บทย่อ
นิยายเรื่องโสเภณีชั่วคราวเป็นเรื่องราวของ ไอรัก ที่ต้องผันตัวมาเป็นโสเภณีชั่วคราวเพื่อต้องการนำเงินไปรักษาบิดาที่ป่วยอยู่ ซึ่งพระเอกของเราก็ได้เลือกให้นางเอกสาวของเราบริการบนเตียงจนติดอกติดใจตามไปกินต่อที่บ้านของนางอย่างตะกละตะกลาม หากใครที่มองหานิยายที่มีเนื้อหาสาระขอให้ข้ามนิยายเรื่องนี้ไปได้เลยนะคะเพราะเรื่องนี้มันจะมีแต่เรื่องราวความฟินของพระนาง คำเตือนนะคะ หากไม่ชอบนิยายที่มีฉากรักหวือหวาขอให้มองข้ามเรื่องนี้ไปเลยค่ะ “ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเรารีบมาทำมันให้จบเถอะค่ะ เพราะถ้าคุณมัวแต่ลีลาฉันคงต้องคิดเงินเพิ่ม” หล่อนประชดประชันเขาออกมาด้วยหัวใจที่ปวดร้าวแหลกลาน “ไม่ต้องห่วงไอรัก แม่โสเภณีหิวเงินเพราะว่าฉันรวยจะซื้อผู้หญิงแบบเธอมานอนอีกเท่าไหร่ก็ได้” คำพูดและสายตาเย็นชาของเขาไม่ต่างจากมีดคมกริบมันบาดลึกจนเลือดไหลอาบ “อ๊ะ...คุณ อื้อ...” สะโพกสอบขยับกระเด้าเต็มแรงอย่างไร้ความอ่อนโยน เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่น ตั่บ ตั่บ ตั่บ หล่อนครางซี๊ดซ๊าด เพราะความกระสันเสียวทั้งที่เขากระเด้ารุนแรงแต่หล่อนกลับชอบจนน้ำเสียวไหลทะลักไม่หยุด
บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของการเป็นโสเภณี
คชเรศ อภิสุทธิ์วาณิช วัยสามสิบห้าปี เขาเป็นเจ้าของธุรกิจยานยนต์หรูของประเทศไทย โดยที่ทุกคนต่างรับรู้กิตติศัพท์และอำนาจของเขาเป็นอย่างดี
โหดเหี้ยมไร้ความปราณีต่อคู่แข่งขันและศัตรูที่คิดจะต่อกรกับเขา การที่จะยืดหยัดในการทำธุรกิจมันไม่ใช่มีเพียงแค่ความสามารถเท่านั้น
นอกจากความร่ำรวยและความสามารถที่เหลือล้นเขายังเป็นที่ต้องการของบรรดาสาวสวยไม่ว่าจะนางแบบนางเอกแม้กระทั่งกลุ่มลูกหลานไฮโซทั้งหลาย
นัยน์ตาดำขลับ รูปหน้าสี่เหลี่ยม ริมฝีปากบางเฉียบ ผิวสีน้ำผึ้ง ส่วนสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบสองเซนติเมตรกับเรือนกายแข็งแรงกำยำเพราะเกิดจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอมันยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับบุรุษเพศ
สำหรับเขาผู้หญิงทุกคนเครื่องบำบัดความใคร่ไม่มีสตรีคนไหนได้อภิสิทธิ์ขึ้นเตียงกับเขาเป็นหนที่สองบรรดาผู้หญิงทั้งหลายถูกเขาจำกัดคำเอาไว้เพียงแค่ของเล่นชั่วคราวเท่านั้น
แต่ถึงแม้กระนั้นบรรดาผู้หญิงทั้งหลายก็ยังคงพร้อมที่จะทอดกายให้กับเจ้าพ่อธุรกิจยานยนต์อย่างเขาโยกคลึงอย่างเมามันส์แม้จะเพียงแค่ค่ำคืนเดียว ก็ตาม
“อ๊ะ...ซี๊ดดด อ่า...คุณคชเรช อ่า...”
คชเรชกำลังใช้โต๊ะทำงานของตนเองให้เกิดประโยชน์ ร่างอวบอัดของนางเอกสาวเบอร์หนึ่งของประเทศกำลังดิ้นพล่านอย่างร่านร้อนเมื่อเจอท่อนเอ็นใหญ่ยาวกระซวกไม่ยั้ง
“อ่า...เอ็นใหญ่มาก อ่า ซี๊ดดอ่า...”
พชรพรรณ นางเอกเบอร์ต้นของประเทศกำลังครวญครางอย่างถึงอกถึงใจ หล่อนพยายามอยู่หลายครั้งที่จะให้ผู้จัดการส่วนตัวติดต่อกับชายหนุ่มเพราะหล่อนมั่นใจว่าตนเองสามารถทำให้ผู้ชายแสนโอหังอย่างเขาสยบได้ด้วยลีลาสวาทแสนเด็ดดวง
“อ่า...ซี๊ดด อ่า...”
มือหนาตรึงสะโพกผายเอาไว้มั่นก่อนจะกระแทกกระทั้นเต็มแรงอย่างไร้การทะนุถนอม พวกผู้หญิงก็ร่านและหิวเงินกันทุกคน
ยิ่งเห็นนางเอกสาวดีดดิ้นหวีดร้อง เขายิ่งซอยถี่ระรัว กลีบสาวสีคล้ำของหล่อนรับศึกหนักพอสมควรแต่โชคดีที่หล่อนผ่านสมรภูมิมามากโขไม่อย่างนั้นคงต้องฉีกขาดเพราะเอ็นใหญ่ของคชเรช
“อ่า...เอ็นใหญ่มาก อ่า...อ๊ะ เสียวร่องอ่า...”
หล่อนพลิกร่างขึ้นมาอยู่ด้านบนก่อนจะนั่งอ้าแยกเรียวขาออกจากกันจนสุดแล้วคว้าท่อนเอ็นของชายหนุ่มมาจดจ่อที่กลีบสาวแล้วกดบั้นท้ายลงจนเอ็นชายมันจมหายมิดด้าม
“โอ้วววว พระเจ้า อ่า...ใหญ่มาก อ่า...เสียวยันแตด เลย อ่า...ซี๊ดด อูยยว์ ใหญ่สมคำร่ำลือ อ่า...”
นางเอกสาวละครหลังข่าวกลายร่างเป็นนางเอกหนังโป๊อย่างเต็มตัว หล่อนสาวเอ็นชายด้วยกลีบสาวก่อนจะโยกคลึงรูดเอ็นขึ้นลง โยกขย่มรุนแรง หล่อนร้อนเป็นไฟในขณะที่คชเรชนั้นไม่ได้กระหายหล่อนอย่างที่ควรจะเป็น
พรชพรรณสูญเสียความมั่นใจไม่น้อยเพราะคิดว่าตนเองนั้นเด็ดยิ่งกว่าโสเภณีเสียอีกเพราะละครที่หล่อนได้เล่นนั้น มันมาจากผลพวงการโยกคลึงกับบรรดาผู้กำกับทั้งหลาย
“อ๊ะ อ๊ายยยยย....ซี๊ดดด อูยยยส์”
หล่อนขย่มอย่างบ้าคลั่งในจังหวะเสียวกระสันสุดท้าย ในขณะที่เอ็นใหญ่กระซวกขึ้นหาไม่ยั้งจนหล่อนน้ำแตก
คชเรชยิ้มหยันมุมปากก่อนที่จะพลิกกายแกร่งกลับขึ้นมาอยู่ด้านบนแล้วกระเด้าเต็มแรงจวบจนจังหวะสุดท้ายเขาอัดท่อนเอ็นไม่ยั้งสามสี่หน มือหนาชักเอ็นใหญ่ยาวออกจากกายสาว ดึงถุงยางอนามัยออก แล้วทำการรูดชักเอ็นใหญ่ยาวของตนเองทันที
“โอ้ววว...อ๊ากกก อ่า....ซี๊ดด อ่า...”
มือหนารีดน้ำเสียวขาวขุ่นออกมา มันฉีดพ่นเลอะเปรอะเปื้อนเนื้อตัวของหญิงสาว
“ให้พรรณอมให้คุณไหมคะ”
หล่อนกระตือรือร้นที่จะบำเรอสวาทให้กับชายหนุ่มซึ่งเขาเองก็ยินดีไม่น้อย
“เอาสิ”
คชเรชลุกขึ้นยืนเขาทิ้งตัวลงนั่งกับโซฟากำมะหยี่สีดำสนิทโดยที่นางเอกสาวรีบตามมาคุกเข่าระหว่างท่อนขาแกร่ง
ริมฝีปากถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสด รีบอ้าปากงาบงับเอ็นชายทันที
“อ๊า...ซี๊ดดอ่า...อม อีกแบบนั้น อ่า...”
เขานั่งด้วยท่าทางผ่อนคลายสองแขนกำยำพาดกับพนักโซฟา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูไม่ได้ทำให้คนทั้งสองหยุดกิจกรรมทางกายได้แม้แต่น้อย
“เข้ามาได้ อ่า...”
ลูกน้องคนสนิทอย่าง พลพจน์ เปิดประตูเข้ามาก่อนจะยืนก้มหน้าอยู่ที่มุมห้องเขาทำราวกับมองไม่เห็นเสียอย่างนั้นว่าคนทั้งสองกำลังประกอบกิจกรรมเข้าจังหวะ มันเป็นเรื่องปกติของเจ้านายอย่างคชเรช และเขารู้หน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี...ไม่ยุ่งเรื่องของเจ้านาย
“อ่า...ซี๊ดด อ่า...”
พชรพรรณไม่หยุดดูดอมท่อนเอ็นหล่อนหวังว่าลีลาสวาทของหล่อนจะทำให้คชเรชเรียกหล่อนขึ้นเตียงอีกสักหน
“มีอะไรว่ามา”
คชเรชควบคุมน้ำเสียงได้เป็นอย่างดี ริมฝีปากสาวของนางเอกไม่สามารถปลุกปั่นให้เขาหลุดหลงแต่เพียงอย่างใด เพราะเจ้าหล่อนก็ไม่ได้แตกต่างไปจากผู้หญิงอื่น
“คุณแฟรงค์รออยู่ที่ห้องรับรองแล้วครับนาย”
แฟรงค์คือลูกค้ารายใหญ่ของ อภิสุทธิ์วาณิชพลพจน์พูดจบเขาก้มหน้ามองพื้นในขณะที่ นางเอกสาวเปลือยเปล่านั่งคุดคู้ดูดอมท่อนเอ็นของคชเรชไม่หยุดหย่อน
“บอกคุณแฟรงค์ว่าฉันกำลังจะไปพบ”
“ครับ”
พลพจน์รับคำแล้วก้าวเดินออกไปจากห้องของเจ้านายหนุ่มทันที
“อ่า...เอ็นใหญ่มาก โอ้วว เอ็นคุณทั้งใหญ่ทั้งยาว”
หล่อนมองท่อนเนื้อที่อยู่ในกำมือด้วยสายตา ชื่นชมระคนหิวกระหาย แต่คชเรชกลับลุกขึ้นยืนทันที
“แต่งตัวซะหมดเวลาของผู้หญิงอย่างเธอแล้ว”
คชเรชหยิบเสื้อผ้าของตนเองขึ้นสวมใส่จนเรียบร้อยในขณะที่นางเอกสาวยังคงเปลือยเปล่า
“คุณคชเรช คะ...พรรณยังไม่อิ่มเลยนะคะ”
คชเรชหันกลับมามองเพียงหางตาเท่านั้นก่อนที่จะใช้น้ำเสียงแสนเยือกเย็น
“หรือจะให้ผมตามลูกน้องมาช่วยคุณ”
พรชพรรณตาเหลือกทันทีหล่อนรีบกระวีกระวาดลุกขึ้นมาสวมใส่เสื้อผ้าเพราะรู้ดีว่าคชเรชไม่ได้พูดเกินจริงหากเขาจะทำมัน
“ไม่ ไม่ ค่ะเดี๋ยวพรรณจะรีบกลับแล้วค่ะ”
ตระกูล อภิสุทธิ์วาณิช เป็นตระกูลเก่าแก่สืบเชื้อสายจากมาเฟียฮ่องกงซึ่งแน่นอนว่าทุกวันนี้อิทธิพลของตระกูล อภิสุทธิ์วาณิช ยังคงอยู่และยิ่งทวีอำนาจมากยิ่งขึ้น
“ผมสั่งให้ลูกน้องเขียนเช็คให้คุณแล้ว”
มันคือประโยคสุดท้ายที่คชเรชพูดทิ้งท้ายก่อนจะก้าวเดินออกไปพร้อมกับชุดสูทสีดำที่ยิ่งเพิ่มความเถื่อนทมิฬแก่ผู้สวมใส่
พชรพรรณหงุดหงิดไม่น้อยหล่อนเพราะคาดหวังว่าจะสามารถทำให้คชเรชพึงพอใจตนเองได้ แต่อย่างน้อยหล่อนก็มีเงินซื้อแบรนด์เนมหรูได้หลายใบอยู่
หล่อนระบายยิ้มพึงพอใจกับเซ็กซ์ร้อนฉ่าและเงินจำนวนมากที่จะได้รับ
“พี่ไอรักคุณพ่อ...ฮือ คุณพ่อ อึก...ฮือๆๆ”
ไอรัก เทพาพงศ์ วัย ยี่สิบเอ็ด ปีที่เพิ่งเลิกจากการทำงานหล่อนรีบแจ้นมาที่โรงพยาบาลทันทีเมื่อรู้ว่าบิดาเพียงคนเดียวเข้าโรงพยาบาล
“ใจเย็นๆ นะไอลินคุณพ่อจะต้องไม่เป็นอะไร”
ไอรักโอบกอดปลอบประโลมน้องสาวเพียงคนเดียวที่ฟูมฟายร่ำไห้จนตัวโยน ถึงแม้ภายในหัวอกมันจะเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มไม่ต่างจากน้องสาว
“ญาติคนไข้หรือเปล่าครับ”
เสียงของนางพยาบาลทำให้สองสาวรีบตรงปรี่เพื่อถามไถ่อาการของบิดาทันที
“ใช่ค่ะ ดิฉันสองคนเป็นลูกสาวของคุณศักดิ์ชัยค่ะ เอ่อ...คุณพ่อเป็นอย่างไรบ้างคะ”
“เดี๋ยวขอเชิญญาติคนไข้เข้าพบแพทย์ด้วยนะคะ”
ไอรักยิ้มให้กับไอลินเล็กน้อยก่อนที่ตนเองจะเดินตรงเข้าไปพบแพทย์ส่วนน้องสาวนั้นรีบเข้าไปดูอาการของบิดา
“สรุปแล้วคุณพ่อดิฉันเป็นอะไรคะคุณหมอ”
คุณหมอจ้องหน้าหล่อนเล็กน้อยก่อนจะเปิดจอภาพจากคอมพิวเตอร์เพื่อประกอบการพูดคุย
“คนไข้เป็นมะเร็งปอดครับซึ่งต้องได้รับการรักษาโดยด่วน”
“แล้วคุณพ่อจะหายดีใช่ไหมคะ”
ไอรักไม่อาจสะกดกลั้นน้ำตาแห่งความหวาดกลัวได้แม้แต่น้อย หล่อนรักบิดามากและยังไม่พร้อมสำหรับคำว่าสูญเสีย
“ครับ แต่คนไข้ต้องได้รับการทำเคมีบำบัดโดยด่วน”
มือบางปาดน้ำตาทิ้งเมื่อได้ยินสิ่งที่แพทย์บอกมันเหมือนหยาดน้ำทิพย์เพียงหยดเดียว แต่มันยังพอทำให้หัวใจชุ่มชื้นขึ้นมาบ้าง
“ค่ะทำการรักษาได้เลยค่ะคุณหมอ เอ่อ...แล้วเรื่องค่าใช้จ่าย”
“ต้องมารับการทำเคมีบำบัดแปดครั้งแต่ละครั้งประมาณสองหมื่นถึงสามหมื่นครับ”
หัวสมองมันตีบตันไปหมดเมื่อได้ยินจำนวนเงินมากมายเพราะในบัญชีธนาคารของหล่อนนั้นมีเพียงแค่เงินซื้ออาหารสำหรับสามมื้อเท่านั้น
“หมอจะนัดวันรักษาให้นะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”

