บทที่ 2 ครอบครอง
บทที่ 2
ครอบครอง...
ทั้งที่อุตส่าห์ช่วยให้รอดพ้นความอับอายจากการล้มละลายยังไม่สำนึก แถมยังกล้าขัดคำสั่งของเขาโดยเฉพาะเธอ อริศรา... วิเศษมาจากไหนกันเชียวถึงปล่อยให้จตุรเทพเยี่ยงเขาต้องรอเก้ออยู่บนเตียงทั้งคืน ทั้งที่ผู้ชายอย่างเขานั้นไม่จำเป็นต้องรอผู้หญิงคนไหน แต่เขาก็ยังรอเธอยันเช้า มันทำให้อัครเดชอารมณ์ค้าง ยิ่งกว่าค้าง จนต้องรีบบึ่งมาที่นี่อย่างรู้สึกเสียหน้าและต้องการสั่งสอนเธอให้หลาบจำ ว่าอย่าคิดหักหน้าเขาด้วยวิธีขัดคำสั่งแบบนี้อีก เพราะไม่ฉลาดเลยซักนิด
อัครเดชที่ก้าวประชิดร่างของคุณพีระพลเรื่อย ๆ บีบให้ชายวัยสี่สิบปลายอย่างเช่นคุณพีระพลนั้น ต้องก้าวถอยหลังอย่างยำเกรงในอำนาจของชายหนุ่มรุ่นลูกคนนี้ ที่กำลังอารมณ์ร้อนดั่งไฟ จนส้นเท้าขยับถอยชนเข้ากับขาโต๊ะอย่างเสียการทรงตัวต้องเอื้อมมือคว้าร่างของอัครเดชเอาไว้เพื่อเป็นหลักยึดไม่ให้ตัวของท่านเองนั้นล้มลงกับพื้น แต่คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่อย่างอริศรา เธอไม่เข้าใจ กลับคิดว่าบิดาของตนเองกำลังถูกทำร้ายจากผู้ชายที่เธอเห็นเพียงแค่ด้านหลังของเขา ที่ดูไหล่กว้างสูงใหญ่ตระหง่านยืนค้ำร่างบิดาของเธอเอาไว้จนมิด อริศราไม่สนใจอะไรแล้วทั้งนั้นตอนนี้ด้วยสัญชาตญาณของการปกป้องบิดา เธอจะต้องช่วยท่านให้รอดพ้นจากการถูกคุกคาม... เขาเป็นใครและมีสิทธิ์อะไรเข้ามาโวยวายและทำร้ายร่างกายพ่อของเธอถึงในคฤหาสน์อย่างวางอำนาจเช่นนี้ ไม่ได้สำรวจดูตัวเองเลยซักนิดว่าเธอแต่งตัวไม่ได้เรียบร้อยเลย และยังคงอยู่ในชุดนอนตัวบางสั้นแค่เพียงต้นขานวล แถมคอเสื้อชุดนอนนั้นยังเว้าลึกที่ถึงแม้จะมีเสื้อคลุมสวมทับเอาไว้แต่มันก็เป็นแค่เศษผ้ามันบางลื่น ๆ ที่พร้อมจะหลุดได้อยู่แล้วตลอดเวลาแทบไม่ต้องสะกิด วิ่งฝ่าการ์ดของอัครเดชเข้าไปทุบแผ่นหลังที่ตึงแน่นไปด้วยมัดกล้ามของเขาดังอัก ที่ไม่ได้ต่างจากเอามือเปล่าไปทุบกับท่อนไม้กระดานแข็ง ๆ จนอริศรานั้นเจ็บฝ่ามือไปหมด แต่ผู้ชายตรงหน้าของเธอก็ยังคงยืนนิ่งเฉยไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไร จนเธอเริ่มโมโหต้องเปลี่ยนเป็นดึงรั้งเขาให้หันมายังเธออย่างเอาเรื่อง ในขณะที่ริมฝีปากจิ้มลิ้มนั้นก็ร้องออกคำสั่งกับเขาจนคนที่ยืนหันหลังอยู่ รู้ว่าเป็นเธอ
“ปล่อยท่านเดี๋ยวนี้นะ” และก็มีแต่เสียงฮึมฮัมในลำคอของอัครเดชสั้น ๆ เพียงเท่านั้นที่อริศราได้รับตอบกลับมา
“ฮึ” ในที่สุดเขาก็ได้เจอเธอจนได้ ‘อริศรา’
เลิกคิ้วให้กับคุณพีระพลที่กำลังยืนหน้าซีดอยู่ตรงหน้าของเขาอย่างผู้ชนะ ก่อนที่จะปลดมือของท่านออกเพื่อปล่อยร่างของตนเองไปตามแรงมือของผู้หญิง ที่อัครเดชอยากจะยลโฉมเธอเต็มที ว่าจะสวยจริงสมคำร่ำลือและสมกับราคาเงินก้อนโตที่เขาต้องเสียไป เพื่อแลกกับเรือนกายเย้ายวนของเธอ ที่จะต้องคอยมาบำเรอสวาทให้กับเขาบนเตียง ว่าจะคุ้มค่ามากแค่ไหน
แล้วอัครเดชก็ไม่ผิดหวัง แต่ก็ต้องรอดูกันไปว่าเธอจะอึดพอไหม ถ้าจะต้องรับเขาที่กินจุทุกคืนแค่เพียงคนเดียว
“อลิซ! กลับขึ้นห้องไปลูกพ่อจะคุยธุระกับคุณอัคคี” ถึงจะร้องบอกเธอตอนนี้มันก็คงไม่ทันเสียแล้ว เพราะสองสายตาที่กำลังตรึงกันเหมือนสะกดให้ทั้งคู่นั้น ไม่อาจละสายตาออกจากกันไปไหนได้เลยโดยเฉพาะอัครเดช นัยน์ตาสีนิลคมกริบที่กำลังผลาญไปทั่วทุกความรู้สึกและเรือนกายของอริศรานั้นไล่สำรวจผู้หญิงตรงหน้าของเขา ตั้งแต่ใบหน้างามหยดที่หวานจัดปนเย้ายวน ได้อย่างเร้าอารมณ์เลือดเนื้อในกายชายของเขา ที่เอาแต่นึกถึงเธอตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาได้ดีเหลือเกิน เพียงแค่มองอริศราเท่านั้นอัครเดชก็คึกแข็งลุกโชนแทบอดใจรอต่อไปไม่ไหว อยากจะพาเธอไปกับเขาเดี๋ยวนี้
หรืออาจจะเป็นเพราะว่าตัวเขานั้นค้างเติ่งมาตั้งแต่เมื่อวานคืน เลยทำให้หิวจัดจนแทบขาดใจ อัครเดชไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงต้องอดทนปล่อยตัวเองให้หิวโซกับเรื่องพวกนี้ ทั้งที่ผู้หญิงสำหรับเขาไม่เคยมีคำว่าขาดแคลน
‘อัคคี’ อริศราทวนชื่อนี้อยู่ในใจ ในขณะที่ใบหน้าหวานหยดนั้นจ้องต่อตากับผู้ชายทรงเสน่ห์อย่างอัครเดชไม่ยอมหลบ ใช่! เธอรู้ว่าเขาคือใครและผู้หญิงค่อนเมืองคลั่งไคล้เขามากมายแค่ไหน ตั้งแต่เธอเรียนอยู่ที่อเมริกาแล้ว เพราะเพื่อน ๆ ในกลุ่มของเธอนั้นล้วนแล้วแต่พูดถึงเขาและพวกจตุรเทพอย่างหลงใหล และที่สำคัญผู้ชายที่กำลังยืนวางอำนาจอยู่ตรงหน้าเธอคนนี้ เขาคือเจ้าหนี้รายใหญ่ของพ่อเธอ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาคุกคามกันแบบนี้
“เอาคนของคุณออกไปให้พ้นจากที่นี่รวมทั้งตัวของคุณด้วย” จิ้มนิ้วเน้น ๆ ลงไปที่หน้าอกแกร่งของเขาซ้ำ ๆ อยู่ที่เดิมหลาย ๆ ทีอย่างไม่พอใจ
อัครเดชหรี่ตามองเธอที่ดูฤทธิ์มากไม่เบา แต่อย่างนี้แหละเขาชอบ ก่อนที่จะจับมือของอริศราที่กำลังจิ้มนิ้วเน้น ๆ อยู่ที่หน้าอกของเขาแล้วรวบดึงร่างของเธอให้เข้ามาแนบชิดกับเรือนกาย และกดตนเองที่กำลังต้องการเธอจนปวดร้าวนั้นลงไปบนเนื้อตัวของผู้หญิงที่กำลังฉอด ๆ ใส่เขาไม่ยอมหยุด ด้วยอารมณ์ปรารถนา
