บทที่ 21 แกล้งโง่
บทที่ 21 แกล้งโง่
นรมนและคมทิพย์จัดการทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลเสร็จอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นห่วงกานต์ จึงรีบกลับมาถึงบ้าน กานต์ตื่นขึ้นมาพอดีในเวลาเดียวกัน จัดการตัวเองเรียบร้อย พร้อมอาหารเช้า
“เอ๋?มามี้ กลับมาแล้วเหรอครับ?ดีขึ้นแล้วเหรอ?ทำไมถึงออกจากโรงพยาบาลเร็วจังล่ะครับ?”
กานต์มีความสุขมากเมื่อมองไปที่นรมน
คมทิพย์มองกานต์ที่กำลังเตรียมโจ๊กหมูใส่ไข่กับซาลาเปาจิ๋วร้อนๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น“ตัวเล็ก โจ๊กหมูใส่ไข่นี่ทำเองเหรอ?”
กานต์ส่ายหน้า“เปล่าหรอกครับ ผมออกไปซื้อมา แต่ผมกำลังเริ่มเรียนทำอาหารอยู่นะ ต่อจากนี้ไปจะได้มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องอาหารให้มามี้ไงครับ”
“ลูกรัก เด็กดีจริงๆ ”
ใบหน้านรมนเต็มไปด้วยนุ่มนวลและอ่อนโยน เธอลูบไปที่หัวของกานต์ รู้สึกว่าเขาคือเทวดาที่วิเศษที่สุดในชีวิต เป็นของขวัญชิ้นที่ดีที่สุดที่สวรรค์มอบให้
“วันนี้วันเสาร์ ไม่ต้องไปโรงเรียน มามี้ไม่เป็นอะไรแล้ว ลูกทานข้าวแล้วออกไปเล่นด้านนอกเถอะ”
นรมนอยากให้ลูกชายมีชีวิตเป็นของตัวเอง ดังนั้นเธอจึงพาลูกชายกลับมาด้วย ให้กานต์อยู่กับคมทิพย์ ทำให้เธอสบายใจได้มาก
กานต์ยิ้มพลางเดินไปจับมือนรมน แล้วจูงมือเธอมาที่โต๊ะอาหาร พูดเสียงเบาๆ“มามี้ ผมจะอยู่ทานข้าวกับมามี้ก่อน แต่ว่าวันนี้ผมต้องไปข้างนอก ผมกับเพื่อนนัดกันไว้แล้วว่าจะออกไปเที่ยวกัน มามี้คงไม่ห้ามใช่ไหมครับ?”
เมื่อมองไปที่สายตาออดอ้อนของลูกชาย ทำให้นรมนปฏิเสธไม่ลงแม้แต่คำเดียว
“ไม่ห้ามจ้ะ แต่ลูกต้องระวังตัวดีๆนะ ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นให้โทรหามามี้ทันที”
“ครับผม”
กานต์ยิ้มราวกับเทวดาตัวน้อย
คมทิพย์รู้สึกอิจฉาเล็กน้อย แต่เขาก็รู้ว่าไม่ควรไปกระตุ้นต่อมกานต์ แล้วยิ่งตอนนี้นรมนร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง แต่จากที่เธอได้เห็นท่าทางหวาดกลัวของกานต์เมื่อวาน คงจะเจ็บปวดใจไม่น้อย
ทั้งสามนั่งร่วมโต๊ะทานอาหาร กานต์รีบทานแล้วออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
คมทิพย์เสนอเป็นคนไปส่ง แต่กานต์ปฏิเสธ
“ให้เขาไปเองเถอะ เขาไปได้”
นรมนวางใจลูกชายของตัวเองมากอะไรขนาดนั้น
คมทิพย์พูดด้วยความกังวลใจเล็กน้อย “นรมน เขาเพิ่งจะอายุสี่ขวบเองนะ”
“ตอนอยู่ที่อเมริกา เขาไปซื้อของที่ห้างเองตั้งแต่สามขวบ พอสามขวบครึ่งเขาก็ไปเดินเล่นที่ไชน่าทาวน์ อย่าดูถูกกานต์เชียว เขาไม่ใช่ไข่ในหินนะ วางใจเถอะ”
ที่นรมนพูดออกมานั้น คมทิพย์ก็ยังไม่เข้าใจนัก มองเธอด้วยสายตาประหลาดใจ ตอนที่เธอมองเข้าไปในตาของนรมนนั้นล้วนแต่เป็นความมั่นใจต่อลูกชายเต็มไปหมด เธอจึงลองที่จะวางใจ แต่ก็ยังคงมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่บ่อยๆ
หลังจากที่นรมนทานข้าวและยาเสร็จ เปิดทีวีแต่กลับเจอข่าวๆหนึ่ง
คาดไม่ถึงเลยว่าเขมิกาจะออกมาขอโทษเธอออกสื่อ!
