บท
ตั้งค่า

เด็กเทรย์ซิส 5 | เมียก็ไม่ใช่…

สายขิมยืนลังเล ด้วยความตัวเองเปียกแล้วเริ่มหนาว แถมไม่รู้ว่าฝนจะซาลงตอนไหน สุดท้ายตัดสินใจก้าวเข้าไปข้างในห้องของเขาอย่างไม่มีทางเลือก เขาดูไม่ชอบเธอขนาดนั้นคงไม่ทำอะไรไม่ดีด้วยหรอก

ภายในถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำบ่งบอกถึงตัวตนเจ้าของห้อง แถมยังยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของห้องอีกด้วย เธอเดินมากลางห้องอย่างกล้าๆ กลัวๆ

พรึ่บ!

“ห้องน้ำอยู่ทางนั้น” เขาโยนผ้าขนหนูและเสื้อผ้าตัวเองลงโซฟาให้สายขิม

“ขอบคุณค่ะ…” เธอก้มลงหยิบของที่เขาโยนให้เมื่อครู่มา ก่อนจะเดินไปยังทางที่เขาชี้บอก

เกิดมาเธอไม่เคยอยู่ในห้องกับผู้ชายสองต่อสองมาก่อน นี่เป็นครั้งแรก และตั้งใจว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ทำแบบนี้

ไม่รู้เหมือนกันว่าเวรกรรมชักพาให้มาเจอกันหรือเปล่า ตั้งแต่เรื่องคืนนั้นเหมือนกงล้อแห่งกรรมเริ่มหมุน ทำให้เธอกับเขาเจอกันบ่อยขึ้น แถมเขายังเป็นลูกชายของเจ้านายป้าหยกอีกด้วย

สายขิมยืนมองตัวเองในกระจก เสื้อผ้าที่ใส่อยู่เป็นของเขา เสื้อพอดีตัว แต่กางเกงกลับหลวมจนแทบจะหลุดลงไปกองที่เท้า โชคดีที่มีสายผูก ทำให้เธอสามารถรัดตรงเอวให้พอดี ไม่ให้มันหลุดลงมาได้

เธอเดินออกมาจากห้องน้ำ เท้าเล็กตรงไปยังกระจกใสที่มองเห็นวิวข้างนอก ฝนยังคงตกแรงเหมือนเดิม เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่รู้ต้องอยู่ห้องเขาอีกนานแค่ไหน

อยากกลับห้องตัวเองแล้ว…

ดวงตาคู่สวยมองเห็นเทรย์ซิสเดินออกไประเบียง เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ในปากแล้วใช้ไฟแช็คลนปลายกระบอก จนควันคลุ้งกระจายท่ามกลางสายฝนโปรยปราย

ยอมรับว่าโคตรหล่อ โคตรอันตราย แต่เสียอย่างเดียว เย็นชาปากและปากร้ายไปหน่อย

เธอเดินมาหยุดอยู่หน้าชั้นวางรูป กวาดสายตามองภาพของเขาที่ตั้งเรียงไว้

มีตั้งแต่ภาพสมัยเด็กในชุดนักเรียนอินเตอร์ ตอนนั้นหน้าตาของเขาเหมือนเด็กญี่ปุ่นไม่ก็จีนมาก ถัดมาเป็นรูปเขาในชุดเล่นสกีสีดำทั้งตัว ฉากหลังเป็นหิมะขาวโพลน

ยังมีรูปเขาที่เป็นนักกีฬาเทวันโดสายดำ พร้อมเหรียญทองคล้องคอ และภาพสุดท้ายที่ทำให้หัวใจเธอแอบสั่นก็คือ…ภาพเขาในชุดนักแข่งรถ

“คนอะไรจะเพอร์เฟกต์ขนาดนี้…” เคยคิดว่าไม่มีใครบนโลกใบนี้เพอร์เฟกต์ พอได้มาเจอเทรย์ซิส อยากขอถอนคำพูดนั้นทิ้ง

เกิดมานอกจากหล่อแล้วยังโคตรรวย เก่งรอบด้าน นี่สินะที่เขาบอกว่าเกิดมาบนกองเงินกองทอง

ระหว่างรอฝนหยุด สายขิมไม่มีอะไรทำนอกจากดูรูปภาพของเทรย์ซิส สำรวจของตกแต่งภายในห้องที่แค่มองด้วยตาเปล่าก็รู้แล้วว่าราคาแพงมาก

เปรี้ยง!

“ว๊าย!” เสียงฟ้าร้องดังสนั่นทำให้สายขิมหลุดอุทานออกมาเสียงหลง

เสียงนั้นเรียกสายตาของเทรย์ซิสให้เอี่ยวกลับมามองว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเห็นสายขิมนั่งยองๆ เอามืออุดหูอยู่ด้วยความกลัว

คนตัวโตยืนส่ายหน้าไปมา ก่อนจะหันกลับมาสูบบุหรี่ต่อโดยไม่สนใจอีกฝ่าย

สายขิมหน้าซีดเผือด หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ รู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนหายใจไม่ออก เธอค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนเต็มปอด แล้วพยายามลุกขึ้นยืนในสภาพตัวสั่น ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ไม่ไกล

เธอกลัวเสียงฟ้าร้องมาตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งที่ได้ยิน มันทำให้เธอรู้สึกแพนิคขึ้นมาทันที ตอนนี้ฝนยังตกหนักอย่างต่อเนื่อง พอมองเวลาบนนาฬิกาที่ติดอยู่ผนังห้อง พบว่าตอนนี้สามทุ่มแล้ว

ผ่านไปไม่นาน เทรย์ซิสเดินกลับเข้ามาข้างใน สายตาคมเข้มปรายมองสายขิมที่นั่งหน้าซีด

“ฉันเร่งแม่บอกคนให้เอากระเป๋ามาให้แล้ว”

“ขิมขอยืมคีย์การ์ดพี่ก่อนได้ไหมคะ”

“เอาไปทำไม?”

“ฉันว่าจะลงไปแจ้งพนักงานหน้าล็อบบี้ เผื่อเขาสามารถเปิดห้องให้ได้ กว่าฝนจะซาลงคงอีกนาน” เธอไม่อยากนั่งแช่อยู่ห้องเขานานนัก นอกจากจะอึดอัดแล้ว อาการแพนิคที่กำลังเป็นอยู่ก็ยิ่งทำให้เธออยากกลับไปอยู่ในเซฟโซนของตัวเองมากกว่า

เทรย์ซิสเดินไปหยิบคีย์การ์ดมาให้สายขิมเพื่อตัดปัญหา เขาเองก็ไม่ได้อยากให้เธออยู่ในห้องของตัวเองนานนักเหมือนกัน

“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวขิมเอากลับมาคืนนะคะ”

“อืม”

หลังจากสายขิมเดินออกไปจากห้องแล้ว เทรย์ซิสรู้สึกโล่งขึ้นไม่น้อย ปกติเขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าห้องตัวเองมาก่อน แต่ยัยนั่นถือเป็นข้อยกเว้นกรณีพิเศษ เพราะมันเป็นความต้องการของคุณนายน้ำตาล ไม่ยอมก็งอน

ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น เทรย์ซิสคว้าขึ้นมาดูว่าใครโทรมา จำได้ว่าเป็นเบอร์หน้าล็อบบี้เพราะเคยโทรลงไป ก้านนิ้วกดแตะรับสาย

(ใช่คุณลูกบ้านห้อง2001ไหมคะ)

“ครับ”

(พอดีคุณผู้หญิงที่ลงมาติดต่อหน้าล็อบบี้เป็นลมค่ะ เห็นคีย์การ์ดในมือเป็นเลขบ้านของคุณผู้ชาย เลยโทรขึ้นมาแจ้งค่ะ) ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

เขาจิ๊ปากเบาๆ ยกมือขึ้นเสยผมด้วยความหัวเสีย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ! เมียก็ไม่ใช่เสือกต้องรับผิดชอบอีก

แม่งซวยจริงๆ

“ครับ เดี๋ยวผมลงไป”

(ขอบคุณค่ะคุณผู้ชาย)

ตอนแรกคิดว่าการให้คีย์การ์ดยัยนั่นลงไปติดต่อพนักงานมาเปิดประตูให้คงเป็นการตัดปัญหา แต่ที่ไหนได้…ดันเปลี่ยนปัญหาให้เขาซะอย่างนั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel