บทที่ 23 ทำไมถึงได้คิดถึงเด็กคนนั้นขึ้นมานะ
บทที่ 23 ทำไมถึงได้คิดถึงเด็กคนนั้นขึ้นมานะ
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป พฤกษ์ก็ส่งข้อมูลที่บุริศร์ต้องการมา
“ประธานบุริศร์ครับ นักออกแบบแคทเธอรีเคยประสบอุบัติเหตุรถคว่ำเมื่อห้าปีก่อน ในเอกสารบอกว่าหนักมาก ครอบครัวจึงพาเธอไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ เป็นระยะเวลาปีกว่าๆแล้วก็กลับมาครับ”
“ห้าปีก่อน?”
ช่วงเวลานี้ทำให้บุริศร์รู้สึกตงิด
พฤกษ์พยักหน้าและรู้สึกสงสัยเล็กน้อย ที่ช่วงเวลาช่างประจวบเหมาะพอดี
“ช่วงเวลาไหนของห้าปีที่แล้ว?”
“วันที่สิบแปดเดือนมีนาคมรับ”
หลังพฤกษ์บอกช่วงเวลาเสร็จ สีหน้าของบุริศร์ก็เปลี่ยนในชั่วพริบตา
“วันที่สิบแปดมีนา?ไม่ผิดใช่ไหม?”
“ไม่ผิดแน่ครับ”
พฤกษ์รู้สึกแปลกกับท่าทางของบุริศร์ เขาไม่ค่อยได้เห็นท่าทางไม่ลงรอยของบุริศร์บ่อยนัก
อยู่ๆบุริศร์ก็ยิ้มขึ้นมา ยิ้มจนพฤกษ์รู้สึกกลัว แต่เมื่อมองไปที่ใบหน้าของบุริศร์กลับเป็นใบหน้าที่มีความสุขมาก
“ประธานบุริศร์ ท่านยังโอเคอยู่ใช่ไหมครับ?”
“ฉันโอเค โอเคมากด้วย ไม่เคยรู้สึกโอเคแบบนี้มาก่อน!นายไปหาข้อมูลต่อ ไปหามาว่าเหตุการณ์รถคว่ำเมื่อห้าปีก่อนแคทเธอรีไปรักษาตัวที่ประเทศอะไร?คนที่ดูแลเธอมีใครบ้าง และหมอที่ทำการผ่าตัดให้กับแคทเธอรีคือใคร?ฉันต้องการรู้ข้อมูลพวกนี้ทั้งหมด”
คำสั่งของบุริศร์ทำให้พฤกษ์ตะลึงเล็กน้อย แต่เขาก็จำทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว
“ครับ ประธานบุริศร์ ผมจะไปสืบให้เดี๋ยวนี้”
พฤกษ์เดินออกไป
บุริศร์ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่อีกครั้ง แถมยังไปเปลี่ยนชุดไปรเวทแล้วลงจากตึกไป
เขาต้องการไปหานรมน ต่อให้เธอจะไม่ยอมรับเขาก็ยังอยากไปพบเธอ ไม่ใช่เพราะสิ่งอื่นใด แค่เพียงเพราะดวงตาที่คุ้นมากคู่นั้น มันกระตุ้นหัวใจของเขาทำให้รู้สึกสงสัยและคิดถึง
วันที่สิบแปดมีนาคม!
วันที่นรมนโดนไฟคลอกพอดี!
เมื่อรวมเรื่องประจวบเหมาะทั้งหลายนี้เข้าด้วยกัน นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ และใบหน้าแปลกของนรมนนั้นบางทีอาจจะเป็นเบื้องหลังของเรื่องราวพวกนี้ทั้งหมด
ถ้าหากว่าห้าปีก่อน นรมนได้เปลี่ยนเป็นแคทเธอรีคนปัจจุบัน แล้วจะมีอะไรมาทดแทนตำแหน่งของแคทเธอรีได้ล่ะ?
บุริศร์ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้มีความเป็นไปได้
เขารีบลงจากตึก แต่หันไปเจอเขมิกากับกิจจากำลังทานข้าวด้วยกันที่ชั้นหนึ่งพอดี
“แดดดี้ จะไปข้างนอกเหรอครับ?”
กิจจาเห็นบุริศร์ลงมา เขาดีใจมาก ผลักโต๊ะอาหารแล้วโถมตัวเข้ามาหาบุริศร์
“กิจจาครับ มือลูกเลอะอยู่นะ อย่าไปจับเสื้อพ่อเขานะลูก”
เขมิกาเห็นมือกิจจาเปื้อนเต็มไปหมด เลยห้ามไว้ก่อน แต่ช้าไปหน่อย กิจจาโถมตัวเข้าไปในอ้อมกอดของบุริศร์เรียบร้อยแล้ว
เมื่อมองไปที่ตัวน้อยๆในอ้อมแขน อุณหภูมิในสายตาเย็นชาของบุริศร์ก็เปลี่ยนทันที
เขาลูบไปที่หัวของกิจจา ยิ้มแล้วพูด“พ่อมีธุระต้องออกไปจัดการสักหน่อย วันนี้วันหยุด ทำไมถึงตื่นเร็วจังล่ะครับ?”
“ผมนัดกับเพื่อนไว้ครับว่ามาเล่นที่บริษัทของดาดี้ ดาดี้ขับรถไปส่งพวกเราหน่อยได้ไหมครับ?”
กิจจากอดขาบุริศร์ ทำหน้าอ้อน กระพริบตาแป๋ว พร้อมออดอ้อน
เมื่อบุริศร์มองไปที่หน้าของเขา อยู่ๆก็นึกถึงหน้าของเด็กอีกคนขึ้นมา
เด็กที่มีใบหน้าและหางตาที่งอนเหมือนกับเขา!
เด็กน้อยแสนไร้เดียงสาใสซื่อคนนั้น แต่กลับฉี่ใส่หน้าเขา ยิ่งทำให้เขาอายไปทั้งเมืองชลธี!ถ้าไม่ใช่เพราะตำแหน่งและหน้าตาของตระกุลโตเล็กนะ ลบข่าวพาดหัวนั้นอย่างไวเชียว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเขาถูกซุบซิบว่าอะไรไปบ้าง
ถึงทำไมถึงได้คิดถึงเด็กคนนั้นขึ้นมานะ?
บุริศร์คิ้วขมวด หน้ายุ่งเล็กน้อย
เขมิกาคอยเป็นนักจับผิดบุริศร์อยู่ตลอด
ห้าปีก่อนที่กิจจาจะเกิดเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อจิตใจของเด็ก บุริศร์ให้กิจจาเรียกเขาว่าดาดี้มาตลอด จึงทำให้เขมิกาเข้าใจว่าตัวเองได้รับโอกาสแล้ว แต่ห้าปีมานี้ บุริศร์เย็นชาใส่เธอเสมอ มีแต่ตอนที่อยู่ต่อหน้าของกิจจาเท่านั้นถึงอ่อนโยนขึ้นมาหน่อย
บุริศร์นึกว่าตัวเองได้ตอบสนองความต้องการของกิจจาทั้งหมดแล้ว นึกไม่ถึงว่าวันนี้กิจจาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา บุริศร์เปลี่ยนหน้าทันนี้
เขมิการีบวิ่งมาด้านหน้า อุ้มกิจจาขึ้นมาแล้วตำหนิ “เด็กคนนี้นี่ไม่รู้เรื่องเลยหรือไร?บริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดเป็นของเด็กแบบเธอคนเดียวหรือยังไงถึงจะให้ใครเข้ามาเล่นก็ได้?ถ้าหากว่าความลับของบริษัทรั่วไหลขึ้นมา เธอรับผิดชอบไหวเหรอ?”
กิจจาถูกเขมิกาตำหนิ ก็ร้องไห้ออกมาทันที
บุริศร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงเย็น“เธอจะดุเขาทำไม?ยังไงเขาก็เป็นทายาทบริษัทฮัวยูกรุ๊ปในอนาคต ไปชมบริษัทสักหน่อยจะเป็นไรไป?อีกอย่าง เด็กแค่ไม่กี่คน คิดว่าพวกเขาจะขโมยความลับของบริษัทออกมาได้เหรอ?ทีหลังถ้าไม่ได้มีอะไรหนักหนาก็อย่าไปดุกิจจาเขา”
พูดจบบุริศร์ก็ไปแย่งกิจจาออกมาจากมือเขมิกา ยกมือขยี้หัว“รีบทานข้าว ทานเสร็จแล้วพ่อจะไปส่งนะ เพื่อนของลูกเขารอกันที่ไหนล่ะ?เราไปรับพวกเขาพร้อมกันดีไหม?”
“ดีครับ!ดาดี้ใจดีที่สุดเลย!”
กิจจาหยุดร้องไห้แล้วยิ้ม เสียงจุ๊บๆทิ้งรอยจูบที่เต็มไปด้วยน้ำมันไว้หนึ่งรอยลงบนหน้าของบุริศร์ แต่บุริศร์ไม่มีท่าทีโกรธเลยแม้แต่น้อย กลับมีแต่สายตาที่อ่อนโยนทำให้เขมิกาอิจฉา
ถ้าหากบุริศร์ส่งสายตาแบบนี้ให้เธอบ้าง ต่อให้ต้องตายเธอก็ยอม
“บุริศร์ ให้ฉันไปด้วยดีกว่า กิจจายังเด็ก ต้องมีคนดูแล ฉันเป็นมามี้ของเขา ให้ฉันเป็นคนดูเองดีกว่า”
เขมิกาถึงขนาดออกปาก และพูดด้วยความเต็มใจ
อัพเดทครั้งหน้า วันที่2 ธ.ค. 2019
จะมาในเร็วๆนี้ โปรดอดใจรอก่อน
