บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 แค่ความทรงจำ

“เอิร์นมาช้ามากเลยใช่ไหม ขอโทษนะมิน” ทำหน้ารู้สึกผิดและก็ยอมรับผิดจริง ๆ เพราะเธอมาช้ามาก พอมาเห็นเพื่อนสาวอุ้มลูกน้อยวัยเดียวกันกับอันนารอเธออยู่ก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก

“คิดมากน่า ไม่ได้ช้าขนาดนั้น”

“ตังเม สวัสดีน้าเอิร์นค่ะคนเก่ง” มินตรายกมือขึ้นจัดผมหน้าม้าให้ลูกสาววัย 3 ขวบของเธอขณะบอกให้สวัสดีคุณน้าเอิร์นไปด้วย

ตังเมเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของมินตราที่เกิดจากเธอและไตร สามีที่ลืมเลือนเธอไปแล้ว มีเพียงทะเบียนสมรสเท่านั้นที่เป็นสิ่งยืนยันว่าเธอมีสามีอยู่ ส่วนเจ้าตัวนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าลูกและเมียอยู่ที่นี่

“สวัสดีค่ะน้าเอิร์น” สองมือป้อม ๆ ยกขึ้นมาพนมแล้วก้มศีรษะไหว้เพื่อนของแม่มิน ตังเมมีเก้อเขินอยู่บ้างเพราะไม่ค่อยได้เจอน้าเอิร์นบ่อยเท่าไหร่ ถึงจะเขินจนม้วนแต่ก็ยังไหว้สวยสมกับที่มินตราเคร่งเรื่องมารยาทกับลูกสาวของตัวเองเธอฝึกและอบรมตังเมเป็นอย่างดี

“น่ารักจังเลยลูก ตังเม” ขอจิ้มแก้มหลานสาวสักทีให้หายหมั่นเขี้ยวแล้วจึงแนะนำเด็กอีกคนให้รู้จักกัน

“อันนาไหว้น้ามินด้วยนะลูก”

“เมื่อวานก็ไหว้แล้วค่ะคุณแม่ วันนี้ต้องไหว้อีกเหรอคะ” ถ้าไม่ขี้สงสัยคงไม่ใช่อันนา และคำถามซื่อ ๆ ของเธอก็ทำเอาแม่ ๆ หลุดเสียงหัวเราะออกมาเพราะไม่คิดว่าเด็กน้อยจะตั้งคำถามกับเรื่องแบบนี้ คงเป็นเพราะอันนาพึ่งได้เจอหน้าน้ามินไปเมื่อวานและมาเจอวันนี้ก็เลยคิดว่าไม่ต้องไหว้แล้วเพราะเมื่อวานได้ไหว้ไปแล้ว เฮ้อ สงสัยต้องให้มินตราอบรมบ่มนิสัยให้ลูกสาวตัวแสบของเธอบ้าง

“ต้องไหว้อีกนะอันนา เจอวันใหม่ก็ต้องไหว้ใหม่ แม่มินบอกตังเม ว่าต้องไหว้ด้วย” ตังเมถูกสอนมาแบบนั้นเธอจึงรีบบอกเพื่อนใหม่ของตัวเองและเรียกชื่อถูกเพราะได้ยินน้าเอิร์นเรียกชื่อลูกสาวแบบนั้น เด็กน้อยช่างสังเกตจึงได้รู้ว่า เด็กผู้หญิงผมหยักศกคนนี้ชื่ออันนา

ส่วนอันนาก็พยักหน้าเข้าใจพร้อมยกมือขึ้นสวัสดีน้ามินตามที่คุณแม่และตังเมบอกก่อนจะหันมาฉีกยิ้มกว้างให้เพื่อนใหม่ของเธอ ดูเหมือนเพื่อนคนนี้จะถูกใจอันนามากซะด้วย

“สวัสดีค่ะน้ามิน”

“เราชื่อตังเมนะ” ตังเมเป็นเด็กน่ารักมากเธอตื่นเต้นที่จะได้มีเพื่อนใหม่ไม่น้อยไปกว่าอันนาเลย

“เราชื่ออันนา อันนา 3 ขวบ” กลัวเพื่อนจะไม่รู้ว่าตัวเองอายุสามขวบและจะเข้าอนุบาลหนึ่งแล้ว

“ตังเมก็ 3 ขวบ”

ภายใต้การสนทนาตามประสาวัยรุ่น 3 ขวบ ยังมีแม่ๆ ที่เฝ้ามองการพูดคุยของลูก ๆ มองไปก็ยิ้มตามไปด้วย เด็กทั้งสองคนเคยเจอกันแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นและยังไม่ทันจะได้จดจำชื่อของกันและกันก็ต้องจากกันเสียก่อน

ในวันเกิดของอันนา มินตราไม่ได้พาตังเมลูกสาวของเธอไปด้วยเพราะกลัวจะกลับดึกเกินไปจึงทำให้เด็กทั้งสองคนไม่ได้เจอหน้ากัน แต่หลังจากที่ได้เห็นมิตรภาพน้อยๆ กำลังก่อตัวขึ้นทั้งอารีรัตน์และมินตราก็เบาใจมากและคิดว่าลูกสาวของพวกเธอต้องกลายเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนที่แม่ ๆ เป็นแน่

“คิดถึงอิงค์กับว่านเลยเนาะ” พอยืนมองเด็ก ๆ กำลังจับมือกันเดินเข้าไปเล่นในบ้านก็พาทำให้อารีรัตน์คิดคิดถึงเพื่อนสนิทอีกสองคนของเธอ ว่านเป็นเพื่อนผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่มและมักจะทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้สาว ๆ เสมอ ส่วนอิงค์คือน้องสาวของอินทัช และเพราะเธอสนิทกับอิงค์นี่แหละจึงเป็นเหตุทำให้อารีรัตน์ได้พบเขา

เธอสนิทกับอิงค์ก่อนจะมาเจอมินตราและว่านตอนเรียนมหาวิทยาลัย กับอิงค์ต้องพูดว่าเล่นกันมาตั้งแต่เด็กเพราะบ้านเธอกับครอบครัวของอินทัชอยู่ติดกัน เป็นเพื่อนบ้านกันมาก่อน อารีรัตน์เข้าไปเล่นในบ้านของอิงค์เกือบทุกวันจึงทำให้เธอได้พบอินทัช เขาเป็นพี่ชายเพื่อนที่หล่อมากและใจดีกับเธอมากด้วย

ตอนประถมอารีรัตน์ก็ยังมองเขาเป็นพี่ชายของเธอจนกระทั่งขึ้นมัธยมและได้เรียนโรงเรียนเดียวกันตอนนั้นเองที่อารีรัตน์เริ่มมองอินทัชเปลี่ยนไป อาจจะเพราะความใจดีของเขา การดูแลเอาใจใส่ของเขาที่มีต่อเธอ เขาคงทำเหมือนดูแลน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้นแต่สำหรับเธอ การได้รับความเอาใจใส่จากอินทัชเป็นอะไรที่มีผลต่อหัวใจของเธอมาก

ทุกวันหลังเลิกเรียนอารีรัตน์จะเห็นอินทัชรอที่หน้าประตูโรงเรียนเสมอแม้ในวันที่อิงค์ไม่ได้กลับพร้อมกับเธอก็จะยังมีอินทัชที่รอเธอกลับบ้านพร้อมกับเขา

แล้วแบบนี้จะไม่ให้เธอแอบรักพี่ชายเพื่อนได้ยังไงกัน เห็นทุกวัน ได้รับการดูแลทุกวันไม่เว้นเสาร์อาทิตย์ หัวใจของอารีรัตน์ก็เท่านี้จะเอาอะไรมาให้ไม่ชอบเขากันละ เธอรักเขามากจนเก็บอาการไม่อยู่ คนอื่นรู้หมดยกเว้นเขาคนเดียว...

