3 อย่าต่อรองหัวใจ
บัณฑูรย์ยังจำความรู้สึกแรกที่ได้พบเธอได้เป็นอย่างดี... วันนั้นศรัญพัชญ์ในฐานะเจ้าของโครงการวิลล่าหรู เธอก้าวเข้ามาในห้องประชุมด้วยความมั่นใจ สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างที่เขาไม่เคยพบเห็นในผู้หญิงคนไหนมาก่อน เพียงแค่เธอยิ้มทักทาย หัวใจที่เคยเย็นชาของนักธุรกิจจอมเขี้ยวอย่างเขาก็ถึงกับสั่นคลอนทันที
ความหลงใหลพุ่งพล่านจนเขาตั้งปณิธานกับตัวเองว่า ไม่ว่าโครงการวิลล่าเธอจะต้องลงทุนเท่าไหร่ เขาก็พร้อมที่จะจ่าย... หากมันหมายถึงการได้ใกล้ชิดเธอมากขึ้น
สายตาคมไม่ได้ละไปจากใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวตรงหน้า ท่าทีตื่นตระหนกเหมือนลูกกวางน้อยหลงทางที่พยายามทำใจดีสู้เสือของเธอนั้น ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ลุกโชน
ความเย็นชาและท่าทางเคร่งครัดในหน้าที่ของศรัญพัชญ์นั่นแหละ คือยาปลุกเร้าชั้นดีที่ทำให้เขาอยากจะกระชากหน้ากากความสุขุมเรียบร้อยนั้นทิ้งไป แล้วแทนที่ด้วยเสียงครวญครางที่หวานหู
“เรื่องโครงการ... ผมพร้อมที่จะรับฟังคุณรัญอยู่แล้วครับ เพียงแต่ตอนนี้...” กลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศจางๆ ผสมกับกลิ่นอายอำนาจคุกคามจนทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
“ผมยังไม่อยากให้เราคุยกันไปถึงเรื่องตัวเลข”
“ทำไมเหรอคะ คุณบัณฑูรย์ ข้อเสนอของฉันสูงไปเหรอคะ”
“ถ้าคุณอยากรู้ ก็อยู่ต่อกับผมสิครับ” เสียงแหบพร่าที่บ่งบอกถึงความกระหายหื่นในตัวของเขา ยิ่งทำให้หัวใจเธอสั่นไหว สิ้นคำพูดเขาก็โน้มตัวเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกวูบไหวในช่องท้อง
“คุณบัณฑูรย์คะ…” เสียงเธอแผ่วเบาราวกระซิบ
“ครับ... คุณรัญ!” เขาตอบรับ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้ใบหน้าคมคายดูมีเสน่ห์ร้ายกาจ
“คุณมีอะไรในใจที่อยากจะบอกกับผมหรือเปล่าครับ?”
สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความหมายแฝงอยู่ และรับรู้ได้ถึงกระแสความปรารถนาที่รุนแรงแผ่ออกมาจากตัวเขา มันทำให้เธอรู้สึกประหม่าจนไม่กล้าสบตาตรงๆ จนได้แต่ก้มหน้ามองแก้วน้ำส้มในมือ
“เอ่อ!!...คือว่า เรื่องโครงการน่ะค่ะ ฉันอยากจะให้คุณช่วยลองพิจารณาอีกครั้ง” เธอพยายามพูดให้เสียงมั่นคงที่สุด แม้ในใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบก็ตาม
“ผมว่า...เราไปคุยกันที่อื่นต่อดีมั้ยครับ” เขาพูดเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเด็ดขาด
คำพูดของเขาทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าคมอีกครั้ง ดวงตาประสานกันพอดี แววตาคมคู่ที่ดูเหมือนอยากจะกลืนกินเธอ จนความร้อนแรงที่แผ่ออกมาทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะละลาย เขาไม่ได้สนใจโครงการของเธอ แต่สนใจในตัวเธอ... ในแบบที่ทำให้ใจเธอหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ตกลงมั้ย..คุณรัญ!!...” เขาถามย้ำอีกครั้ง
“ผมว่า...คุณจริงจังกับงานมากไป ผมอยากให้คุณได้ผ่อนคลายมากกว่านี้ เผื่อเราจะตกลงกันได้”
“ตอนแรกคุณก็บอกว่าจะชวนฉันมาคุยเรื่องโครงการกันต่อ แต่พอมา คุณกลับไม่สนใจโครงการของฉันเลย งั้นฉันขอตัวกลับค่ะ”
“ใจเย็น ๆ สิครับคุณรัญ คุณไม่ต้องห่วงเรื่องโครงการไปหรอกครับ งานนี้พ่อของคุณได้ภูมิใจในตัวลูกสาวอย่างคุณแน่ ๆ เพราะถ้าคุณทำให้ผมประทับใจได้ ยังไงผมก็จะร่วมลงทุนกับคุณ?”