“คุณแคทเธอรี ขอโทษด้วยนะคะ ฉันรู้ว่าความบุ่มบ่ามของฉันนั้นทำให้คุณสุดทน ทั้งหมดเป็นเพราะความไม่ระวังของฉันเองค่ะ ฉันผิดเอง ฉันขอให้คุณอภัยให้ฉันตรงนี้เลยแล้วกันนะคะ ความผิดทั้งหมดให้มันตกเป็นของฉันคนเดียว คุณแคทเธอรี ถ้าหากว่าคุณยังรู้สึกไม่สบายใจ คุณจะตบจะตี หรือจะด่าฉันก็ได้นะคะ ฉันขอแค่คุณอย่าโกรธ และทำลายความร่วมมือที่บริษัทเราจะทำร่วมกันเลยนะคะ ประธานบุริศร์เขาให้ความสนใจการร่วมมือของบริษัทครั้งนี้มาก เพื่อความร่วมมือของทางบริษัทพักนี้ไม่สู้ดีนัก ถ้าหากเป็นเพราะฉันที่ทำให้คุณแคทเธอรีไม่พอใจ เขมิกาก็ต้องขอโทษคุณแคทเธอรีด้วยจริงๆ ฉันยินดีรับคำข้อเสนอของคุณแคทเธอรีทุกอย่าง โดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น ขอร้องนะคะ วันจันทร์นี้ช่วยเข้ามาที่บริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดด้วยนะคะ”
เขมิกาพูดทั้งน้ำตา แต่คมทิพย์พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “นี่เรียกว่าขอโทษที่ไหนกันล่ะ เห็นๆอยู่ว่ามันลักไก่กันชัดๆ คนเขารู้กันทั้งเมืองชลธีว่าเขมิกาคือคนของบริษัทบุริศร์ ตอนนี้มาแสดงบทน่าสงสารให้ใครดูล่ะ?ต่อหน้าทำเป็นขอโทษเธอ แต่จริง ๆ เขมิกา อยากให้ทุกคนรู้ว่าแคทเธอรีเป็นคนที่ดื้อรั้นเอาแต่ใจตัวเอง อยากให้ทุกคนรู้ว่าเขมิกาทำแบบนี้ด้วยความ จำใจ?”
“รู้หมดแหละแค่ไม่พูด เธอจะร้อนใจไปทำไม”
นรมนยิ้มมุมปาก ราวกับว่าไม่แคร์ที่เขมิกาใช้วิธีนี้
“ทำไมเธอถึงยังนิ่งอยู่ล่ะ?บริษัทนี้ดูเหมือนจะออกมาขอโทษเธอนะ จริงๆแล้วเธอเองก็ทำหลายคนไม่พอใจนะ รู้ไหม?อย่างน้อยคนงานของบริษัทฮัวยูกรุ๊ปก็คงจะไม่ชอบเธออีกต่อไปแล้ว ทุกคนคงคิดว่าเธอจงใจทำให้ประธานบริษัทของพวกเขาอับอายขายหน้า เธอไม่รู้หรอก ว่าที่บุริศร์โสดไม่กี่ปีมานี้ ทำให้เขามีชื่อเสียงมากขึ้นและฐานะสูงขึ้นในเมืองนี้ ผู้หญิงทุกคนของบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดที่เห็นข่าวนี้ พวกเขาเกลียดคุณมากแล้ว เธอยังไม่แคร์เหรอ ฉันก็กลัวว่าถ้าเธอเดินเข้าไปในบริษัทเธอจะยังออกมาได้อยู่หรือเปล่า”
คมทิพย์รนสุดขีด เมื่อเห็นนรมนไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย ยิ่งทำให้เธอนิ่งไม่อยู่
นรมนยิ้มแล้วลุกขึ้นยืน ตบบ่าคมทิพย์แล้วพูด“เอาเถอะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก นี่เธอยังคิดว่าฉันยังนรมนคนเดิมเมื่อห้าปีที่แล้วอยู่อีกเหรอ?วิธีที่เขมิกาใช้นั้นน่ะเธอแค่อยากจะให้ฉันตอบโต้ เธอยังอ่อนหัด วางใจเถอะ ฉันจะทำให้บุริศร์มารับฉันด้วยตัวของเขาเอง”
พูดจบ นรมนก็หันหลังกลับเข้าไปที่ห้อง เหลือเพียงแค่คมทิพย์ที่ยังนั่งงงอยู่ที่เดิม
จะให้บุริศร์มารับด้วยตัวเขาเอง?
จริงปะเนี่ย?
คนเย็นชาอย่างกับภูเขาน้ำแข็งแบบบุริศร์เนี่ยนะ จะเป็นได้เหรอ?
