนใจว่าใครกดติดตามบ้าง แต่ชื่อไอจีที่สะดุดตาทำให้แตะเข้าไปดูชัดๆ ว่าคนที่คิดไหม หน้าจอเด้งไปไอจีหนึ่งที่เปิดเป็นสาธารณะ
ไอจียัยตัวปัญหา…
คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงด้วยความแปลกใจที่เห็นสายขิมมาติดตามไอจี ไม่เข้าใจว่าเธอต้องการอะไร นับวันยิ่งทำตัวแปลกๆ กับเขา
“เออไอ้เทรย์ซิส เลิกเรียนพวกกูไปคอนโดมึงนะ”
“อืม” เขาละสายตาจากโทรศัพท์ไปมองคเชนทร์ ก่อนจะตอบสั้นๆ แล้วพยักหน้าให้
“ไอ้เทรย์ซิสส่องสาวว่ะ” ตะวันที่เพิ่งเดินมา เห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเทรย์ซิสยังค้างอยู่หน้าจอไอจีผู้หญิงคนหนึ่ง จึงเอ่ยแซวขึ้นทันที
“ขนาดมันใช้ฟิล์มกันเสือก มึงก็ยังมองเห็นอีกนะไอ้ตะวัน”
“กูมองจากด้านบนแล้วเห็นพอดี” ตะวันตอบ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ เทรย์ซิส
“ว่าแต่สาวคนไหนวะ ทุกทีพวกกูไม่เคยเห็นมึงสนใจผู้หญิงคนไหนเลย” คเชนทร์ถามอย่างสงสัย
“พวกกูตกข่าวอะไรไปรึเปล่า?” ตะวันเสริม
“ก็แค่คนที่มากดติดตาม แล้วแจ้งเตือนมันเด้งขึ้นมา มือกูเผลอไปโดนเท่านั้น” เขาปัดออกจากไอจีสายขิม ปิดหน้าจอแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ
เพื่อนทั้งสองคนมองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อ สายตาเหมือนกำลังจับผิด เทรย์ซิสเพียงแค่ฟุบหน้าลงกับกระเป๋าเป้ของตัวเอง ราวกับตั้งใจจะงีบหนีบทสนทนาเหมือนที่ทำอยู่บ่อยๆ
“พอรู้ว่าพวกกูจับได้ก็งีบหนีทันที” ตะวันพูดแล้วหันไปมองหน้าคเชนทร์
“กูว่าเด็กมันนั่นแหละ แต่ไม่ยอมบอกเรา”
“เออ กูก็คิดงั้น”
คนที่ตั้งใจฟุบหน้างีบหนีเริ่มรู้สึกเอือมระอากับบทสนทนาของเพื่อนที่ยังคงดังไม่หยุด
ถ้าเขาบอกความจริงว่าแค่กดเข้าไปดูเพื่อเช็กว่าใช่คนที่คิดไว้หรือเปล่า คงโดนซักต่อยาวกว่านี้แน่ ขนาดตอบไปแค่นั้น พวกมันยังไม่เชื่อ
Empire Rich
สายขิมตั้งใจเอาคีย์การ์ดมาคืนเทรย์ซิส นิ้วเรียวกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นที่อาศัยอยู่ ใช้เวลาไม่นานประตูลิฟต์ก็แยกออก ร่างบางในชุดนักศึกษาก้าวออกมาแล้วตรงไปยังห้องของเขา
ก๊อก ก๊อก
เธอยกมือขึ้นเคาะประตูห้องของเขา พลางพ่นลมหายใจออกมาทางปากเบาๆ ผ่านไปไม่นานได้ยินเสียงปลดล็อกจากด้านใน และประตูค่อยๆ เปิดออก ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองคนที่เปิดประตูให้ตาปริบๆ
“เอ่อ…อะ..เอาของมาคืนพี่เทรย์ซิสค่ะ ไม่ทราบว่าเขาอยู่ไหมคะ” เธอพูดติดขัดเล็กน้อย เพราะคนที่เปิดประตูออกมาไม่ใช่เขาแต่เป็นผู้ชายอีกคน เดาว่าคงเป็นเพื่อน เพราะเคยเห็นอยู่ในกลุ่มของเขาวันนั้นที่คณะวิศวะ
ตะวันที่เป็นคนเดินมาเปิดประตูแทนเทรย์ซิสที่เข้าห้องน้ำ ยืนมองหน้าสายขิมนิ่งๆ ก่อนจะเอี่ยวตัวกลับไปตะโกนบอกเพื่อนสนิท
“ไอ้เทรย์ซิส! เด็กมึงมาหา”
สายขิมเบิกตากว้าง ก่อนจะรีบแก้ตัว
“มะ…ไม่ใช่เด็กเขาค่ะ”
ตะวันดึงสายตากลับมามองสายขิมอีกครั้ง
“แล้วเป็นอะไรกับเพื่อนพี่?”
“เป็น…”
“นั่นหลานป้าหยก” เทรย์ซิสที่เดินมาพอดีเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
“อ่า เสือซุ่มนะมึง” ตะวันกระตุกยิ้มมุมปาก ถอยออกมาพลางตบไหล่เพื่อนเบาๆ
เทรย์ซิสไม่ได้สนใจคำพูดเพื่อน เดินมาหยุดหน้าประตูมองหน้าสายขิมด้วยสีหน้านิ่งเฉย แต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้เพื่อนสนิทสองคนยืนดูอยู่ข้างหลัง คเชนทร์ยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายภาพที่หาดูได้ยาก
ตั้งแต่รู้จักกับเทรย์ซิสมา พวกเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนโผล่มาหน้าห้องมันอย่างนี้มาก่อน คเชนทร์อัปภาพนั้นลงสตอรี่ไอจีตัวเองพร้อมแคปชั่น
‘ไอ้นี่แม่งร้าย’
“ขิมเอาคีย์การ์ดมาคืนค่ะ”
เทรย์ซิสรับคีย์การ์ดจากมือสายขิมมา
“ไม่รู้ว่าพี่เทรย์ซิสเห็นตอนขิมฟอลไอจีไปไหน ถ้าเห็น ขิมจะบอกว่าเพื่อนแกล้งนะคะ ไม่ได้ตั้งใจกดฟอล”
“ไม่เห็น” เขาตอบหน้าตายแล้วดันประตูปิดลงทันที
“เอ้า คนอะไรใจร้ายเกิน” เธอส่ายหัวไปมา ก่อนจะหยิบคีย์การ์ดห้องตัวเองแล้ว ลงประตูแล้วผลักเข้าไปข้างใน
ทันทีที่เทรย์ซิสปิดประตูลงแล้วหมุนตัวกลับไป สายตาก็เห็นคเชนทร์กับตะวันกำลังมองมาที่ตัวเองอย่างตั้งคำถาม
“เด็กมึงเหรอวะ” ตะวันหรี่ตาถามเพื่อนอย่างจับผิด
“บอกว่าหลานป้าหยก” เขาตอบกลับเสียงเรียบ พลางเดินไปหยิบเบียร์กระป๋องขึ้นมาเปิดยกดื่ม
“พวกกูไม่ยักรู้ ว่ามึงจะสนิทกับหลานสาวหัวหน้าแม่บ้าน” คเชนทร์เสริม
“กูไม่ได้สนิท ยัยนั่นแค่เอาคีย์การ์ดมาคืน”
“หืม?” คำตอบเมื่อครู่ของเทรย์ซิส ยิ่งเรียกความสนใจจากเพื่อนสนิทมากขึ้น
คเชนทร์กับตะวันเดินมานั่งลงบนโซฟาพร้อมกันตรงข้ามกับเทรย์ซิสพอดี สายตาสองคู่จับจ้องเพื่อนสนิทราวกับนักสืบที่กำลังสอบปากคำผู้ต้องสงสัย
เทรย์ซิสถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนทั้งสองฟัง แต่เลือกเก็บเรื่องที่สายขิมเข้ามาขอจูบในคืนนั้นเอาไว้ ถ้าเล่าออกไปจริงๆ เรื่องคงไม่จบง่ายๆ แน่
“ยัยนั่นไม่ใช่เด็กกู และไม่มีวันเป็น” เขาพูดอย่างหนักแน่น
แค่ความบังเอิญที่เหมือนโชคชะตาเล่นตลกก็ทำให้เขาปวดหัวพอแล้ว ไม่อยากจินตนาการเลยว่าถ้าวันหนึ่งเธอกลายมาเป็นเด็กของเขาจริงๆ จะวุ่นวายขนาดไหน
แค่ลองคิด…ก็ปวดหัวรอแล้ว
“เสียดายว่ะไอ้เทรย์ซิส น้องเขาสวยมากเลยนะเว้ย แต่ดูๆ แล้วคงดื้อไม่เบา”
“ชอบก็เอามาเป็นเด็กมึงดิ” เขาตอบคเชนทร์
“สัส กูถือคติไม่เอาของเพื่อน”
“ยัยนั่นไม่ใช่ของกู” ต้องพูดอีกกี่รอบพวกมันถึงจะเข้าใจ
“ตอนนี้อาจจะยัง แต่อนาคตก็ไม่แน่นะ บางทีมึงอาจมีแฟนชื่อเหมือนหลานสาวป้าหยกก็ได้” ตะวันพูดแล้วหันไปยิ้มกริ่มกับคเชนทร์
ด้านสายขิม
ฟุบ…
ร่างบางทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างหมดแรง มือเล็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถเล่นไปเรื่อยตามประสา แต่พอนึกถึงเรื่องที่เพื่อนหยิบมือถือเธอไปกดติดตามเทรย์ซิส แถมคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ที่บอกว่า ‘ไม่เห็น’ ก็ยังทำให้รู้สึกขายหน้าไม่หาย
เธอเข้าไปส่องไอจีของเขาอีกครั้ง ชื่อไอจียังไม่ถูกลบออกจากการค้นหา ผู้ตามหลักแสนแต่ติดตามแค่หลักสิบ
“โห้ ทำไมเขาฮอตจัง…” เธอเลื่อนดูโพสต์ของเขาไปเรื่อยๆ หน้าไอจีคุมโทนด้วยสีดำ สมกับพ่อหนุ่มเทสดี
การลงรูปก็มีเอกลักษณ์ชัดเจน ยอดกดไลก์แต่ละโพสต์แตะหลักหมื่น คอมเมนต์เป็นพัน เรียกว่าดังไม่ต่างจากดาราคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
บางรูปคนกดไลก์เป็นแสน ไม่กดได้ไงรูปนั้นเป็นรูปถอดเสืื้อ ใส่เพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียว
“หุ่นแซ่บเกิน…”
จากรูปในไอจีดูเหมือนเขาเป็นคนที่ชอบเดินป่า ใช้ชีวิตแบบลุยๆ การแต่งตัวก็ดูธรรมดาเหมือนคนทั่วไป ไม่ได้เวอร์เหมือนลูกคนรวยที่เคยเห็น รองเท้าที่ใส่ส่วนใหญ่ก็เป็นผ้าใบธรรมดา ไม่ใช่แนวรองเท้าหนังโลฟเฟอร์หรูหรา บางคู่ที่เห็นในรูป ราคายังแค่หลักพันด้วยซ้ำ
ทั้งที่ดูรวยแต่กลับใช้ชีวิตติดดิน
ไม่อยากยอมรับเลยว่า ที่จริงแล้วผู้ชายแบบเทรย์ซิส คือสเปกของเธอ แต่ติดอยู่แค่เรื่องเดียว…เขาดันรวยเกินไป และสิ่งนั้นไม่เคยอยู่ในสเปกของเธอเลย
“คนอะไรจะเพอร์เฟกต์ขนาดนี้”
บางทีเธอก็แอบคิดนะ สุดท้ายแล้วใครกันนะที่จะได้ผู้ชายที่เพอร์เฟกต์แบบเขาไปครอบครอง
ผู้หญิงคนนั้นคง….โชคดีมากแน่ๆ