“เอิร์นทำอะไรอยู่เหรอ”

“พี่โอบ” คนที่กำลังทำหน้ายุ่งกับโจทย์เลขที่คิดไม่ออกต้องเงยหน้าขึ้นมองคนที่เดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะนักเรียนของเธอ

“ยังรอเอิร์นอยู่เหรอคะ” ถามไปก็รู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนไปด้วย เดี๋ยวนี้ชักจะเก็บความเขินไม่เก่งแล้วนะยัยเอิร์น

“อืม ไม่ได้กลับบ้านพร้อมเอิร์นแล้วมันแปลกๆ น่ะ ว่าแต่ เอิร์นทำอะไรอยู่ ทำไมคิ้วถึงผูกกันขนาดนั้น” ไม่พูดเปล่า อินทัชใช้นิ้วจิ้มที่หัวคิ้วของอารีรัตน์ด้วย

“เอิร์นกำลังทำการบ้านค่ะ คณิตศาสตร์”

“การบ้าน? ก็เอากลับไปทำที่บ้านสิเอิร์น ไม่งั้นจะเรียกว่าการบ้านเหรอ นั่งทำที่โรงเรียนก็เป็นการโรงเรียนสิ”

“พี่โอบ...”

นี่เล่นมุกใช่ไหมคะเนี่ย เป็นมุกที่แป้กมากแต่เอิร์นดันชอบมากเพราะพี่โอบเป็นคนเล่นมุกนี้ จากมุกแป้กก็น่ารักทั้งนั้นแหละ อะไร ๆ ที่เป็นพี่โอบน้องเอิร์นก็คลั่งหมด

“ก็พรุ่งนี้วันหยุดนี่คะ เอิร์นไม่อยากนั่งทำการบ้านในวันหยุด”

ความจริงคือพรุ่งนี้เธอจะได้ไปเที่ยวสวนสนุกกับอิงค์และอินทัช อารีรัตน์ไม่อยากมานั่งกังวลเรื่องการบ้านเธออยากใช้เวลาเที่ยวเล่นในสวนสนุกกับเขาให้เต็มที่มากกว่า

“ใกล้เสร็จหรือยังล่ะ”

“ใกล้แล้วค่ะแต่สามข้อสุดท้ายยากมากเลยพี่โอบ เอิร์นนั่งแก้สมการตั้งนานแก้ยังไงก็แก้ไม่ได้สักที ยากอะ”

“มา เดี๋ยวพี่ช่วย” อินทัชเดินอ้อมมาที่เก้าอี้แล้วจับแขนเล็กให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะพาตัวเองลงไปนั่งบนเก้าอี้แทนอารีรัตน์

“ก็ยากจริงแหละ”

อินทัชเข้าใจแล้วสิว่าทำไมเธอต้องทำหน้าเครียดและหัวคิ้วผูกกันเป็นโบแบบนั้น สมการโคตรยาก ยากฉิบหาย! แต่ก็ไม่คณามือเด็กเกรด 4 วิชาคำนวนอย่างอินทัชหรอก

“พี่โอบจะทำให้เอิร์นเหรอคะ” ยืนอยู่ข้างหลังเขาแล้วชะโงกหน้ามองดูมือของอินทัชที่กำลังเขียนๆ ตัวเลขลงไป ‘พี่โอบเท่จัง’ ปลื้มมาก ปลื้มได้อีก

“อืม พี่จะทำข้อที่เหลือให้แล้วหลังกลับจากสวนสนุกพี่จะสอนเอิร์นอีกที สามข้อนี้มันก็ยากจริงแต่พี่มีวิธีทำให้เอิร์นมองว่ามันไม่ยาก”

อินทัชหันมาพูดอย่างอวด ๆ แอบเยินยอตัวเองนิด ๆ แล้วหันไปตั้งใจทำการบ้านให้เธอต่อ โดยไม่เห็นเลยว่าคนข้างหลังยืนเขินจนตัวบิดไปหมดแล้ว พี่โอบของเอิร์นเก่งที่สุด...

‘หยุดคิดเลยเอิร์น’ อารีรัตน์รีบสลัดภาพในความทรงจำของเธอออกไป ไม่รู้ว่าภาพตอนนั้นโผล่เข้ามาในหัวได้ยังไงทั้งที่เธอเพียงแค่คิดถึงเพื่อนอีกสองคน คิดถึงเพื่อนแต่ดันมีเขาโผล่เข้ามาซะงั้น และปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดทั้งชีวิตของเธอจะมีอินทัชอยู่ในทุกช่วงเวลาเสมอจะให้เลิกคิดถึงเขาคงทำได้ยาก จะให้เลิกรักยิ่งเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในเร็ว ๆ นี้แน่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel