แอบซ่อน

30.0K · จบแล้ว
โยธกา ดรินทร์ น้ำอ้อม
16
บท
100
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ชุลี หัวหน้าแผนกอายุ 30 ปี สาวลูกครึ่ง ผู้มีภาพลักษณ์อันเฉยเฉิ่ม บ้างาน และเฮี้ยบ เป๊ะ ปัง ตรงระเบียบ เป็นที่แอนตี้ของสาวๆ ในแผนก...ที่มักจะแอบบูลลี่เธอด้วยภาพลักษณ์อยู่เสมอ ทำให้เธอรู้สึกว่าช่างไร้เสน่ห์ และด้วยการที่เธอเพิ่งถูกคนรักทิ้ง มันยิ่งตอกย้ำ ว่าเธอนั้น...ไร้เสน่ห์สุดๆ และชาตินี้คงไร้ชายเชย คงจะต้องซื้อกิน?? นั่นแหละชีวิตนี้ วันหนึ่ง เธอก็ได้เจอแอดหลุมเปิดโลกในทวิตเตอร์ คือคลิปเซ็กซ์ สุดฮอตของหนุ่มผู้มีเรือนร่าง...อื้อหือ เหมือนเทพเจ้าแห่งกามาก็ว่าได้ เขาช่างเร้าใจ ลีลาเร่าร้อน ขนาดเห็นแค่คอลงมาไม่เห็นหน้า ก็อุปาทานได้ว่า...ต้องหล่อ...สุดอะไรสุด ผู้พกอาวุธขนาด...อร้างงง ด้วยตาคงไม่ต่ำกว่าเจ็ดนิ้ว เห็นแล้วก็ให้ขนลุกและถึงกับร้อน ให้ตาย คนเย็นชาเหมือนปลาตายอย่างเธอมีอารมณ์ทางเพศ บ้าบออออออ เธอถึงกับลอง...ช่วยตัวเองไปพร้อมๆ กับคลิปของเขา ที่ลงทุนไปสมัครโอลี่แฟนไว้ เขากับสาวๆ มากหน้าหลายตา แต่เขาไม่เคยเผยหน้า...จำได้แม่นสุดอะไรสุดก็รอยสักเสือเล็กๆ ที่อยู่ตรงใกล้สะดือด้านล่าง แอร๊ ทำไมฉันถึงทำอะไรแบบนี้ แล้วถ้าใครรู้เล่า แต่ก็หยุดทำไม่ได้ ไม่ด้ายยยจริงๆ เหมือนโชคชะตาเล่นตลก วันหนึ่งมีชายหนุ่ม...รุ่นน้องอายุ 27 ปีก้าวเข้ามาในออฟฟิศ เขาเป็นหนุ่มแว่น หน้าสวย...เรือนร่างสูงเพรียวของเขาดู คุ้นๆ เขาทำให้เธอใจเต้นแรงพอๆ กับแอดหลุมที่ใช้ชื่อว่า คุณแมวลายเสือ...ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งกามาคนนั้น โปรยความแซ่บ “มานั่งตรงนี้สิพี่ เราจะได้คุยกันถนัดๆ ถึงข้อตกลงเรื่องความลับ” “ติณห์จะฆ่าพี่หรือเปล่า?” เธอครางเสียงอ่อย เล่นเอาติณห์ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา เขาลุกขึ้นแล้วคว้าตัวเธอมาอย่างว่องไว มันรวดเร็วมาก กะพริบตาทีเดียวเธอก็เข้าไปอยู่วงแขนของเขาแล้ว กลิ่นกายชายกรุ่นเข้าจมูกทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบวาบ เธอทำตาโต ตัวแข็งไปหมด ทั้งกลัว ทั้ง... ปรารถนา... ผีเสื้อนับพันกำลังบินกระพือในท้องน้อยของเธอ ส่งความวูบวาบ ร้อนแล่นไปทั่วสรรพางค์กาย เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอเสียงทุ้ม พร่า... “ผมไม่ฆ่าพี่หรอก แต่ผมจะทำให้พี่ไปแพร่งพรายความลับนี้ที่ไหนไม่ได้อีก” “ติณห์ อุ๊ย” เธออุทานอย่างตกใจเมื่อเขาแลบลิ้นออกมาแล้วเลียไปที่ใบหูของเธอ เขาเม้มงับมันพร้อมกับหัวเราะเบาๆ อา...เสียงหัวเราะของเขามันละลายความหวาดกลัวของเธอลง ให้เหลือเพียงแค่ความรู้สึกเสียวสยิว “ผมจะกินพี่...ทั้งตัว” “อื้อ...มะ...อุ๊ย!”

