บท
ตั้งค่า

Adore You 2

เมื่ออาจารย์เดินเข้ามาในห้องฉันจึงเลือกที่จะไม่สนใจสิ่งอื่นใด นอกจากเรียน แต่เข้าใจไหมว่ามันทำยากมาก เพราะผู้ชายที่ฉันชอบนั่งอยู่ข้างหน้าขนาดนี้ ถึงจะพยายามบอกตัวเองไม่ให้สนใจ แต่ความรู้สึกภายในใจและสายตามันกับไม่ยอมฟัง ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมันก็อยู่ในสายตาของฉันไปหมด

ฉันรู้จักเจย์มานานแล้วก็จริง แต่ก็ไม่เคยได้ใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน อย่างมากก็แค่เดินสวนทางให้ใจเต้นแรงเท่านั้น

จากที่จะตั้งใจเรียน ตอนนี้ฉันก็เอาแต่นั่งเท้าคางจ้องมองแผ่นหลังของเจย์ตาไม่กะพริบ

อื้อหือ! ไหล่กว้างจัง ถ้าได้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดคงจะอบอุ่นน่าดู><

ขิงเธอต้องใจเย็นให้มากกว่านี้^^

ฉันตีที่ขาตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ ถึงจะย้ำเตือนสติยังไง แต่สายตามันกลับไม่ยอมฟัง ไม่ว่าเขาจะขยับไปทางซ้ายทีขวาทีฉันก็เลื่อนสายตาตามไปทุกแห่งหน

เฮ้อ....ดีไปหมด ฮือ ทำไงดี ถ้าจะบอกว่าอยากได้เขา

ฉันนั่งเท้าคางมองเจย์แล้วยิ้มออกมาคล้ายคนบ้า ที่คลั่งไคล้หลงใหลในตัวเขาจนหาทางออกไม่เจอ

ขณะที่นั่งมองเขาอยู่ดีๆ ก็รู้สึกเหมือนน้ำสีใสคล้ายน้ำลายจะไหลออกมาจากปาก แต่เมื่อได้สติก็รีบสูดมันกลับเข้าไปที่เดิม

อี๋ทุเรศจัง….

ฉันรีบเช็ดที่มุมปาก ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองเจย์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดันสะดุดกับสายตาคมกริบที่จ้องมองฉัน ผ่านหน้าจอไอแพดของเขาที่สะท้อนใบหน้าของเราสองคนอยู่ในตอนนี้

เราจ้องมองกันตาไม่กะพริบ…

แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ที่ตัวเองน้ำลายไหลแล้วสูดมันกลับเข้าไปเต็มระบบ ใบหน้าก็เห่อแดงขึ้นมา ก่อนจะรีบหลบสายตาเขาทันที

และเริ่มคิดไปต่างๆ นานา ว่าเขาจะเห็นท่าทีทุเรศของตัวเองหรือเปล่า...

ความอายเริ่มมีมากขึ้นจนทำอะไรไม่ถูก จึงยกมือขึ้นปิดใบหน้าตัวเองเอาไว้

กระทั่งเลิกเรียน นักศึกษาคนอื่นๆ เริ่มทยอยกันเดินออกจากห้องเรียน ซึ่งฉันก็รีบเก็บอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ยัดใส่กระเป๋า เตรียมจะลุกขึ้น ทว่า…

เจย์กับเพื่อนของเขาลุกขึ้นก่อน ฉันจึงทิ้งตัวนั่งลงที่เดิม เกมส์หันหน้ามามองฉันและเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง ฉันจึงรีบมุดใบหน้าเข้าไปในกระเป๋าตัวเองทันทีเพราะทำอะไรไม่ถูก

“ป่ะหาไรแดกกันดีกว่า” ฉันนั่งฟังพวกเขาคุยกันเงียบๆ ทั้งที่หน้ายังมุดอยู่ในกระเป๋าของตัวเองทำทีควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าให้ดูวุ่นๆ เพื่อถ่วงเวลาให้พวกเขาออกไปจากห้องก่อน

“ไปดิ”

“เสร็จยังวะไอ้เจย์”

“อืม” เจย์หันมาทางด้านหลังเพื่อหยิบกระเป๋า แต่สายตาดันสะดุดเห็นน้ำขิงนั่งมุดหัวเข้าไปในกระเป๋า คิ้วหนาขมวดขึ้นกับท่าทีแปลกๆของเธอ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจ คว้ากระเป๋าเดินตามเพื่อนๆ ออกไปทันที