สายตาของเขาที่ทอดมองมานั้นเต็มไปด้วยความหิวกระหาย บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงแข่งกับเสียงคลื่นเบา ๆ ที่ด้านนอก
ศรัญพัชญ์รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกนกที่กำลังติดบ่วงนายพราน ซึ่งเขากำลังพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า สำหรับเขาแล้ว โครงการที่เธอกำลังนำเสนอมันเทียบไม่ได้เลยกับโอกาสที่เขาจะได้ครอบครองเธอในค่ำคืนนี้
“แต่ฉันมีรายละเอียดเรื่องตัวเลข ที่ยังไม่ได้เสนอกับคุณเลย งั้นฉันขอพูดต่อเลยนะคะ” บัณฑูรย์แค่นยิ้มบางๆ เขากรีดปลายนิ้วไปตามขอบแก้วไวน์ช้าๆ
“อันที่จริงผมก็ไม่ได้สนใจตัวเลขพวกนั้นหรอก”
“เท่าไหร่ผมก็ตกลง เพราะผมสนใจเจ้าของโครงการมากกว่า” หัวใจของศรัญพัชญ์เต้นผิดจังหวะ เธอจำได้ดีถึงวันที่พบเขาครั้งแรกในงานประมูลที่ดิน บัณฑูรย์ไม่ใช่คนที่จะยอมสยบให้ใครง่ายๆ เขาขึ้นชื่อในเรื่องความเจ้าชู้ และตั้งแต่วินาทีที่สายตาของเขาประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยของเธอ ศรัญพัชญ์ก็รับรู้ถึงความปรารถนาที่ลุกโชนอย่างปิดไม่มิด เขาปฏิเสธการนัดหมายทางธุรกิจทุกรูปแบบ เพื่อเดินทางมาหาเธอในวันนี้ ซึ่งเธอรู้ว่าคนอย่างเขาคงจะไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปแน่
“คุณต้องการข้อแลกเปลี่ยนงั้นสิ” ศรัญพัชญ์ตัดสินใจเอ่ยถามตรง ๆ อย่างรู้ทัน เมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่ม
“ใช่ครับ... ขอเพียงคุณเปิดใจยอมรับผม” บัณฑูรย์กล่าวจบประโยคพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ
“คุณจะจีบฉันเหรอคะ?” เธอรวบรวมความกล้าตัดสินใจถามออกไปตรง ๆ เพราะไม่อยากให้เขาเสียเวลา
“ครับ... ผมยอมรับ ตั้งแต่ผมเห็นคุณวันนั้น ผมก็ลืมคุณไม่ได้จริง ๆ” ตั้งแต่เขารู้จักเธอเขาก็เรียกชื่อเล่นของเธอมาตลอด
“วิลล่าหรูในโครงการของคุณ ผมจะยอมซื้อทุกหลัง... หากคุณยอมเป็นแฟนกับผม”
เขาวางแก้วไวน์ลงช้าๆ สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธออย่างไม่วางตา ก่อนจะเลื่อนมือไปกุมมือบางที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือหนาทำเอาหญิงสาวรู้สึกชาไปทั้งตัว
“นี่คุณพูดเล่นหรือเปล่าคะ”
“ผมพูดจริง ๆ” ศรัญพัชญ์พยายามดึงมือออกจนสำเร็จ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปแบบตัดรำคาญ
“งั้นฉันก็เสียใจค่ะ ที่จะต้องบอกคุณว่า....ฉันมีแฟนแล้ว” คำพูดของเธอทำให้บรรยากาศโดยรอบหยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมา แล้วเอ่ยอย่างคนรู้ทัน
“สิ่งที่คุณพูดมาผมไม่แปลกใจเลยครับ... เพราะคนสวย ๆ อย่างคุณคงมีใครจับจองหัวใจอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังปรารถนาที่จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกของคุณอยู่ดี” บัณฑูรย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบคู่นั้นมีประกายของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่า เพราะเขาสืบประวัติของเธอมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาในเกมนี้เสียอีก
เขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเธอกำลังสั่นคลอน และนั่นยิ่งทำให้ความต้องการจะครอบครองในอกทวีความรุนแรงขึ้น
“ฉันไม่อยากนอกใจแฟนค่ะ... และก็ไม่นิยมการคบซ้อนด้วย” ศรัญพัชญ์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท เธอพยายามรักษาระยะห่างอย่างสุดความสามารถ ทว่าหัวใจกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อบัณฑูรย์ไม่ได้ถอยร่นไปตามคำปฏิเสธนั้น เขาได้แต่แอบคิดในใจ ‘หึ!!..อย่างคุณเนี่ยนะไม่ได้คบซ้อน ผมรู้ตื้นลึกหนาบางของคุณดีหรอกน่า!’
“งั้นก็ถือว่าผมมาช้าไป... อิจฉาแฟนของคุณจังเลยนะครับที่มีผู้หญิงที่ซื่อสัตย์ขนาดนี้อยู่ข้างกาย” เขาเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทสัมผัสของเธออย่างจงใจ
“แต่คุณรู้อะไรไหมครับคุณรัญ... การที่คุณบอกว่ามีแฟนแล้ว มันไม่ได้แปลว่าโอกาสของผมจะเป็นศูนย์นะครับ” เขาตอบอย่างรู้ทัน เพราะมั่นใจว่าคนอย่างบิดาของเธอจะไม่ปฏิเสธเขาเป็นแน่
“แต่มันหมายความว่า... ผมต้องเร่งทำคะแนน เพื่อให้คุณรู้ว่า คุณควรจะเลือกใครต่างหาก”