บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 สุขสันต์วัน...เลิก

เสียงเจื้อยแจ้วดังระงมไปทั่วร้านพิซซ่าฟอร์ซ่า ร้านพิซซ่าเปิดใหม่และกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้ ด้วยความที่ร้านมีพื้นที่ใหญ่โตสามารถรองรับลูกค้าได้เป็นจำนวนมากและมีพื้นที่จัดเป็นส่วนของเด็กเล็ก มีของเล่นและเครื่องเล่นที่ได้มาตรฐาน ทำให้กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการส่วนมากจะเป็นกลุ่มครอบครัวตั้งแต่สามคนไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่

และเพราะร้านพิซซ่าฟอร์ซ่ามีระบบรักษาความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือ พิซซ่าอร่อย ขนมหวานหลากหลาย มีแอลกอฮอล์นำเข้าและร้านกำลังมาแรง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คุณพ่อดีเด่นอย่างเขา จะเหมาทั้งร้านเพื่อจัดงานวันเกิดให้ลูกสาวสุดที่รัก

อินทัช จัญญาภิวัฒน์ หรือ โอบ เขาเป็นเจ้าของธุรกิจนำเข้าและส่งออกเครื่องหอม น้ำมันหอมระเหยสำหรับทำสปา อายุ 32 ปี เป็นหนุ่มหล่อไฟแรงสถานะแน่นอนว่าไม่โสด เพราะวันนี้เขาคือคุณพ่อที่จัดแจงเหมาร้านพิซซ่าเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดงานวันเกิดให้ลูกสาว

“ปะป๊า น้องอันหิวน้ำค่ะ” ลูกสาวตัวน้อยรีบวิ่งมาเกาะขาคุณพ่อของเธอพร้อมส่งสายตาออดอ้อนน่ารัก

เด็กหญิง อันนา จัญญาภิวัฒน์ หรือ น้องอันนา อายุ 3 ขวบ น้องอันนาเป็นเด็กน้อยช่างพูดช่างจา นิสัยติดไปทางขี้เล่นและขี้งอน น้องอันนาเป็นเด็กน่ารักมีอัธยาศัยดีและเข้ากับคนอื่นได้ง่าย เธอไม่ค่อยกลัวใครและชอบแบ่งปันขนมกับของเล่นให้เพื่อนที่มาเล่นด้วยกันเสมอ เห็นแววเป็นเด็กชอบเข้าสังคมแต่เล็กเลยทีเดียว

“แล้วคุณแม่ละครับน้องอัน” อินทัชย่อตัวลงแล้วอุ้มลูกสาวขึ้นมา หอมแก้มกลม ๆ ไปหนึ่งฟอดใหญ่ก่อนจะจัดการปาดเหงื่อที่เปียกชุ่มไปทั่วใบหน้าและศีรษะของอันนา เช็ดเหงื่อให้ลูกสาวไปสายตาก็เลื่อนไปสบเข้ากลับหญิงสาวคนหนึ่ง เธอเดินยิ้มสวยตรงเข้ามาหาเขาและเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น แม่ของลูก

“น้ำอยู่นี่ค่ะน้องอัน”

“คุณแม่มาแล้ว” อันนาฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจพร้อมยื่นมือไปรับแก้วน้ำที่คุณแม่ของเธอนำมาให้ ยกขึ้นดื่มด้วยท่าทางที่สดชื่นสุด ๆ ก่อนจะดิ้นขลุกขลักเล็กน้อยเหมือนต้องการจะบอกคุณพ่อว่าเธออยากกลับไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ต่อแล้ว

อินทิชก็ไม่ได้ขัดใจเขายอมปล่อยตัวลูกสาวลง ยืนมองจนเห็นว่าอันนาวิ่งเข้าไปร่วมกับกลุ่มเพื่อนของเธอแล้วจึงหันมามองหน้าภรรยาด้วยสายตานิ่งเฉย สายตาที่อีกคนเริ่มสัมผัสได้ถึงความเฉยชาของเขามาระยะหนึ่งแล้วเพียงแต่...เธอเลือกที่จะทำเป็นไม่เห็น