“น้ำขิงทำอะไรน่ะ?” เสียงมีนาดังขึ้น ฉันจึงรีบเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋า เมื่อเห็นว่าพวกเขาไปแล้ว ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ถอนหายใจอะไรคะคุณเพื่อน”

“เปล่าๆ” ฉันรีบแก้ตัวไปแบบหน้าด้านๆ และส่งยิ้มให้มีนาไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“งั้นฉันกลับก่อนนะ วันนี้มีเรียนแค่ช่วงเช้าน่ะ”

“โอเค” จากนั้นเราสองคนก็แยกย้ายกัน มีนากลับบ้านส่วนฉันรอเรียนช่วงบ่าย ฉันเดินลงจากตึกเพื่อไปโรงอาหารของคณะเพื่อหาอะไรกิน

#เวลาต่อมา

เมื่อกินข้าวอิ่มแล้วฉันก็เดินมาเข้าห้องน้ำข้างโรงอาหาร ก่อนจะไปขึ้นเรียนตามปกติ

ที่ฉันเลือกมาเข้าที่นี่เพราะมันไม่ค่อยมีนักศึกษามาเข้าเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะไปเข้าที่ตึกด้านในมากกว่า และมันเป็นเรื่องดีมากๆ สำหรับคนธาตุเบาอย่างฉัน ที่จะได้ปลดปล่อยทุกข์อย่างสบายใจ ฉันเดินขาขวิดเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ

มือเล็กหยิบโทรศัพท์เส็งเคร็งขึ้นมากดเล่นไปพลางๆ เพื่อค่าเวลา แต่ในขณะที่กำลังฟินกับการปลดปล่อยอยู่นั้น

“แนนไม่เลิก ยังไงก็ไม่เลิก” เสียงของใครบางคนดังเล็ดลอดเข้ามาในห้องน้ำ ซึ่งเสียงมันเหมือนจะอยู่ไม่ไกลจากฉันเท่าไหร่ด้วย จากที่กำลังฟิน ก็ต้องอดกลั้นเกร็งทุกอย่างเอาไว้ เพราะกลัวว่าเสียงที่ไม่น่าฟังจะดังเล็ดลอดออกไปให้คนข้างนอกได้ยิน

จะมาคุยอะไรตรงนี้เนี่ย.....ฉันได้แต่คิดในใจ ด้วยท่าทีหงุดหงิด

“แต่พี่ไม่ได้รักแนนแล้วอ่ะ”

“ตอนยังไม่เอาปากก็บอกว่ารักมาก แต่พอเยXกันแล้ว ก็เปลี่ยนคำพูดง่ายจังเลยนะ” ฉันยกมือขึ้นปาดเหงื่อตัวเองออกจากใบหน้า ตอนนี้มันรู้สึกทรมานสุดๆ ท้องเริ่มบิดเกร็งเมื่อต้องอดกลั้นบางอย่างเอาไว้ พยายามหายใจเข้าลึกๆ และนั่งอยู่ในห้องน้ำเงียบๆ

“จะด่าจะว่าพี่ยังไงก็ได้ แต่พี่ฝืนคบกับแนนต่อไม่ได้แล้วจริงๆ”

“ฮือๆ ทำไมอะพี่เกมส์ ทำไมต้องเลิกกันด้วย แนนทำอะไรผิดงั้นเหรอ” เสียงผู้หญิงเริ่มร้องไห้โวยวายขึ้น ทำให้ฉันไม่อาจทนฟังต่อได้จริงๆ จึงรีบลุกขึ้นจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วเดินออกมาทันที

ฉันเดินออกจากห้องน้ำด้วยสีหน้าหงุดหงิดไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากเพราะต้องเปลี่ยนไปเข้าห้องน้ำในตึกแทน แต่เมื่อเดินออกมาสายตามันดันไปสะดุดกับเจ้าของเสียงรบกวนนั้น

แต่เมื่อได้เห็นหน้าเขาฉันก็ชะงักนิ่ง เพราะไม่คิดว่าจะเป็นเจย์กับเกมส์ยืนอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งใบหน้าของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา เห็นแล้วสงสารชะมัด

เจย์ยืนมองฉันเงียบๆ ทั้งที่เรียวปากยังพ่นควันบุหรี่ออกมาไม่หยุด สายตาคมกริบที่มองมาเหมือนจะฆ่ากันให้ตาย

หล่อเป็นบ้าเป็นบอเลย....

