Ep:4ไม่สนใจ
“เป็นอะไรทำไมทำหน้าแบบนั้น” ฉันเดินเข้าไปกอดแด๊ดที่กำลังคุยกันกับพี่พาร์ท
“เปล่า ว่าแต่แด๊ดค่ะ เปลี่ยนคนอื่นไม่ได้เหรอ” คนตัวเล็กทำหน้าอ้อน
“ทำไม หนูมีเรื่องอะไรกับนิธิภัทร์” แด๊ดจ้องหน้าอย่างจับผิด
“......” คนตัวเล็กเงียบริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันมองหน้าพี่ชาย
“ไม่มีอะไรหรอกครับอา น้องคงยังไม่ชิน” พี่พาร์ทเอ่ยขึ้น และเดินเข้ามาหา
“ใช่ค่ะแด๊ด ญี่ปุ่นคงคิดมากไปกลัวเขาจะทำงานออกมาไม่ดี แต่ถ้าแด๊ดว่าโอเคหนูก็ไม่มีปัญหา”
“งั้นก็ดี เพราะงานนี้แด๊ดตั้งใจทำให้หนู งั้นแด๊ดไปก่อนมีเรื่องจะคุยกับนิธิภัทร์ก่อน”
“ค่ะ”
“พี่เชื่อว่าน้องสาวพี่รู้จักแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว” พี่พาร์ทเดินเข้ามาจับไหล่ให้กำลังใจ
“รู้ค่ะ แต่ญี่ปุ่นแค่...” มันรู้สึกยังไงก็ไม่รู้
“หรือเรายังรักเขาอยู่”
“ไม่ค่ะ ญี่ปุ่นไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้ว สนใจอะไรคนไม่มีใจ!”
“งั้นก็ดี พี่ไปประชุมก่อน”
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” มือเล็กรีบดึงแขนพี่ชายไว้
“คืนนี้พาน้องไปเที่ยวได้มั้ย พวกเราไม่ได้เที่ยวกันนานแล้วนะ” คนตัวเล็กทำหน้าอ้อน
“หนูไป! ไม่ได้ไปเที่ยวนานแล้ว หนูไป หนูไป” เป็นเธียรที่พูดแทรกขึ้น แล้วท่าทางน้องดูตื่นเต้นดีใจมาก
“งั้นก็โอเคเลย เดี๋ยวพี่ชวนโมจิ ขุนศึก ภูผา และภูพิงค์ไปด้วย ไปหลายๆ คนสนุกดี” แล้วฉันก็เดินไปหาเธียรแทน ต้องแบบนี้สิถึงจะเหมาะกับตำแหน่งสะใภ้ใหญ่ของตระกูลเรา
“ฉันไม่ให้ไป!” พี่พาร์ทเอ่ยเสีบงแข็ง
“พี่พาร์ท!” เธียรจ้องหน้าพี่พาร์ทตาเขม็ง มือกอดอกอย่างไม่พอใจ
“หนูจะไป พี่ดูลูกด้วย นานๆ ที แล้วถือเป็นการฉลองที่พี่ญี่ปุ่นกลับมา อย่ามาห้าม!” เธียรเดินเข้าไปประจันหน้ากับพี่พาร์ท นี่คงไม่ทะเลาะกันเพราะฉันนะ
“ถ้าฉันไม่ไปด้วยเธอก็อย่าหวัง!จะได้ไป” พี่พาร์ทขึ้นเสียงดุ
“ใจเย็นๆ นะคือว่า”
“งั้นพี่ก็ไปกับหนูแค่นี้ก็จบ ส่วนตัวเล็กลูกหลับแล้วเราค่อยออกจากบ้านนะคะ นะหนูอยากเที่ยวบ้าน” เธียรทำหน้าอ้อน ฉันนี่ได้แต่ยืนมองแล้วก็ยิ้ม แน่นอนพี่พาร์ทจอมเย็นชาใจอ่อนให้กับลูกอ้อนเมียไปแล้ว
“เฮ้อ...เธอนี่มันจริงๆ แต่ไปผับเรา ถ้าไปที่อื่นไม่ได้” พี่พาร์ทหันมาพูดกับฉันแล้วเดินออกไปทันที
“แล้วเจอกันนะคะ” เธียรทำหน้าละลื่นแล้วรีบวิ่งตามพี่พาร์ท ออกไป
“เชอะ เกลียดจังพวกปากแข็ง” แต่ก็ได้แต่ส่ายหัวแล้วก็ยิ้มให้กับความน่ารักขี้อ้อนของเธียร ก่อนจะโทรหาโมจิ เพราะตัวเล็กหายไปนานมาก
หน้าบริษัท....
“ช้ามาก!!!” ทันทีที่รถน้องจอดฉันก็บ่นๆๆๆๆ
“ก็ขุนศึกแหละช้า ทีหลังไม่ไปรับแล้วนะ” โมจิพูดอย่างเบื่อหน่าย
“โอ๋ที่รักไม่งอนสิครับ ศึกแค่ติดสาวแป๊บเดียวเอง” ขุนศึกเดินมาโอบเอวโมจิ
“ส่วนตัวเอง มาให้กอดให้หายคิดถึงที” แล้วมันก็ทำหน้าทะเล้นเดินเข้ามากอดฉันอีกคน
“พอๆๆ หยุดไปได้แล้วหิว”
“ได้ครับได้ วันนี้สองสาวอย่างกินอะไร ป๋าศึกเลี้ยงเอง แต่ขอเดินควงอวดชาวบ้านหน่อย อย่างได้อารมณ์แบบว่าสามคนผัวเมีย” ขุนศึกทำหน้าจริงจัง
“เฮ้อ....” ฉันกับน้องได้แต่ถอนหายใจมองหน้ากันอย่างเอือมระอา แต่ก็ยอมถือว่าขำๆ เล่นกับเขาหน่อยสนุกดี
“.......ผู้หญิงอย่างเธอมันก็เป็นแบบนี้สินะ” .... แบงค์ถึงกับกำหมัดแน่นเมื่อเดินลงมาเห็นหญิงสาวกอดหอมอยู่กับผู้ชาย
21.00น.
ผับXXX
“ว่าไงแม่ลูกอ่อนนึกว่าจะมาไม่ได้ซะแล้ว” ฉันเดินเข้าไปกอดภูพิงค์
“ก็เกือบไม่ได้มา แต่อยู่นานไม่ได้นะกลัวสองแฝดตื่น”
“โอเคแค่มาก็ดีใจแล้ว คิดถึงมากรู้มั้ย ไว้พรุ่งนี้เดี๋ยวไปหาหลานๆ” ฉันกอดหอมภูพิงค์ด้วยความคิดถึง
“ขอบคุณนะคะที่ยอมพาภูพิงค์มา” ฉันหันไปยิ้มให้อาไรเฟิล ที่นั่งหน้าขรึม อาเขาพยักหน้าแล้วคุยกับพาร์ท ส่วนภูผาผิดนัดไม่ยอมมา คอยดูอย่าให้เจอหน้านะ
เราทุกคนก็นั่งคุยนั่งดื่มกันตามปกติ ก่อนอาไรเฟิลจะพาภูพิงค์กลับ ก็เข้าใจแหละลูกยังเล็ก แต่ไม่เป็นไรขุนศึกกับโมจิยังอยู่ ส่วนพี่พาร์ทก็ทำเป็นหวงเมีย จะชวนไปแดนซ์ก็ไม่ยอม
“เต้นคนเดียวก็ได้” ว่าแล้วร่างบางในชุดสุดวาบหวิวก็เดินถือแก้วเหล้าไปเต้น กับกลุ่มนักดื่มคนอื่นๆ
“จริงๆ เลย” ...พาร์ทได้แต่มองน้องสาวแล้วส่ายหัว
“ปล่อยไปเถอะค่ะ คงจะเครียดคงอย่างผ่อนคลายบ้าง” ...โมจิมองและส่งยิ้มให้พี่สาว
“อยากเต้น” ...เธียรทำหน้าอ้อนพาร์ทที่นั่งโอบเอวไว้แน่น
“หยุดคิด ไม่งั้นฉันจับเธอกระแทกตรงนี้” ...พาร์ทพูดเสียงกระซิบจ้องหน้าเมียอย่างเอาเรื่อง
“ฮึ...คนใจร้าย”
“ที่รักอยู่กับพี่พาร์ทนะ ศึกว่า” ...ขุนศึกมองไปที่พี่สาวแล้วเกิดอาการหวงเมื่อมีหนุ่มๆ เดินเข้ามาใกล้
“ไปเถอะ ดูพี่ด้วย” โมจิพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนขุนศึกจะรีบเดินเข้าไปหาพี่สาวทันที
“ขุนศึก มาเต้นๆ” สองมือโอบคอน้องเมื่อเจ้าตัวแสบเดินเข้ามาหา
“หวงเหรอ” ฉันพูดยิ้มๆ พร้อมโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามเสียงเพลง
“ก็แน่ละดูแต่ตัว แล้วดูที่พวกนั้นมอง” ขุนศึกพูดเสียงดุ
“เขาก็แค่มอง ถือว่าทำบุญ คิดมาก”
“จริงๆ เลย แล้วต่อไปพี่จะไปเที่ยวไหนบอกผม ผมไม่อยากให้พี่ไปคนเดียวมันอันตราย” ขุนศึกทำหน้าจริงจัง
“โอเค” ใบหน้าหวานขยับเข้าไปใกล้ และหอมแก้มน้องชายแทนคำขอบคุณ เราสองคนพี่น้องก็เต้นคลอเคลียกันอยู่แบบนั้น
โต๊ะ...