อารีรัตน์ อนันต์ธนะเดช หรือ เอิร์น อายุ 29 ปี เป็นหญิงสาวหน้าตาสวยหวาน มองแล้วเหมือนกำลังมองขนมเค้กที่ถูกทำขึ้นอย่างพิถีพิถัน น่ากิน อินทัชมักจะเปรียบเธอแบบนั้นตลอด และที่เขาคิดก็ไม่ได้เกินจริงเพราะเธอถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี เลี้ยงดูประดุจลูกคุณหนูแต่อารีรัตน์ไม่เคยทำตัวเอาแต่ใจเลย เธอก็คือผู้หญิงปกติทั่วไปคนหนึ่งที่เติบโต มีความรัก แต่งงานและเลี้ยงลูก

“วันนี้ลูกของเรามีความสุขมากเลยค่ะพี่โอบ”

เธอเริ่มบทสนทนากับสามีก่อนเพราะเห็นว่าเขายังมองหน้าเธอนิ่งแต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ สายตาของเขามีบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น อะไรบางอย่างที่อารีรัตน์รู้สึกได้ ว่าเป็นเรื่องที่สร้างความหนักใจให้กับสามีของเธอแต่มันแย่ตรงที่เธอไม่รู้ว่าจะช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร

“อืม” มีเพียงแค่นั้นที่อินทัชตอบกลับไป สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทอดสายตามองไปยังลูกสาวตัวน้อยแล้วค้างสายตาไว้ตรงนั้นเพียงครู่ เมื่ออินทัชตัดสินใจอะไรบางอย่างได้เขาจึงหันกลับมาหาอารีรัตน์

“เอิร์น พี่มีเรื่องอยากคุยด้วย” อินทัชเอ่ยบอกแล้วออกเดินผ่านหน้าภรรยาของตัวเองไป ก่อนจะหันมาพูดกับเธออีกครั้งว่า

“ตามลำพัง”

“ค่ะ พี่โอบ” แม้อารีรัตน์จะเกิดความสงสัยขึ้นในใจแต่ก็ยอมเดินตามหลังสามีของเธอไป โดยไม่ลืมหันไปส่งสายตาบอกมินตราเพื่อนสนิทของเธอที่วันนี้ใจดีมาช่วยดูแลเด็กๆ ในงานวันเกิดอันนาด้วย ซึ่งเพียงสบตามินตราก็พยักหน้าตอบรับให้อารีรัตน์รู้ ว่าเธอจะคอยมองอันนาให้เองไม่ต้องเป็นห่วง

เมื่อเห็นดังนั้นอารีรัตน์จึงสบายใจขึ้นและเริ่มเดินตามหลังอินทัชไปเงียบ ๆ เธออยากก้าวให้เร็วกว่านี้เพื่อจะได้ขึ้นไปเดินข้าง ๆ สามี แต่ไม่รู้ทำไม ยิ่งเธอก้าวยาวมากขึ้นเท่าไหร่ก็เหมือนกับว่าเขาก้าวห่างจากเธอมากขึ้นเท่านั้น จากที่อยากเดินเคียงข้างอารีรัตน์ขอยอมแพ้แล้วเดินตามหลังเขามาเรื่อย ๆ จนในที่สุดอินทัชก็พาเธอเดินออกไปยังหลังร้าน พื้นที่ตรงนี้ปลอดคนและมีเพียงลังกระดาษวางอยู่เท่านั้น

“พี่โอบมีอะไรหรือเปล่าคะ เอิร์นเห็นพี่โอบทำหน้าเครียด ๆ มาหลายวันแล้ว” เป็นอีกครั้งที่เธอเริ่มถามเขาออกไปก่อนและที่ถามก็เต็มไปด้วยความเป็นห่วงทั้งนั้น

“คือพี่...”

มีสิ เขามีเรื่องเครียดที่เกี่ยวกับเธอโดยตรงเลยละ และที่อินทัชทำตัวตึง ๆ ใส่เธอมาหลายวันก็เพราะเขาพยายามคิดหาคำพูดดี ๆ ที่จะพูดออกไปแล้วสร้างความเจ็บปวดให้อารีรัตน์น้อยที่สุด กว่าเขาจะหาคำพูดได้มันไม่ง่ายเลยนะแต่พอถึงเวลาที่จะต้องพูดจริง ๆ มันกลับยากยิ่งกว่าการคิดไปเยอะมาก

“พี่โอบเครียดเรื่องงานใช่ไหมคะ ระบายให้เอิร์นฟังได้นะ เอิร์นพร้อมช่วยพี่โอบคิดทุกอย่างเลยค่ะ”

อารีรัตน์รีบเสนอตัวด้วยความยินดีเธอพร้อมอยู่ข้างเขาไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เธอเลือกผู้ชายคนนี้เป็นสามีแล้วและเธอรักเขามานานมาก ๆ ความรักที่เธอมีต่ออินทัชไม่เคยลดน้อยลงและอารีรัตน์ตั้งใจไว้แล้ว ว่าเธอจะเป็นภรรยาที่ดีของเขา นอกจากงานบ้านแล้วเธอจะต้องเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้สามีด้วย

“ขอบใจนะเอิร์น แต่ไม่ใช่เรื่องงาน”

“แล้ว เรื่องอะไรเหรอคะ” พอเขาบอกว่าไม่ใช่เรื่องงาน หัวคิ้วเรียวสวยก็เริ่มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย

“พี่อยากเลิก...” อินทัชพูดออกมาในที่สุด เขาพูดออกมาเพียงเท่านั้นแล้วค้างไว้เพื่อต้องการสังเกตปฏิกิริยาของอารีรัตน์ เธอยังคงมองหน้าเขาด้วยดวงตาทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

“เลิก พี่โอบหมายถึงเลิกอะไรเหรอคะ?” หรือว่าเขาหมายถึงอยากให้งานวันเกิดของลูกผ่านไปโดยเร็วหรือเปล่า อารีรัตน์คิดแบบนั้นเพราะปกติแล้วสามีของเธอไม่ชอบอยู่ในที่ที่ต้องมีคนแออัดเยอะ เขาถึงได้ยอมเหมาร้านพิซซ่าเพื่อที่จะได้เชิญแขกมางานวันเกิดลูกได้ในจำนวนที่อินทัชพอใจจะให้มาเท่านั้น

“ถ้าเป็นงานเลี้ยงวันนี้ รออีก 15 นาทีนะคะพี่โอบ เดี๋ยวก็ได้เวลาเป่าเค้กวันเกิดของอันนาแล้วค่ะ”

“พี่ไม่ได้หมายถึงงานวันเกิดของลูก”

“ถ้าไม่ใช่งานวันเกิดของลูก แล้วพี่โอบหมายถึงอะไรเหรอคะ”

อินทัชมองลึกเข้าไปในดวงตาของอารีรัตน์และมองสำรวจไปทั่วดวงหน้าหวานของเธอ ใบหน้าที่มองมุมไหนก็น่ารักและเคยทำให้เขาพอใจและรู้สึกโชคดีที่ได้เมียสวย แต่บางทีความสวยและแสนดีก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับอินทัช

“พี่อยากเลิกกับเอิร์น”

“...คะ?”

ไม่รู้ว่าหูดับไปแล้วหรือว่าอะไรแต่อารีรัตน์ขอให้สิ่งที่เธอได้ยินนั้นก็แค่หูฝาดไป เธอพยายามคิดแบบนั้น แต่แล้วก็เป็นคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของเธอที่ยืนยันสิ่งที่เธอได้ยินออกมาอีกครั้งจากปากของเขาเอง

“พี่ต้องการเลิกกับเอิร์น พี่ไม่อยากใช้ชีวิตแบบครอบครัวกับเอิร์นอีกแล้ว”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel