บทที่ 27 ให้อภัยไม่ได้จริงๆ
บทที่ 27 ให้อภัยไม่ได้จริงๆ
กานต์ไม่รู้ว่าการโทรศัพท์ครั้งนี้ทำให้บุริศร์เกิดคิดเจตนาร้ายขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน เขานั่งขาไขว่ห้างอยู่บนก้าวอี้ มือถือขนมอยู่ พูดไปยิ้มไป“มามี้ ตอนนี้ผมอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ปีเตอร์เบิร์กนะครับยังจำเด็กที่ผมเคยช่วยไว้ตอนที่ผมยังไม่กลับได้ไหมครับ?เธออยู่ที่นี่นะครับวันนี้ผมติดต่อกับผู้อำนวยการ ให้เขามาดู ที่นี่ไม่เลวเลยนะครับ ตามที่พ่ออุปถัมป์บอกไว้ว่ามีเงินทุน ผู้อำนวยการดีกับผมมากมามี้รอผมจัดการเสร็จแล้วมารับผมได้ไหมครับ?”
“ครับถึงเวลาแล้วบอกแล้วกันนะ จะไปรับแน่นอน”
นรมนพูดไปยิ้มไป
หน้าบุริศร์ยุ่งมากกว่าเดิม
ยังจะไปรับอีก?
ฝ่ายนั้นจะมาเมืองชลธีเหรอ?
ต้องกลับไปเช็คสักหน่อย
หลังจากที่นรมนวางสายเสร็จ เหงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าบุริศร์ยังอยู่ ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
“ทำไมคุณยังไม่ไปคะ?”
เมื่อกี้นรมนรับโทรศัพท์ยังอ่อนโยนละมุนละไม ตอนนี้คุยกับเขาทำหน้าตาไม่อยากเจอ ข้างในใจบุริศร์รู้สึกไม่ยุติธรรมขึ้นมาทันที
“ใครจะมาเมืองชลธีเหรอ?ให้ฉันไปรับเขาแทนเธอดีกว่าไหม?”
นรมนไม่ค่อยเข้าใจความหมายเขาสักเท่าไหร่ แต่ก็นิ่งแล้วตอบกลับไป“ธุระของฉันไม่ลำบากประธานบุริศร์หรอกค่ะ ประธานรีบไปเถอะ ถูกเพื่อนฉันมาเห็นจะเข้าใจผิดเอา ฉันอธิบายไม่ถูก”
บุริศร์หน้ายุ่งนิดหน่อย แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ฟึดฟัดแล้วเดินออกไป
นรมนเห็นบุริศร์โกรธไม่บ่อยนัก เธอรู้สึกคาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นอะไรแปลกใหม่เธอเปิดโทรศัพท์แล้วหาตำแหน่งของกานต์ แล้วตัดสินใจจะออกไปสตาร์ทรถด้วยตัวเอง
หลังจากที่บุริศร์ออกมาจากที่พักของนรมน เขาอึดอัดใจอย่างมาก เขมิกาโทรศัพท์เข้ามาพอดี ถามเขาว่าจะกลับมาทานข้าวที่บ้านหรือเปล่า บุริศร์พูดด้วยความอดทนอย่างมาก“วันนี้มีธุระต้องจัดการ ไม่ต้องรอ”
วางสายเสร็จ บุริศร์มองไปที่ห้องของนรมน ควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ แล้วซื้อผักและปลากลับมา เคาะประตูบ้านนรมนอีกครั้ง
นรมนพบเจอว่าเขามายืนอยู่หน้าประตูใหม่ ในมือหิ้วของอยู่ ขมวดคิ้วทันที
“ประธานบุริศร์คะ ฉันขอถามหน่อยตกลงคุณต้องการจะทำอะไรกันแน่คะ?”
“เธอป่วย ไม่มีใครดูแลเลยสักคน ฉันเลยมาทำกับข้าวให้เธอก่อนแล้วค่อยไป”
พูดจบ บุริศร์มีทีท่าว่ากำลังจะเข้าไป แต่ถูกนรมนกั้นประตูไว้
“ขอบคุณนะคะ แต่ดูเหมือนว่าฉันกับประธานบุริศร์ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่สนิทกันขนาดนั้นหาไม่ก็ ฉันโทรสั่งได้ค่ะ”
“โทรสั่งไม่ดีต่อสุขภาพหรอก เธอยังป่วยอยู่นะ ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการของบริษัทที่ทำงานร่วมกัน ฉันก็ต้องใส่ใจลูกน้อง”
บุริศร์พูดเสร็จ เข้าไปข้างในโดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายอนุญาต
นรมนไม่เคยรู้มาก่อนว่าบุริศร์ก็มีด้านเสเพลแบบนี้ อีกอย่างเธอก็ไม่คิดว่าบุริศร์จะทำอาหารเป็น
แต่งงานมาสามปี มีครั้งที่เธอไม่ได้ทำกับข้าวให้เขาทาน?เจ้าชายเศรษฐีแบบนี้เขาเป็นชายผู้ดีห่างก้นครัวมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
นรมนยืนมือเท้าเอวพิงอยู่ที่ประตูครัว มองบุริศร์ที่กำลังล้างผักอย่างคล่องแคล่ว หั่นผัก หลังจากนั้นก็เทน้ำมันลงในกระทะ ทุกการกระทำเป็นไปอย่างราบรื่น ชำนาญขนาดนั้น เลิศล้ำขนาดนั้น เธอคาดไม่ถึงว่าจะมองพลาดไป
ผู้ชายคนนี้ทำกับข้าวเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
หรือเป็นเพราะว่าลูกของเขมิกากับเขาสองคน?
นรมนรู้สึกเจ็บแปลบเข้ามาที่หัวใจอย่างกระทันหัน
“ดูไม่ออกเลยนะคะว่านี่คือประธานบุริศร์หรือเชฟมือหนึ่ง”
นรมนพูดแซะ
แต่บุริศร์ยิ้มแล้วตอบ“กิจจาร่างกายไม่แข็งแรงตั้งแต่เด็ก กินของอย่างอื่นไม่ได้เลย ฉันเลยไปเรียนน่ะ”
กิจจาคือใคร แน่นอนว่านรมนรู้ดีอาการเจ็บแปลบที่มีอยู่ในตอนแรกก็มีความโกรธเพิ่มเข้ามา
เพื่อลูกเมียน้อย เขาเลยไปเรียนทำอาหารด้วยตัวเอง แต่สำหรับกานต์และกมลนั้น เขาที่เป็นพ่อแท้ๆตอนนั้นทำอะไรบ้าง?
“ออกไป!คุณออกไปจากฉันเดี๋ยวนี้!”
นรมนอยู่ๆก็เดินเข้ามาฉุดที่ศอกของบุริศร์อย่างกระทันหัน ใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักบุริศร์ให้ออกไป“ปั้ง”เสียงปิดประตูห้องดังขึ้น แต่ดวงตากลับคลอเบ้าไปด้วยน้ำ
เธอบอกกับตัวเองว่าไม่ต้องไปสนใจเรื่องพวกนี้ รู้อยู่นานแล้วว่าเขาเป็นผู้ชายเจ้าชู้แบบนี้ไม่ใช่เหรอ?แต่หัวใจนั้นยังคงเจ็บอยู่ตอนที่เธอได้ยินว่าเขาคิดว่าลูกของเขมิกาคือทุกสิ่งทุกอย่าง เธอก็ควบคุมอาการโกรธของตัวเองไม่อยู่
หากไม่เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้นเมื่อห้าปีก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขาใจร้าย เธอจะนอนอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งแต่เกิดเรื่องทำไม
ให้อภัยบุริศร์ไม่ได้จริงๆ!
นรมนหลังพิงกำแพงแล้วตัวก็ค่อยๆไหลลงมาตามผนังห้อง กลั้นน้ำตาไว้สุดขีดไม่ให้ไหลออกมา
บุริศร์ทั้งงงทั้งแปลกใจ ตัวเขายังใส่ผ้ากันเปื้อนพลาสติกตลกๆลายนั้นอยู่เลย แล้วก็ถูกไล่ออกมาแบบไม่ได้ตั้งตัว แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะขอบตาแดงก่ำของนรมน
เขาครุ่นคิดอย่างละเอียดว่าเมื่อกี้เขาพูดอะไรออกไป
กิจจา!
บุริศร์ประสาทจับทันที
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามเมื่อห้าปีก่อน ลูกของพวกเขาอาจจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่เขาก็คิดไม่ถึงว่าจะพูดเรื่องลูกของ เขมิกาต่อหน้าเธอ มันเหมือนกับใช้มีดปลายแหลมแทงแผลที่กำลังหายดีให้กลับมาเหวอะหวะอีกครั้ง
ทำไมเขาถึงโง่แบบนี้นะ?
บุริศร์ง้างมือขึ้น อยากจะเคาะประตูอีกครั้ง แต่ชะงักมือไว้กลางอากาศสักพัก แล้วเขาวางลง
เขาถอนถอนหายใจไปหนึ่งครั้ง จ้องไปที่หน้าห้อง แล้วถอดผ้ากันเปื้อนวางไว้ที่หน้าประตู หลังจากนั้นก็เดินจากไปพร้อมกับความเงียบเหงาและรู้สึกผิดในใจ