“ทางนี้ครับ” ...พาร์ทเรียกแบงค์และกลุ่มเพื่อน ที่วันนี้เขาได้นัดเลี้ยงขอบคุณและเลี้ยงต้อนรับน้องสาวไปในตัว
“....” แบงค์พยักหน้ารับ ก่อนจะมองไปเห็นหญิงสาวในชุดน้อยชิ้น คลอเคลียนัวเนียอยู่กับผู้ชาย แล้วต้องกำหมัดแน่น
“ไอ้แบงค์ ไอ้แบงค์” สุดเขตสะกิดเพื่อน เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ
“เชิญตามสบายนะครับ เต็มที่” พาร์ทพูดเอ่ยกับทุกคน
“ครับท่านประธาน” ดนัยถึงกลับยิ้มกริ่มเพราะวันนี้จะได้กินฟรี แต่เสียดายที่ไม่มีสาวๆ มานั่งด้วย
“ไอ้แบงค์มันเป็นอะไรดื่มเอาดื่มเอาไม่พูดไม่จา” ดนัยกระซิบถามเพื่อน เมื่อเห็นเพื่อนรักเอาแต่กระดกแก้วเหล้าเข้าปาก สีหน้าท่าทางเหมือนไม่พอใจใคร
“อยากรู้ถามมันดี” สุดเขต พูดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปบอกน้องๆ ทุกคนที่มาด้วยกัน
“ดื่มได้เมาได้ แต่พรุ่งนี้ต้องทำงานได้!”
“วันหยุดครับพี่ ไม่เมาไม่กลับ” หนึ่งในพนักงานเอ่ยขึ้น
“5555 งั้นเต็มที่ไอ้น้อง เอาดื่มๆๆๆ” แล้วทุกคนก็ต่างดื่มเต้นกันอย่างสนุกสนาน มีเพียงหัวหน้าแผนกสุดหล่อที่เอาแต่นั่งจ้องใครบางคนที่ยังเต้น อยู่ท่ามกลางผู้ชาย
"ไปเข้าห้องน้ำก่อนเดี๋ยวมา”
“ศึกไปเป็นเพื่อนมั้ย”
“ไม่ต้องๆ ไปรอที่โต๊ะก็ได้”
“ไหวแน่นะ ดื่มเยอะเลยนะเรา” วันนี้ขุนศึกมาแปลก
“แค่นี่เองสบายใจมาก” แล้วเราสองคนก็เดินกลับไปที่โต๊ะ แต่แล้วก็ต้องอารมณ์เสียเมื่อเจอใครบางคนนั่งอยู่กับพี่พาร์ท
“มาก็ดีแล้วดึกแล้ว” พี่พาร์ทเอ่ยขึ้น
“พี่พาเธียรกับโมจิกลับก่อน ญี่ปุ่นจะอยู่ต่ออีกหน่อย กำลังสนุก” ฉันหันไปพูดกับพี่ชาย โดยไม่ได้สนใจสายตาเลือดเย็นนั้นที่มองมา
“พี่กลับเถอะศึกดูแลเอง”
“ดีมากค่ะที่รัก เดี๋ยวเค้ามา” มือเล็กดึงน้องชายเข้าใกล้แล้วจุ๊บเบาๆ ไปหนึ่งที ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ
“งั้นตามสบาย ไปกลับบ้าน” .... พาร์ทดึงร่างเล็กที่เอาทำหน้ามุ่ย พร้อมน้องสาวตัวน้อยเดินออกจากผับก่อนจะขึ้นรถกลับบ้าน ส่วนขุนศึกก็ไม่ปล่อยให้เสียโอกาสรีบเดินเข้าไปหาสาวๆ ระหว่างที่รอพี่สาว
“ขอตัว” ...แบงค์รุกพรวดแล้วเดินออกจากตรงนั้นทันที ท่ามกลางความมึนงงของเพื่อน พี่ได้แต่มองหน้ากันแล้วเกาหัว….