แต่เมื่อตั้งสติได้ฉันก็รีบเดินออกมาทันที มันไม่มีเวลาให้คิดเรื่องเขาเท่าไหร่ นอกจากรีบเดินไปเข้าห้องน้ำในตึกให้เร็วที่สุด

#ช่วงเย็นของวัน

เมื่อเลิกเรียนฉันก็เดินไปที่ป้ายรถเมล์หน้ามหาลัยเพื่อโหนรถเมล์กลับบ้านเหมือนอย่างทุกวัน ชีวิตของฉันไม่มีอะไรหรอก ออกจะไปทางน่าเบื่อเอามากๆ นอกจากเรียนแล้วก็กลับบ้าน แต่ถ้าวันไหนรู้สึกเบื่อๆ ก็จะไปนั่งเล่นที่สวนใต้สะพานแถวบ้าน และชอบซื้อเบียร์ไปนั่งจิบเบาๆ มองเรือแล่นผ่านไปผ่านมา แค่นี้ก็ฟินแล้ว

“กลับมาแล้วเหรอขุน”

“ครับ แต่ไม่ได้มาคนเดียวนะ” ขุนเขาเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับแฟนของมัน เมื่อเห็นแบบนั้น คนไม่มีแฟนแต่ชอบอิจฉาชาวบ้านไปทั่วอย่างฉัน ก็เบะปากขึ้นด้วยท่าทีมันไส้

“สวัสดีค่ะแม่” ลิลลี่เดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทีเป็นกันเอง เพราะเธอมาบ้านฉันบ่อยครั้งแล้ว ลิลลี่ทิ้งตัวนั่งลงโซฟาด้านข้างฉัน ส่วนไอ้น้องชายตัวดีมันเดินหายเข้าไปในห้องของมันแล้ว

“เจ๊ขิงวันนี้ไปเที่ยวผับกันไหม”

“ไม่อ่ะ เจ๊ขี้เกียจ ลี่ไปเลย” ฉันตอบพร้อมกับหยิบส้มยัดใส่ปากเคี้ยวจนแก้มตุ่ย

“อีกแล้วอ่ะ” ลิลลี่ทำหน้าบูดบึ้งเพราะโดนฉันปฏิเสธอยู่ตลอด ทำไงได้ก็ฉันไม่ชอบเที่ยวสถานที่แบบนั้นอ่ะ

“ลี่ไม่ต้องชวนคนแก่หรอก”

“ปากนี่ น่าจะกินตีนมากกว่ากินข้าวนะ” ฉันยกเท้าขึ้นเพื่อจะเตะไอ้ขุนแต่มันดันหลบได้ก่อน

ขุนเขา เป็นน้องชายคนเดียวของฉันเราห่างกันแค่ปีเดียว ฉันอยู่ปี 4 ส่วนขุนอยู่ปี 3 เราอยู่คนละคณะ แต่มหาลัยเดียวกัน

“สรุปไม่ไปใช่ไหม?” ขุนเขาหันมาถามฉันอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจังกว่าเดิม เอาจริงน้องชายของฉันมันหล่อมากนะ แล้วมันก็เจ้าชู้มากเลยด้วย

“ไม่” ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“งั้นก็แล้วแต่ แม่ขุนไปเที่ยวผับนะ”

“ดูแลตัวเองด้วยละ” แม่ยืนทำกับข้าวอยู่หันมาเอ่ยบอกด้วยสีหน้าเป็นห่วงแต่ก็ตามใจลูกอยู่ดี

“ครับผม”

เมื่อไอ้ขุนกับแฟนมันไปแล้วฉันก็เข้ามาในห้อง ตอนนี้ในหัวฉันมันคิดถึงแต่ใบหน้าเจย์ไม่หยุด จากที่แอบปลื้ม ตอนนี้มันกลับไม่ใช่ ทำไงดีฉันอยากจะบ้าตาย ทำไมเขาถึงเข้ามากวนใจฉันชะมัดเลย และตอนนี้ฉันเองก็หยุดคิดเรื่องเขาไม่ได้สักที....

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel