Adore You 6
@ด้านเจย์
ใบหน้าจากที่ใกล้กันอยู่แล้วก็ยิ่งใกล้เข้าไปอีก ทำให้ตอนนี้ต้องนั่งก้มหน้าไม่หันมองคนด้านข้าง กลิ่นหอมๆ จากเส้นผมน้ำขิงรบกวนกันมาก ยอมรับว่าทำร้อนรุ่มไปทั้งตัวและเผลอสูดดมเข้าเต็มปอดหลายต่อหลายครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ
เราสองคนเอาแต่นั่งเงียบภายในห้องสี่เหลี่ยมที่มีแสงไฟจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาพอให้เห็นหน้ากันเลือนราง
เหตุการณ์ทุกอย่างดูปกติหมด กระทั่ง...
แอะ แอะ!
ร่างเล็กที่นั่งอยู่ด้านข้างสะดุ้งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้นสีหน้าดูตื่นตระหนกสุดๆ ทำเอาอดยิ้มขึ้นไม่ได้ นิ้วเรียวยาวของเธอเอื้อมมาสะกิดกัน ยิกๆ
“นายได้ยินเสียงไหม?” ปากถามแต่ใบหน้าหันรีหันขวางไม่หยุด และขยับตัวเข้ามาใกล้มากขึ้น โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เธอแทบจะขึ้นมานั่งบนตักกันอยู่แล้ว
“ได้ยิน”
“เสียงมันมาจากทางไหนอะ”
“ข้างหลัง” ใบหน้าสวยหันขวับไปมองทางด้านหลังทันทีที่พูดจบ ทำให้เส้นผมของเธอฟาดเข้าที่หน้ากันเต็มๆ แต่จะให้บอกเธอ เธอก็คงไม่สนใจเพราะมัวแต่สนใจกับเสียงตุ๊กแกอยู่ จึงถือวิสาสะเอื้อมมือไปรวบผมของน้ำขิงเอาไว้ ไม่งั้นมันได้ฟาดหน้ากันอีกแน่...
“ไม่ต้องกลัวหรอก มัน......”
ตุ๊กแก ตุ๊กแก
“กรี๊ดดดดด” แต่ยังพูดไม่จบ ไอ้ตุ๊กแกตัวนั้นมันก็ร้องดังระงมขึ้น ทำเอาขนลุกเหมือนกัน
ฟังจากเสียงมันน่าจะมีสองตัว และเหมือนกำลังวิ่งไล่ผสมพันธุ์กันอย่างบ้าคลั่ง....
น้ำขิงตกใจกระโดดปีนขึ้นมานั่งบนตัก ขาทั้งสองข้างของเธอยกขึ้น เท้าเล็กเหยียบที่หัวเข่า ก้นงอนกระแทกลงยังแก่นกายที่หลับใหลอยู่เต็มๆ
“ซี้ด อ่าส์~” มันอึดอัดที่เป้าจนพูดไม่ออก ริมฝีปากกัดเม้มกันแน่นพยายามอดกลั้นสิ่งที่อยู่ในกายเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แต่อีกคนก็ยังขยับบดเบียดไม่หยุด ผมจึงเอื้อมมือไปจับแขนเธอไว้แน่นเพื่อให้หยุดขยับก้นก่อน....
“ขิง!”
“มันไปยัง” มือเล็กยกขึ้นปิดหูตัวเองเอาไว้ เสียงสั่นๆ ที่ถามออกมา บ่งบอกว่าตอนนี้เธอกลัวมากแค่ไหน...ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับหน้าอกจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว ตอนนี้อย่าว่าแต่เธอเลย ผมก็ตกใจทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะปลอบเธอหรือตัวเองก่อนดี
ดวงตามองร่างเล็กที่นั่งชันเข่าอยู่บนตัก เมื่อมองต่ำลงสายตามันดันไปสะดุดกับขาขาวเนียนโผล่พ้นออกจากกระโปรงที่ตอนนี้มันเลื่อนลงมาจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ผมทำอะไรไม่ถูกจึงหันหน้าไปทางอื่น ลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ก่อนจะหยิบเสื้อที่ตกอยู่พื้นขึ้นมาคลุมขาให้เธอ
“หยุดขยับได้แล้ว” ถึงจะบอกแต่เธอก็ยังขยับตัวไม่หยุด แล้วผมต้องอดทนแค่ไหนกัน....
“ฉันไม่ได้ขยับ แต่ขามันสั่นเอง”
“งั้นหยุดสั่นก่อน อื้อ~” ผมพยายามกัดฟันพูดออกมาทั้งที่ตอนนี่มันแทบจะไม่ไหวแล้วเหมือน ความแนบชิดทำให้สัมผัสได้ถึงทุกสัดส่วนของเธอ
“ก็คนมันกลัวอะ นายไม่เข้าใจ” เธอเลือกที่จะกลัวตุ๊กแก แต่ไม่กลัวผมเลยสักนิด เมื่อพูดแล้วไม่หยุด จึงเกยคางลงที่ไหล่เล็ก แขนทั้งสองข้างสอดเข้าไปใต้ขาพับแล้วกอดขาของเธอเอาไว้แน่นๆ เพื่อให้เธอหยุดขยับ ไม่งั้นมันได้แข็งก่อนแน่
แต่เมื่อมือสัมผัสโดนขาเนียนๆของเธอ มันก็ทำเอาแทบคลั่งตายเข้าไปใหญ่...
“นั่งอยู่บนตักฉันขนาดนี้แล้ว ยังจะกลัวอีกเหรอ” คำพูดของผมเหมือนจะทำให้เธอได้สติขึ้นมาบ้าง จากที่สั่นก็ชะงักนิ่ง นั่งตัวแข็งทื่อไปเลย
“ฉันรู้ว่ามันดูไม่ดี แต่ขอนั่งต่ออีกนิดนะ” แล้วผมต้องตอบยังไงดีละ ในเมื่อเธอขอกันขนาดนี้แล้ว....เฮ้อ
#เวลาต่อมา
เมื่อนั่งอยู่บนตักเป็นเวลานานน้ำขิงก็ทิ้งศีรษะซบลงที่หน้าอก ความหอมจากกลิ่นกายมันทำให้หัวใจเต้นสั่นระรัวร้อนวูบไม่หยุด แต่ในตอนนี้ความอ่อนเพลียและเมื่อยล้ามันมีมากกว่า ทำให้ไม่มีอารมณ์อะไรเลย แต่ก็เผลอลูบขาของเธอไปบ้างเหมือนกัน
“ตุ๊กแกมันน่าจะไปแล้วอะ” ถึงจะไม่ได้ยินเสียงมันนานมากแล้ว แต่ผมก็ยอมให้เธอนั่งอยู่บนตักโดยไม่คิดจะไล่เธอลงไปนั่งข้างๆกัน ก็เพราะด้วยนิสัยที่ใจดี ตัวเองถึงทรมานแบบนี้ไง
“อ่อ อืม”
@ด้านน้ำขิง
จังหวะที่ฉันกำลังจะลุกออกจากตักเจย์ไปนั่งลงที่โต๊ะข้างเขา เสียงกุกกักก็ดังมาจากหน้าห้อง ฉันจึงไม่กล้าลงจากตักเขา ขยับตัวเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้งเพราะไม่รู้ว่าเสียงที่ดังมาจากหน้าห้องจะเป็นขุนเขาหรืออย่างอื่นกันแน่ ตอนนี้ความกลัวมันมีมากกว่าสิ่งอื่นใดจนลืมอายไปเลยว่าตอนนี้นั่งอยู่บนตักของคนที่ชอบ ในหัวเริ่มคิดไปต่างๆ นาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่น กระทั่ง.....
โคร้ม!
“กรี๊ดดดด” ฉันร้องกรี๊ดออกมาดังลั่น หันไปกอดรอบคอเจย์เอาไว้แน่น ใบหน้าซุกลงที่ไหล่ของเขา
“เจ๊!” เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูดังมาจากหน้าห้อง จึงรีบหันกลับไปมองเจ้าของเสียงนั้น ในขณะที่วงแขนยังไม่คลายกอดออกจากรอบคอเจย์ แสงจากไฟฉายส่องมาที่เราสองคน เมื่อได้สติฉันก็รีบดีดตัวลุกขึ้น
“ทำไมไม่รู้จักส่งสัญญาณ ตกใจหมด” เมื่อเราสองคนลุกขึ้นยืนแล้ว ขุนเขาก็เดินตรงมาหาฉัน แต่สายตากับจ้องมองเจย์ไม่ละสายตาไปไหน
“ที่บอกให้มา (ช้า) ” เมื่อเห็นไอ้น้องชายมันจะหลุดพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดต่อหน้าเขา ฉันรีบยกมืออุดปากมันไว้ ก่อนจะหันไปบอกเจย์ที่ยืนมองมานิ่งๆ
“งั้นฉันกลับก่อนนะ” ไม่รอฟังคำตอบของเจย์ ฉันรีบลากคอไอ้ขุนออกมาจากห้องเก็บของทันที จนกระทั่งถึงรถ ถึงจะยอมปล่อยมือออกจากปาก
“ทำไมไม่ไปทำที่อื่น นี่มันมหาลัยนะ”
“ไม่ได้ทำอะไร”
“กอดกันกลมขนาดนั้นยังจะมาโกหกอีก”
“ก็แกนั่นแหละ เข้ามาไม่ยอมเรียกกันก่อน ใครจะไม่ตกใจวะ” ฉันยืนเถียงกับขุนเขาสักพัก เจย์ก็เดินผ่านไปขึ้นรถของเขาโดยไม่หันมองหน้ากันเลย ก่อนจะขับรถออกไป....
ถึงแม้ว่าเราจะติดอยู่ห้องด้วยกัน มันก็ไม่ทำให้เขารู้สึกชอบฉันขึ้นมาบ้างเลยเหรอ ทำไมนิ่งจัง....
#วันถัดมา
วันนี้นั่งรถมากับขุนเขาเมื่อไม่สามารถหอบสังขารโหนรถเมล์มาเรียนได้ เพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับทั้งคืน มัวคิดถึงแต่ใบหน้าเจย์ พอนึกถึงตอนที่ติดอยู่ในห้องกับเขาสองคน มันก็นอนเขินตัวบิด ยิ้มไม่หุบ แล้วยิ่งตอนที่ขึ้นไปนั่งบนตักก้นสัมผัสกับเป้าตุงๆทำเอาแทบคลั่ง ถึงแม้ตอนนั้นจะดูเหมือนกลัวจนไม่สนใจอะไรก็ตาม....
เมื่อมาถึงมหาลัยฉันหอบร่างกายที่อดหลับอดนอนทั้งคืนเดินไปที่ตึกเรียน ตลอดเส้นทางตาสองข้างแทบจะปิดอยู่แล้ว ทำให้ไม่ระวังชนเข้ากับหน้าอกของใครบางคน ดวงตาหรี่มองคนที่อยู่ด้านหน้าก็ตกใจไม่น้อยไม่คิดว่าจะเป็น...
“ไงครับคนสวย” ฉันได้สติทันทีเมื่อเห็นเกมส์ยืนอยู่ด้านหน้า จากที่ตาจะหลับตอนนี้ก็ตาสว่างจ้าขึ้นมาทันที แต่เมื่อได้สติ ดวงตาก็หันมองเพื่อนๆเขาที่ยืนล้อมฉันอยู่ กระทั่งสายตาไปหยุดที่เจย์ เขามองฉันครู่หนึ่งก่อนจะเบี่ยงสายตาไปทางอื่น
“ขอโทษ”
“รับคำขอโทษเป็นเบอร์เท่านั้นครับ” ใบหน้าหล่อกวนๆ ยื่นหน้ามาพูดใกล้ๆ แต่ฉันไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิด เพราะตอนนี้สายตามันเอาแต่จ้องมองเจย์คนเดียว
“สามเจ็ด”
“ฮ่าๆๆๆ” พูดจบฉันก็เดินไปหยุดยืนข้างหน้าเจย์ โดยไม่สนใจเสียงหัวเราะของเพื่อนเขา ดวงตาจ้องมองใบหน้าหล่อก่อนที่เขาจะหันหน้ามามองกันด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม
“ขอคุยเรื่องรายงานหน่อยสิ”
“อืม”
“ชอบไอ้เจย์ก็ไม่บอก” เกมส์พูดด้วยสีหน้าเซ้งๆ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร
“ฮ่าๆๆ จีบไม่ดูเลยมึง” คิวยังคงหัวเราะดังลั่น ก่อนจะกอดคอเพื่อน แล้วลากเดินออกไปทันที
“สัส อย่าตอกย้ำ”
“งั้นพวกกูไปรอที่ห้องนะ” เดียร์ที่ยืนข้างโซนเอ่ยบอกเจย์ ก่อนที่เธอจะส่งยิ้มให้น้ำขิงอย่างเป็นมิตร
“นายว่างวันไหน? ฉันจะนัดทำรายงาน”
“เธอว่างวันไหนก็นัดมา”
“วันนี้ตอนเย็น” อยากให้ฉันเลือกเองช่วยไม่ได้
“อืม”
“ห้องนายหรือบ้านฉัน?” เมื่อได้ยินคำพูดของฉัน คิ้วหนาก็ขมวดขึ้นเป็นปม ซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจว่ามันเข้าใจยากตรงไหน ทำไมหน้าเขาถึงเหมือนมีแต่คำถามตลอด ทั้งที่ฉันก็พูดตรงๆแบบไม่อ้อมแล้วนะ....
“ทำรายงานไง นายจะมาทำที่บ้านฉันหรือให้ฉันไปทำกับนายที่ห้อง”
“แล้วแต่เธอ”
“โอเค งั้นฉันเลือกห้องนายแล้วกัน บ้านฉันคนเยอะน่ะ กลัวไม่มีสมาธิ” เจย์ไม่ได้พูดแต่พยักหน้าให้ฉันเป็นคำตอบแทน
“แล้วคิ้วเนี่ยเลิกขมวดได้แล้ว” ไม่พูดเปล่าเอื้อมมือไปลูบที่หัวคิ้วเขาให้คายออกจากกัน ซึ่งการกระทำของฉันทำเอาเขาชะงักนิ่งไปทันที ใบหน้าสวยยิ้มขึ้นเมื่อได้แกล้งเขา ก่อนจะเดินออกมา....
