บทที่ 25 ห้องของเธอคือห้องไหน
บทที่ 25 ห้องของเธอคือห้องไหน
“มามี้เธอชื่อว่าอะไรเหรอ?”
บุริศร์ถามออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ หลังจากที่ถามไปแล้วก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม แต่คำที่พูดไปแล้วเอาย้อนกลับคืนมาไม่ได้
กานต์อึ้งกับคำถามนิดหน่อย แต่ก็ยิ้มแล้วตอบกลับ“คุณลุง คุณลุงถามออกมาแบบนี้ไม่ค่อยมีมารยาทเท่าไหร่เลยนะครับ รีบไปส่งผมเถอะครับ เดี๋ยวผมสาย”
ถูกเด็กสี่ขวบพูดว่าไม่มีมารยาท นี่ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของบุริศร์ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกอาย เพราะเขารู้ว่าหน้าเขาหนาขึ้นกว่าเดิม
“ขึ้นรถสิ”
เมื่อบุริศร์ส่งกานต์ถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มองเห็นท่าทางที่ดูเหมือนจะสนิทสนมกันของผู้อำนวยการและกานต์ ทำให้เขาวางใจแล้วขับรถออกไป
เขาสั่งคนให้ไปส่งกิจจากลับ แต่ตัวเขาเองกลับขับรถไปหานรมน
ไม่รู้ว่าเหตุผลอะไร ถึงทำให้เขาอยากเจอนรมนมากในตอนนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะจำใบหน้านั้นไม่ได้แล้ว
คมทิพย์กะจะอยู่เป็นเพื่อนนรมนที่บ้านในตอนแรก แต่เธอมีธุระกระทันหันที่โรงเรียนอนุบาล เธอถูกผู้อำนวยการโรงเรียนเรียกตัวกลับไป
ขณะที่เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นมาถึงสองครั้งนั้น นรมนนอนหลับอย่างสะลึมสะลือ แต่ก็ลุกตัวขึ้นมา ส่องไปที่ตาแมวแล้วพบว่าเป็นบุริศร์ เธอตาสว่างขึ้นมาในทันที
มาเร็วจริงผู้ชายคนนี้
นรมนจัดแจงตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะเปิดประตู
“ประธานบุริศร์?มีอะไรเหรอคะ?”
“เธอป่วยอยู่ไม่เหรอ?ฉันมาดูเธอไง”
บุริศร์พูดออกมาอย่างธรรมชาติ ตาคู่นั้นอดไม่ได้มองไปที่นรมน
นรมนหน้าแดง อาการแบบนี้ไม่ดีจริงๆ
บุริศร์ยกมือขึ้นมาคำหน้าผากนรมน ทำให้นรมนตกใจแล้วก้าวถอยหลัง
“อย่าขยับ”
เสียงของเขาเย็นเป็นน้ำแข็งโดยพลัน
นรมนนิ่งอึ้งโดยไม่รู้ตัว
กว่าเธอจะได้สติว่าทำไมถึงได้ทำตามที่เขาสั่งได้ขนาดนั้น มือของบุริศร์ก็วางอยู่บนหน้าผากของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อุณหภูมิอุ่นของมือเขาสบายกว่าอุณหภูมิหน้าผากของเธอ
บุริศร์เปลี่ยนสีหน้าทันที
“ตัวร้อนขนาดนี้ทำไมถึงยังอยู่บ้าน?เธอเป็นเด็กเหรอ?ถึงไม่รู้จักไปโรงพยาบาล?ไปเปลี่ยนชุด ฉันจะไปส่งเธอที่โรงพยาบาล!”
นรมนไม่เคยเห็นบุริศร์มีอาการรนแบบนี้มาก่อน
ผู้ชายนะ ไม่เจียมตัวแบบที่คิดไว้ไม่มีผิด!
กับผู้หญิงที่คอยอยู่เคียงข้างไม่สนใจ ที่กับผู้หญิงอื่นกลับดูแลปกป้องสุดตัว!
นรมนทำเสียงตะคอกใส่อยู่ในใจ แต่ไม่ได้แสดงสีหน้าออกมา
“ประธานบุริศร์สบายใจเถอะค่ะ ฉันเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล หมอบอกว่า ให้ฉันทานยาพักผ่อนเดี๋ยวก็ดีขึ้น”
“แล้วทำไมถึงไม่ไปพักผ่อน?มายืนอยู่ทำไมตรงนี้?”
คำพูดของบุริศร์ทำให้นรมนเกิดคำถาม
ก็เพราะต้องมาเปิดประตูให้เขาไม่ใช่หรือไง?
บุริศร์ไม่สนใจว่านรมนคิดอะไรในใจอยู่ ก้าวเท้ามาข้างหน้า อุ้มนรมน แล้วสาวเท้าเข้าไปด้านใน
“ประธานบุริศร์ ทำอะไรคะ?ปล่อยฉันลงนะคะ!”
นรมนขัดขืน และหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน ทำไมถึงไม่ได้เตรียมตัวป้องกันอะไรแบบนี้นะ?
เมื่อก่อนบุริศร์ไม่รุกหญิงแบบนี้!
อยู่ๆนรมนก็นึกขึ้นได้ หรือว่าเมื่อก่อนบุริศร์แค่ไม่คิดจะปฏิบัติกับเธอแบบนี้
คิดแบบนี้แล้ว เธอรู้สึกขมขื่น กับความรู้สึกของตัวเองที่เสียไปอย่างไม่คุ้มค่า
แต่บุริศร์ไม่ได้สนใจ พูดเสียงต่ำ“ห้องเธอคือห้องไหน?”
“ห้องทางซ้ายมือ แต่ประธานบุริศร์คะ คุณมาแบบนี้คุณเขมิกาแฟนคุณเธอรู้หรือเปล่าคะ?ถึงเวลานั้นอย่าให้เขามาบุกรุกที่บ้านฉันอีกนะคะ”
นรมนข่มความขมขื่นในใจลง ตั้งใจพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ
บุริศร์ใช้เท้าถีบประตู วางเธอลงบนเตียง แล้วพูดนิ่งๆ“เขมิกาไม่ใช่คนรักของฉัน”
“ไม่ใช่?เป็นไปได้ยัง?ฉันได้ยินมาว่า พวกคุณมีลูกอายุสี่ขวบด้วยกันหนิคะ ประธานบุริศร์ คุณนี่จริงๆเลยนะคะการที่ผู้หญิงคนนึงจะมีลูกให้คุณ นั่นหมายความว่าเขาต้องรักคุณมากนะคะการที่คุณให้เธอแบกสถานะแม่ของลูกที่โดยไม่แต่งงานอยู่ในตระกุลโตเล็กแบบนี้ ไม่มีมั้งคะ?”
นรมนพิงไปที่เตียงแล้วพูด
กลิ่นอายของความขี้เกียจและเหนื่อยล้าออกมาทั่วทั้งตัว เหมือนกับแมวไม่มีผิด
บุริศร์มองเธอ มองใบหน้าไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับรู้สึกคุ้นชินสายตาคู่นี้เหลือเกิน เขาต้องหาอะไรบางอย่างจากข้างในสายตาของนรมน แต่นรมนซ่อนมันไว้ได้อย่างดี เขามองไม่เห็นถึงความอิจฉาริษยาแม้แต่น้อย
เป็นไปไม่ได้!
นรมนรักเขาขนาดนั้น จะอิจฉาริษยาเขมิกาได้ยังไงกันล่ะ?
เขายังจำท่าทางตื่นเต้นดีใจของนรมนตอนที่ต้องรู้ว่าเขมิกาตั้งท้องในปีนั้นได้ กับความสุขุมเยือกเย็นของนรมนในตอนนี้ช่างต่างกันราวกับว่าไม่ใช่คนคนเดียวกัน
นรมนไม่ได้หวาดกลัวสายตาของเขา ปล่อยให้เขาจ้องมองต่อไป
นรมนในปีนั้น นรมนที่ช่างเพ้อฝันคนนั้น ถูกไฟคลอกตายไปนานแล้ว นรมนคนนี้คือนักสู้ เธอกลับมาเพราะต้องการให้เขาได้ลิ้มลองการถูกคนที่รักทิ่มแทง และก็เพราะไตของเขาเธอจึงกลับมา!
เพราะฉะนั้นฉันจะอิจฉาเธอไปทำไมกันล่ะ?
นรมนไม่หยุดที่จะสร้างความคิดให้กับตัวเอง มุมปากยกขึ้น สายตายังคงนิ่งดังเดิม
บุริศร์รู้สึกอึดใจขึ้นมากระทันหัน
จนทำให้เขาไม่อยากจะมองไปที่ดวงตาใสอันนิ่งเฉยของนรมน
“บ้านเธอมีขิงไหม?ฉันจะต้มน้ำขิงให้ ไข้จะได้ลด”
บุริศร์รีบเปลี่ยนเรื่อง แต่ก็ทำให้นรมนตะลึงเล็กน้อย
เขาไม่เคยชอบทานขิงตั้งแต่เด็กจึงทำให้บุริศร์ไม่น่าไม่รู้ว่าเธอคือนรมน ดังนั้นคำถามนี้คงเป็นแค่คำพูดลอยๆออกมา?
