ตอนที่ 6 ริอ่านเป็นโจรเด็ดบุปผา
พวกนางทั้งสี่คนเริ่มฝึกฝนตนเองกันอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องออกกำลังกาย การแต่งหน้า การแต่งกาย รวมไปจนถึงการทำผม ก่อนนอนก็อ่านตำรานารีผู้พิชิตอย่างขะมักเขม้น วันเวลาผ่านไปจากหนึ่งวันกลายเป็นหนึ่งเดือนอย่างรวดเร็ว สี่สาวตระกูลเซียวยามนี้งดงามราวกับเทพมาจุติ พวกนางเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่นานถึงหนึ่งเดือนเต็ม ๆ เวลานี้พวกนางพร้อมแล้วที่ออกไปสู่สายตาผู้คน และเผชิญหน้ากับสี่ตัวร้ายของแคว้นหนานเฉิง
จวนรุ่ยอ๋อง
รุ่ยอ๋อง เฉินอ๋อง ฮุ่ยหมิงและซีฮัน ยามนี้ได้เสพสมกับสตรีที่ถูกจัดหามาให้อย่างหฤหรรษ์ เมื่อเสร็จสมพวกเขาก็พากันมานั่งแช่สระน้ำอุ่นอย่างผ่อนคลาย โดยมีนางกำนัลค่อยรินสุราให้อย่างเอาใจ
“เป็นอย่างไรสตรีที่ข้าจัดหามาให้ พอจะสู้สตรีแถบชายแดนได้หรือไม่?” เฉินอ๋องถามขึ้นมายิ้ม ๆ ก่อนจะยกสุราขึ้นจิบอย่างสบายใจ
“ฮึ! สตรีก็คือสตรีไม่มีอะไรแตกต่าง ร้องครวญครางน่ารำคาญ!” รุ่ยอ๋องเอ่ยด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“ข้าเห็นด้วยกับรุ่ยอ๋อง ยังไม่ทันได้แตะตัวนางเลย ครางออกมาแล้วน่าเบื่อชะมัด!” ซีฮันเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
“ส่วนของข้าไม่รู้ว่านางไปเจอศึกที่ไหนมา หลวมไปหมด ข้าละหมดอารมณ์” ฮุ่ยหมิ่นเอ่ยอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหยิบสุรามาดื่มทีเดียวหมดจอก ทุกคนได้ยินก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน
“ว่าแต่แผนการของเจ้าจะเริ่มเมื่อใด” เฉินอ๋องหันมาถามรุ่นอ๋องที่เอาแต่เงียบไม่เริ่มแผนการเสียที ตั้งแต่คุยกันเรื่องจะสั่งสอนสี่พี่น้องตระกูลเซียว นี่ก็ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว ก็ยังไม่เห็นว่าพวกเขาจะเริ่มทำอะไร หรือว่าแผนการจะถูกยกเลิกไปแล้ว
“ข้ายังไม่เห็นพวกนางเลยจะหนึ่งเดือนแล้ว ดูเหมือนพวกนางจะทำตัวหายเข้าไปในกลีบเมฆเสียอย่างนั้น”
“แล้วเช่นนั้นจะทำอย่างไร ข้าอยากชิมแม่หม้ายทรงเครื่องจะแย่แล้วว่ารสชาติจะเป็นเช่นไร” เฉินอ๋องเอ่ยออกมาอย่างหื่นกระหายอย่างไม่ปิดบัง
“เจ้าเลือกคนใด?”
“ข้ารึ? อืม…ข้าเลือกคุณหนูรองเซียวเยว่ซื่อก็แล้วกัน แล้วเจ้าเลือกคนไหน?” เฉินอ๋องเอ่ยถามอย่างสนใจใคร่รู้
“คนที่ข้าเลือกต้องเหมาะสมกับคนอย่างข้า นางปีศาจเซียวเยว่ฉีคนเดียวเท่านั้น” เขาเอ่ยออกมาด้วยท่าทีหยิ่งผยอง เขาเองก็แทบจะอดทนรอไม่ไหว ที่จะเห็นนางนอนอยู่ใต้ร่างของเขา สตรีที่อวดดีอวดเก่งต้องเจอคนอย่างเขา “เราบุกไปที่จวนของพวกนางคืนนี้ดีหรือไม่?”
“ดี!” สามบุรุษเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันทันที บทสนทนาของพวกเขา นางกำนัลที่ปรนนิบัติรินสุราให้พวกเขากลับยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ พวกเขาจะไปหาคุณหนูคืนนี้ ต้องรีบส่งข่าวให้พวกนางรับรู้ จะได้เตรียมรับมือได้ทันท่วงที
ตกดึกในคืนอันเงียบสงัด ท้องฟ้าโปร่งใสไร้เมฆหมอก ยามนี้ท้องฟ้าสว่างสดใสเพราะพระจันทร์ใกล้จะเต็มดวง บรรยากาศในค่ำคืนนี้เห็นเลือนรางเพราะแสงจากดวงจันทร์
เรือนนอนของคุณหนูเซียวทั้งสี่คน ยามนี้ดับเทียนจนดูมืดสนิท สายตาของพวกเขาสี่คนที่นั่งมองอยู่ก็ยกยิ้มอย่างพอใจ “พวกเจ้าจำไม่ผิดแน่ใช่หรือไม่ ห้ามเข้าเรือนผิดอย่างเด็ดขาด”
“ข้าให้คนมาสำรวจเรียบร้อยแล้ว เจ้าอย่าห่วงเลย” เฉินอ๋องเอ่ยอย่างมั่นใจ
“ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
รุ่ยอ๋องเมื่อมาถึงเรือนของเซียวเยว่ฉี ก็นึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย เหตุใดนางเข้านอนถึงไม่ปิดหน้าต่างให้เรียบร้อย นางเป็นสตรีที่ใจกล้าเสียจริง แต่ก็ดีเขาจะได้ไม่ต้องงัดหน้าต่างให้เหนื่อย
เขารีบปีนเข้าไปทางหน้าต่างอย่างคล่องแคล่ว แต่แล้วกลิ่นบางอย่างก็ลอยมากระทบจมูกเขาในทันที กลิ่นนี้หอมเย็นสบายและผ่อนคลายเสียจริง เขาเดินไปยืนข้างเตียงนอนของนาง แล้วมองเซียวเยว่ฉีที่นอนอยู่บนเตียงอย่างพิจารณา นอนหลับสบายเสียจริง ไม่รู้หรืออย่างไรว่าภัยจะมาถึงตัวแล้ว
แต่แล้วจู่ ๆ เขาก็ถูกกระชากแขนให้ลงไปนอนบนเตียง จากนั้นเซียวเยว่ฉี ก็ยัดบางอย่างมาใส่ปากของเขาอย่างรวดเร็ว เขาตกใจทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ไม่คาดคิดว่าจะถูกนางจู่โจมรวดเร็วถึงเพียงนี้ เขาดูเบานางเกินไป
เซียวเยว่ฉีลุกออกไปจุดเทียนให้สว่างไสวขึ้นอีกครั้ง อาภรณ์ที่นางสวมใส่ในค่ำคืนบางเบาจนเห็นไปถึงข้างใน ผมของนางปล่อยยาวสลวยไปทั้งแผ่นหลัง รุ่ยอ๋องแอบกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว งดงามราวกับไม่ใช่คน แต่ว่า…สถานการณ์เช่นนี้ เหมือนว่านางจะเตรียมตัวรอเขาใช่หรือไม่ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเขา อย่าบอกนะว่า…เขาถูกวางยาปลุกกำหนัด! บัดซบ!
“นังสตรีแพศยาเจ้ากล้าวางยาข้า! ช่างบังอาจนัก!” เขากัดกรามเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธสุดขีด เซียวเยว่ฉีเดินไปนั่งบนตั่งข้างหน้าต่าง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างสะใจ จากนั้นนางก็เริ่มรินสุราให้กับตัวเองอย่างเฉื่อยชา แล้วยกขึ้นจิบด้วยท่าทางเกียจคร้าน
โกรธอย่างนั้นหรือ? สมควรเป็นนางที่โกรธสิถึงจะถูก ริอ่านคิดเป็นโจรเด็ดบุปผาปีนหน้าต่างเข้ามา นางไม่เอามีดแทงตายก็ดีแค่ไหนแล้ว
เขาจ้องมองนาง ราวกับอยากจะฉีกร่างของนางออกเป็นชิ้น ๆ นางปีศาจข้าจะฆ่าเจ้า แต่ว่ายากำหนัดก็เริ่มจะรุนแรงขึ้นทุกที เขาเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว
“มานี่” เขาเอ่ยเรียกนางเสียงเข้ม ร่างกายเริ่มสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ เซียวเยว่ฉีไม่ใส่ใจที่จะลุกเดินไปหาเขา นางเทสุราขึ้นดื่มอีกหลายจอก นางมองอาการของเขาด้วยท่าทีนิ่งสงบ ในสุราก็มียากำหนัดด้วยเช่นกัน และมันก็เริ่มออกฤทธิ์อย่างช้า ๆ
เซียวเยว่ฉีค่อย ๆ ลุกเดินมาหารุ่ยอ๋องด้วยท่าทียั่วยวน อาภรณ์ที่นางสวมใส่ถูกปลดออกไปจากร่าง เผยให้เห็นร่างขาวเนียนผุดผ่องราวกับประติมากรรมชั้นดี รุ่ยอ๋องลมหายใจสะดุดนางปีศาจตนนี้งดงามเกินไปแล้ว