นิยายรักโรแมนติกรักหวานๆฟินๆแฮปปี้เอนดิ้งหนุ่มเจ้าสำราญผู้หญิงเรียบร้อยแบดบอยรักต้องห้ามหลอกลวง

แม่ย่านางประจำออฟฟิศ

“นี่ ยัยจุ๊บ หล่อนโดนแม่ย่านางเรียกไปตักเตือน ปรับทัศนคติอะไรหรือยะ?”

“ก็...คงจะมาสาระแนส่องเฟซฉันน่ะสิ แล้วก็บังเอิญเห็นตอนไลฟ์ขายเสื้อผ้า ว่าฉันทำผ้าหลุด...จนเป็นข่าวขึ้นมา โอ๊ย... คนมันจะดังอะ ทำไมจะต้องขวางหนทางดังด้วยนะ”

เสียงดังข้างนอกห้องน้ำ ทำให้คนที่กำลังนั่งเพลินอยู่กับการปลดทุกข์ด้านใน ถึงกับหูผึ่งแล้วก็นิ่งอยู่ตรงนั้น...

แม่ย่านาง...

พวกนั้นเอ่ยถึงเธอ...

ชุลีเม้มปาก ขยับแว่น แล้วกอดอก นั่งตั้งใจฟังว่าคนข้างนอกจะเอ่ยถึงหล่อนว่ายังไงบ้าง

“แหมๆ จริงๆ พวกงานจ๊อบอะไรแบบนี้ บริษัทไม่น่าเกี่ยวข้องนะ” อีกเสียงว่า เธอจำได้ทันที ว่านั่นคือเสียงของใคร น่าจะเป็นแก๊งสามสาวแผนกบัญชี ซึ่งแต่ล่ะนาง...เรียกได้ว่าใช่ย่อยในเรื่องปากคอ และพฤติกรรม

จริงๆ มีกันสี่คน

แต่เพราะหล่อน แก๊งนี้เลยเหลือแค่สามคน

เหอๆ

หล่อนไม่ได้ใจร้าย แต่ทางนั้นทำผิดกฎอย่างรุนแรง หล่อนต้องแจ้งผู้บริหาร และแน่นอนว่าบอสให้ออกอย่างไม่ต้องสืบสวนอะไรกันเพราะผิดเต็มประตู ออกข่าวใหญ่โตขนาดนั้น

หล่อนคือหัวหน้าแผนกบัญชีและควบด้วยตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายจริยธรรมของบริษัท...ไอ้ตำแหน่งหลังนี้ บอสประชุมและหาผู้สมัครใจ สายตาของหัวหน้าแผนกคนอื่น มองจ้องตรงมายังหล่อน เหมือนจะให้หล่อนรับหน้าที่นี้ไว้ซะ แน่นอน...ชุลีจำต้องยกมือ พร้อมกับยิ้มแหย แล้วเอ่ยอ้าปากรับหน้าที่นี้ไปอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่เลย

เงินเดือนที่เพิ่มมาอีกหนึ่งหมื่นบาทค่าตำแหน่งพิเศษ แล้วโดนพนักงานเกลียดเกือบทั้งบริษัทแบบนี้ มันก็ไม่คุ้มกันเท่าไหร่หรอก

แต่...

หล่อนก็ชินเสียแล้วกับอะไรแบบนี้

ชุลีเม้มปาก ตั้งใจฟังว่าพวกนั้นจะเอ่ยถึงหล่อนว่าอะไรอีก เอาสิ...อยากนินทา อยากว่าหล่อนใจร้าย เดี๋ยวแม่ก็ใจร้ายจริงเสียหรอก!

“มันคือภาพลักษณ์งะ แม่ย่านางเค้าอ้างว่างั้นอะ ฉันก็ขายของอะไรของฉันได้ แต่ก็ให้มิดชิดอะไรปิดหน่อย แล้วก็...ขอเลยว่าอย่าไปถ่ายเซ็กซี่ เฮ้อ...” เสียงแหวๆ นั่น หึ...จีระนันท์แน่นอน ตัวแสบที่สุดของแผนกบัญชีเลยล่ะ จีระนันท์เป็นคนสวย และมีนิสัยชอบเหยียด อาจจะเพราะหน้าตาของหล่อนที่สวย มีเสน่ห์ทางเพศ เลยมีเพศตรงข้าม และแม้แต่เพศเดียวกันเอ็นดูชื่นชมเพราะรูปลักษณ์ของหล่อนนั้น มันทำให้หล่อนเหิมเกริมว่ามีแต่คนชมชอบ แน่นอนมันทำให้หล่อนกลับยิ่งเชิด และยิ่งเหยียดคนที่หล่อนเห็นว่าหล่อนจะเหยียดและเหยียบได้ ชุลีงัดข้อกับหล่อนตั้งแต่ฝ่ายนั้นเดินเข้าบริษัทมาทำงาน วันแรกไม่เท่าไหร่ วันที่สองแม่คนนี้ก็เริ่มออกพิษ...และตอนนี้ที่ร่วมงานกับจีระนันท์มาเป็นระยะเวลาหนึ่งปี ชุลีก็บอกตัวเองเลยว่า หล่อนเกลียดนังนี่!

“อ้างภาพลักษณ์ หรือว่าอิจฉาแก กลัวแกดังอะจุ๊บ” เสียงอีกคนที่แหบนิดๆ นี่ น่าจะเสียงของวลัย คนนี้ก็ใช่ย่อย เออออ คล้อยตาม และชอบประจบ อู้งานได้ตลอดกาลถ้าเผลอ นิสัยนกสองหัวพร้อมจะเอนไปทางไหนก็ได้ถ้ามีผลประโยชน์

“แกคิดว่าไงล่ะ”

“อิจฉาสิ” เสียงอีกเสียงแทรกขึ้นมา เสียงนี้เย็นๆ ฟังแล้วเสนาะหู ชุลีคิดถึงหน้าคนพูดไปด้วย คุณานาง คนนี้...นิ่งๆ ดูไม่ออกว่าจะดีหรือไม่ดี แต่ทำงานดีมาก นอบน้อมหล่อนต่อหน้า แต่ทว่า...ไปกินข้าวกับพวกยัยจุ๊บนี่ แล้วตอนนี้ชุลีก็เดาทางได้ล่ะว่าพนักงานใหม่ที่มาทำงานไม่ถึงสามเดือนดีคนนี้ ไว้ใจไม่ได้เสียแล้ว

“ก็คงจะงั้น”

“แต่ฉันคิดว่าเค้าไม่น่าอิจฉาแกนะ ยัยจุ๊บ พี่อ้อเค้าก็ทำตามเนื้องานของเค้าน่ะ งานของเค้าคืองานจับผิด แล้วแกก็ดันทำนมหลุดมันก็ดูอุจาด...ทำให้ภาพลักษณ์ไม่ดีจริงๆ นั่นแหละ ใดๆ ก็ตัวแกเองที่ได้ผลกระทบ บริษัทก็แค่ผลพ่วง ฉันว่าเค้าหวังดีกับแกมากกว่าถึงเรียกไปเตือนก่อน”

เอ...ฟังๆ แล้วตอนนี้ชุลีกลับคิดอีกตลบว่าคุณานางนี่...อาจจะเป็นคนดีก็ได้แหะ

โอ๊ย...สับสน และคงต้องดูกันไปอีกนานๆ

“หึ ชิ! ”

“ยัยนางแกไม่รู้อะไร พี่อ้อก็ต้องคิดอิจฉา คิดหาเรื่องเพื่อนของเราอยู่แล้วล่ะย่ะ ฉันรู้ดี แล้วก็จะเล่าให้แกฟังด้วย”

“ไหนเล่าสิ”

“ก็แฟนเก่าของพี่อ้ออะ มาชอบยัยจุ๊บน่ะสิ ตามจีบยัยจุ๊บ จนเลิกกับพี่อ้ออะ”

“หืม?”

“ก็เรื่องจริงนั่นแหละ ที่ว่าแฟนเก่าของยัยแม่ย่านางมาจีบฉัน” เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้น เสียงของจิระนันท์ทำให้เธอเจ็บใจแปลบ และหวนกลับไปคิดถึงเรื่องเมื่อเดือนก่อน...

ใช่...

อดีตคนรักของเธอเพิ่งบอกเลิกกับเธอ ด้วยเหตุผลว่าคงจะไปกันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เธอได้แต่อ้าปากค้าง แล้วก็ถามเขาซ้ำๆ ว่าทำไม ทั้งที่คบกันมาแล้วสามปี มีแพลนจะแต่งงานกันแล้วด้วยซ้ำ แถมด้วยเขายืมเงินเธอไปลงทุนตั้งหลายแสน ยังไม่ได้คืน ฮือ...จนตอนนี้ก็ยังไม่กล้าทวงมัน...ไอ้ผู้ชายเลวเอ๊ย!

“แต่เอาจริงๆ มะฉันมีความลับจะเล่า เล่าตรงนี้แล้วก็เหยียบตรงนี้นะ จริงๆ แล้วน่ะ พี่เต๋อไม่ได้สนใจฉันแต่แรกหรอก แต่ฉันหมั่นไส้ยัยแม่ย่านาง เรื่องที่มาห้ามนี่นั่นกับเครื่องแบบพนักงานของฉัน รำคาญ...ฉันไม่ชอบขี้หน้านางตั้งแต่นางทำให้ยัยพิงค์โดนไล่ออก หึ! ฉันก็เลยแก้แค้นิดๆ หน่อยๆ ด้วยการไปอ่อยอดีตแฟนนาง โอ๊ย...พอได้ระดับเกรดเออย่างฉันไปดอก ติดหนึบติดหนับ แถมเล่าให้ฉันฟังด้วยนะ ว่ายัยแม่ย่านางน่ะ เรียบร้อย เย็นชา จนทำให้เขาอึดอัดมาก เรื่องบนเตียงก็ไม่ได้เรื่อง เหมือนนอนกับตุ๊กตายาง อยากเลิกมานานแล้วแต่หาข้ออ้างไม่ได้ พอมาเจอฉัน สาวฮอตปรอทแตกเยได้ทั้งคืนไม่มีพัก ฮีเลยติดใจ ตามก้นฉันต้อยๆ แต่...ก็ไม่เอาอะ ไม่เร้าใจพอ เล็กด้วย”

“แอร๊ ยัยบ้า”

“เธอทำอะไรแบบนั้นจริงๆ น่ะเหรอ”

“เออ...แล้วจะทำไม บอกแล้วว่าเล่าตรงนี้ก็เหยียบตรงนี้ล่ะ อย่าให้รู้นะว่าไปเล่าต่อ” มีเสียงเปิดน้ำดังขึ้น แล้วสักพักเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินออกไปจากห้องน้ำ พร้อมกับเสียงเม้าท์ของสามสาวที่ค่อยๆ เงียบไป

ชุลีถึงกดชักโครก แต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วค่อยๆ เดินออกมา

เธอมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจก

น้ำตาของเธอไหลคลอ

ผู้หญิงที่มองตอบเธอกลับมา มีใบหน้ารูปหัวใจ คิ้วบางเรียว จมูกของเธอโด่งรั้น ปากเต็มอิ่มค่อนข้างหนา...ในยุคที่สาวๆ นิยมปากแบบอั้ม พัชราภา และปากแบบรูปกระจับ ปากอิ่มแบบเธอจึงถูกมองว่าไม่สวย...แถมกระที่ข้างแก้มของเธอ ผิวของเธอที่ขาวมาก กลับกลายเป็นข้อด้อยแทนที่จะเป็นข้อเด่นในกลุ่มคนคลั่งขาว ที่มันกลายเป็นแบบนั้นก็เพราะจิตวิทยาหมู่ ที่ถูกสะกดโดยปากของใครบางคน ที่ว่าผิวของชุลีซีด ขาวโพลน เหมือนกับซากศพ...ดูไม่มีชีวิตชีวาเลย

นัยน์ตากลมโตสีสวยแปลก...ของเธอถูกซ่อนไว้หลังกรอบแว่นหนาสีดำ ตาของเธอเป็นสีเทาแกมฟ้า...บอกว่าเธอไม่ได้เป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ บิดาของเธอเป็นชาวอังกฤษ แม่ของเธอเป็นคนไทย และพวกท่านก็เสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ ตั้งแต่ที่ชุลียังเด็ก ทิ้งเธอไว้กับป้าเคร่งระเบียบ ทำให้เธอซึมซับความเจ้าระเบียบ และทำให้เป็นคนที่มีกรอบ มาเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยก็ว่าได้

ผมของเธอหยักศกและหนา รวบเป็นมวยตึงแน่นไว้ตลอดเหมือนจะไม่ยอมให้มันสยายตัวอวดความงามในแบบที่ธรรมชาติสร้างสรรให้มา ชุลีถูกล้อเรื่องที่เธอเป็นลูกครึ่งผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนมาตั้งแต่เด็ก เธอยิ่งซ่อนตัวเอง และพยายามทำตัวให้ไม่เด่น แต่ยังไงก็โดนล้ออยู่ดี

เธอมีรูปร่างสูงเพรียว สัดส่วนแสนยั่วยวน 35-25-38 นั้นเธอซ่อนมันไว้ในชุดกระโปรงโคร่งกว่าตัวเองเล็กน้อย ยูนิฟอร์มของบริษัท คือเสื้อเชิ้ต และเสื้อสูทสีเข้ม สีเดียวกับกระโปรงที่เธอตัดพอดีเข่าเป๊ะ ผ่านิดเดียว พอเดินได้สะดวก ยิ่งทำให้เธอเหมือนคุณครูแสนเคร่งระเบียบไปกันใหญ่

เธอไม่เคยเห็นว่าตัวเองสะสวย

ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเสน่ห์ใดๆ

ยิ่งตอกย้ำเมื่อคนรักตีจาก พร้อมกับพูดใส่หน้าว่าเธอนั้นเย็นชาเหมือนปลาตาย เขาเหมือนนอนกับตุ๊กตายางจนไร้อารมณ์เลยทนอยู่กับเธอไม่ไหว

เฮ้อ...

เลิกไปไม่ว่าดันไม่คืนเงินเธอนี่สิ

ชุลีถอดแว่นออก เช็ดน้ำตา แล้วถอนใจเฮือกกับตัวเอง พลางมองเงาสะท้อนอีกหน

เอาล่ะ...

ช่างมัน

ท่องคำนี้แล้วเธอก็เดินก้าวฉับๆ ออกไปจากห้องน้ำ ตอนนี้ชีวิตของเธอควรจะโฟกัสที่งาน...และทำมันให้ดีที่สุด ตายคากองงานไปเลยยิ่งดี ก็เธอไม่เหลือใครเหลืออะไรที่ควรภูมิใจแล้วนอกจากงานนี่หว่า...

ช่างหัวทุกคนไปสิถ้าจะเกลียดเธอ!

เธอสันโดษจนชินแล้ว ตอนนี้ก็โสด...โดนแฟนเลิก จนใกล้จะชินแล้วเหมือนกันนั่นแหละ

หึ!