บทที่ 31 อย่าโหดร้ายขนาดนี้
บทที่ 31 อย่าโหดร้ายขนาดนี้
บุริศร์ยังคงทึ่งอยู่กับฝีมือการขับรถอย่างชำนาญของนรมน แต่อยู่ๆก็พบว่ารถของนรมนนั้นเปลี่ยนแปลงทิศทางไปแล้ว นัยตาของเขาหรี่ลงในพริบตาเดียว
รถของนรมนขับไปทางกำแพงกั้นด้วยความเร็วดุจลูกศรธนู สีหน้าของบุริศร์เปลี่ยนทันที
“นรมน!”
เขาหันเท้าไปทางรถยนต์ราววิ่งไล่ตามไปกับบ้าไปแล้ว
พฤกษ์และคนอื่นๆยังคงไม่เข้าใจกับสถานการณ์ ได้ยินเพียงแค่เสียงดัง“ปั้ง”รถของนรมนชนเข้ากับลูกกรงด้านข้างเข้าแล้ว
ลูกกรงรับแรงชนที่มากขนาดนั้นไม่อยู่ จึงขาดออกจากกันในพริบตาเดียว แถมยังมีสะเก็ดไฟที่แสบตาออกมาอีก
แต่รถของนรมนกลับไม่หยุดลงแค่นั้น ไถลออกไปข้างหน้าอีกสองร้อยกว่าเมตร ชนเข้ากับโขดหินอีกครั้ง รถพลิกคว่ำไปทั้งคัน
ทุกคนตกใจอึ้งกันถ้วนหน้า
เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินไป จนทุกคนคาดไม่ถึง
หัวใจของบุริศร์แทบจะมาจุกอยู่ที่คอ วิ่งไปพร้อมกับตะโกน “พฤกษ์ รีบเรียกรถพยาบาลด่วน ไปหยิบที่ดับเพลิงมาด้วย!เร็ว!”
พฤกษ์ตัวสั่น เพิ่งได้สติจากอาการช็อก ก็รีบไปตามกู้ภัย
นรมนตัวถูกติดอยู่ในช่องคนขับรถ หัวกระแทกเข้ากับกระจกบังลม เลือดสดไหลออกมา
เลือดไหลไหลผ่านหน้าผากลงมาปิดที่ตาของเธอ
ท่ามกลางผ่านสีเลือด เธอราวกับว่าเห็นบุริศร์รีบวิ่งเข้ามาราวกับบ้าไปแล้ว ตะโกนร้องเรียกชื่อเธออย่างไม่สนใจอะไร แถมยังใช้มืองัดประตูรถแทบตาย อยากต้องการที่จะดึงเธอออกมา
นรมนยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
เธอเกิดภาพลวงตาขึ้นมาแล้ว
ช่วงความเป็นความตาย คนที่มาช่วยเธอจะเป็นบุริศร์ไปได้ยังไง?
ถ้าหากว่าเขาแคร์เธอจริง เหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อห้าปีก่อนก็คงไม่เกิดขึ้นไม่ใช่เหรอ?
เธอสูญเสียสติไปอย่างช้าๆ
บุริศร์ยังคงทุบเคาะไม่หยุดอยู่ด้านนอก ยังคงตะโกนเรียกอยู่ หวังว่านรมนคงจะไปหลับไปก่อน แต่ดวงตาของนรมนก็ปิดไปแล้ว
ช่วงเวลานั้น เขารู้สึกว่าหัวใจของตัวเขาเองนั้นเต้นไม่หยุด
เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้นเมื่อห้าปีก่อนเขาไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง แต่ว่าสภาพน่าเวทนาแบบนี้ในตอนนี้กลับรู้สึกราวกับมีมีดแทงเข้ามาที่หัวใจของเขาอย่างนับไม่ถ้วน ทำให้บุริศร์เริ่มเคาะประตูราวกับคนบ้า
มือของเขาแตก เลือดหยดออกมาเต็มไปหมด แต่เขาเหมือนกับว่าไม่รู้สึกอะไร
ของเหลวอุ่นๆกระจายอยู่ทั่วเบ้าตาของเขา เขาพยายามอย่างสุดแรง สั่นสะท้านไปหมดทั้งตัว
ไม่!
อย่าโหดร้ายขนาดนี้!
ไม่เอา!
บุริศร์เกลียดตัวเองมากที่ตอนแรกออกแบบรถคันนี้ทำไมเขาถึงต้องใช้กระจกกันกระสุน จนทำให้ตอนนี้เขาช่วยนรมนออกมาไม่ได้อย่างทันที
พฤกษ์รีบมาได้ทันเวลาพอดี หยิบเครื่องมือและช่วยนรมนออกมาด้วยกันกับบุริศร์
บุริศร์อุ้มนรมนที่เต็มแล้วด้วยเลือด แล้วรีบวิ่งออกไปด้านนอกราวกับบ้าไปแล้ว
“รถพยาบาลล่ะ?รถพยาบาลยังมาไม่ถึงอีกเหรอ?รีบไปเอารถฉันมา!ไปสิ!”
เขาสูญเสียความเยือกเย็นและความเฉยชาไปแล้วทั้งหมด ทุกคนรอบข้างตกใจกันหมด
ในขณะที่พวกเขาเพิ่งจะวิ่งออกมาได้เพียงไม่กี่เมตร เสียงก็รถดัง“ตู้ม”ระเบิดขึ้น ท้องฟ้าเต็มไปด้วยควันไหม้
บุริศร์ยังมีความหวาดกลัวอยู่ในใจ แต่ก็ไม่อยากเสียเวลา รีบนำตัวนรมนไปส่งโรงพยาบาลทันที
ความวุ่นวายภายในกลุ่มคน เขมิกากำมือด้วยความโกรธแค้น ดวงตาโกรธแค้นเคืองใจคู่นั้นแทบจะอยากให้นรมนจะตายเป็นซากศพ
เธอไม่เคยเห็นบุริศร์แคร์กังวลกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน!
นอกจากนรมนในปีนั้น และแคทเธอรีที่สมควรตายในตอนนี้!
น่าเสียดาย ที่ปล่อยเธอรอดไปได้!
เขมิกาอาศัยช่วงชุลมุนหายตัวไปจากที่เกิดเหตุ รีบจนอาจจะลืมทำลายร่องรอยที่เหลือทิ้งไว้
ตอนที่คมทิพย์ได้รับข่าวว่านรมนเกิดอุบัติเหตุนั้น เธอก็ยังไม่รู้ว่าควรจะบอกกานต์ยังไงดี แต่ก็พบว่ากานต์ได้มายืนอยู่ข้างหลังเธอแล้ว ไม่รู้ว่าได้ยินไปแค่ไหนแล้วบ้าง
“กานต์……”
“มามี้เป็นอะไรไปเหรอครับ?”
กานต์เหมือนว่าจะนิ่งและใจเย็นมากกว่าเด็กวัยเดียวกันเป็นพิเศษ
คมทิพย์กลืนน้ำลายไปอึกหนึ่งแล้วพูด “มามี้ของเธอเกิดอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงที่สนามทดลองรถ ตอนนี้กำลังได้รับความช่วยเหลืออยู่ที่โรงพยาบาล ตอนนี้น้าต้องรีบไป เธอดูว่าเธออยากไปกับน้าไหม?”
มือของกานต์กำแน่นเข้าด้วยกัน ตางอนสวยคู่นั้นชะงักลง เขาก้มหัว ทำให้คมทิพย์ไม่เข้าใจอารมณ์ในสายตาเขา จึงนึกว่าเขากำลังกลัวและกังวล จึงรีบย่อตัวลงกอดเขา“อย่ากลัวไปเลยนะ กานต์ มามี้เธอน่ะแมวเก้าชีวิต ไม่เป็นอะไรหรอก น้าพาเธอไปด้วยดีไหม?”
“ที่มามี้อยู่ตอนนี้มีใครอยู่บ้างครับ?”
กานต์ตัวสั่นเล็กน้อย เหมือนกำลังควบคุมความเจ็บปวดหวั่นกลัว
คมทิพย์พูดด้วยความปวดใจ“เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ นักข่าวและประธานของบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดรวมทั้งชั้นผู้จัดการน่าจะอยู่ทั้งหมด”
“ประธานบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดคือบุริศร์ใช่ไหมครับ?”
กานต์ถามกลับด้วยเสียงต่ำ
“ใช่”
คมทิพย์นึกว่ากานต์จะไม่รู้ความรักความแค้นระหว่างบุริศร์กับนรมน และสถานะของบุริศร์กับกานต์ ดังนั้นจึงไม่ได้หลีกเลี่ยง
กานต์ถอยออกจากคมทิพย์ พูดเสียงต่ำ“น้าคมทิพย์ รีบไปเถอะครับ ตอนนี้ที่นั่นคนเยอะแล้ว ผมไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้ให้น้าไปดีกว่า รอมามี้พ้นขีดอันตรายแล้วแล้วน้าค่อยบอกผมแล้วกัน”
คมทิพย์แปลกใจกับปฏิกิริยาตอบโต้ของกานต์ แต่คิดไปคิดมา คนมากขนาดนั้นล้วนแต่เป็นห่วงนรมน กานต์ไปก็ไม่มีใครดูเขาได้จริงๆ
“แล้วเธอจะทำยังไง?”
“ผมจะอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลรอข่าวจากน้าคมทิพย์”
ท่าทางสุขุมใจเย็นของกานต์ทำให้คมทิพย์ปลื้มใจ เธอฝากกานต์ไว้กับครูคนอื่นๆ ส่วนตัวเองก็รีบมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล
แต่หลังจากที่กานต์ออกห่างจากคมทิพย์ได้ไม่นาน ก็ออกจากทางประตูหลังของโรงเรียนอนุบาลไปแล้ว เขาโบกรถไปถึงหน้าประตูบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดคนเดียว ถือโอกาสช่วงชุลมุนเข้าไปในบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัด อาศัยความจำที่เคยมาเยี่ยมชมเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เขาแวบตัวอย่างไวเข้าไปข้างในห้องๆหนึ่ง
บุริศร์ทำให้มามี้ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงขนาดนี้ วันนี้เขาจะต้องให้บุริศร์ชดใช้!ถ้าหากว่ามามี้เกิดอะไรไม่ดีขึ้นมา เขาจะทำให้บุริศร์ลงหลุมศพไปพร้อมกับทั้งบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัด!
