บท
ตั้งค่า

10 สายตาที่เปลี่ยนไป

ย่าอุไรวรรณพาหลานสาวมาไหว้พระจากนั้นก็ไปทานอาหารทะเลร้านประจำที่เวลามาหัวหินต้องแวะทานก่อนที่ทุกคนจะกลับเข้ามาในบ้านในเวลาบ่ายสองโมง

“อานิตกินข้าวกลางวันหรือยังคะ หนูซื้อขนมมาฝากค่ะ”

“อากินแล้วจ้ะ พนักงานของโรงแรมเพิ่งมาเก็บถาดอาหารเมื่อกี้เอง เป็นไงบ้างเที่ยวสนุกไหม”

“สนุกค่ะอานิตแต่คนเยอะและร้อนไปหน่อยดีแล้วค่ะที่อานิตไม่ได้ไปด้วยเพราะมันเดินลำบากมากๆ”

“อาก็คิดว่าอย่างนั้นแหละมาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนกันก่อนดีกว่าไหม แล้วเย็นนี้จะไปเดินตลาดโต้รุ่งไหมล่ะ”

“ตลาดโต้รุ่งเหรอคะ อานิตมันคือตลาดแบบไหนคะ” เมื่อพูดถึงตลาดไอศิกาก็ตื่นเต้นจนลืมเรื่องของที่พนักงานของโรงแรมเอามาคืน

“เป็นตลาดที่จะมีรถขายอาหารฟาสต์ฟูด มีขนมแล้วก็มีสินค้าทำมือมาขายอาว่าไอซ์น่าจะชอบนะ”

“อานิตไปด้วยกันมั้ยคะ”

“อาไม่ชอบเดินเบียดคนเยอะเท่าไหร่ ไอซ์ลองชวนอาพัทธ์กับลูกแก้วไปสิ”

“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวหนูชวนลูกแก้วแล้วให้ลุงอ่ำไปส่งก็ได้”

“ถ้าอยากไปจริงๆ อาไปเป็นเพื่อนก็ได้นะ ไปกันตามลำพังสองคนมันอันตราย”

“ย่าก็เห็นด้วยนะ”

“คุณย่าไปกับหนูไหมคะ”

“ย่าแก่แล้วให้เดินแบบวัยรุ่นคงแย่ ไอซ์ไปกับลูกแก้วเถอะลูกแก้วอยากไปไหม” คุณอุไรวรรณหันมาถามลูกแก้วหลานสาวของแม่ครัวประจำบ้าน

“อยากไปค่ะ”

“เดินไหวแน่นะลูกแล้ว” ไอศิกาแกล้งถามเพราะรู้ว่าเด็กอย่างลูกแก้วมีพลังเหลืออีกมากและถ้าลูกแก้วไม่ไปเธอก็คงไม่กล้าไปกับเจตนิพัทธ์ตามลำพัง

“ไหวค่ะพี่ไอซ์ ลูกแก้วขอไปด้วยได้ไหม”

“ได้สิ แต่ตอนนี้พี่ว่าเรานอนพักเก็บแรงกันก่อนดีกว่าไหม แล้วตอนเย็นค่อยมาเจอกันอีกที”

“อานิตคะตลาดนัดเขามีตั้งแต่กี่โมงคะ”

“แม่ค้าก็น่าจะเริ่มเอาของมาวางสักห้าหรือหกโมง ถ้าไอซ์กลัวร้อนก็ไปสักทุ่มหนึ่งก็ได้กินข้าวจากบ้านไปก่อนแล้วค่อยไปหาขนมกินที่นู่น”

“นิตจะไม่ไปด้วยกันจริงๆ เหรอพี่ว่าไปเดินดูสักหน่อยดีไหมมาเที่ยวทั้งทีอยู่แต่ในบ้านแบบนี้จะสนุกอะไร”

“นิตไม่อยากเดินไกลค่ะแค่ได้มาเห็นทะเลได้มาเล่นน้ำทะเลแค่นี้ก็พอแล้วพี่พัทธ์ไปกับลูกแก้วและไอซ์เถอะนะคะ”

“ก็ได้ครับ”

หลังจากรับประทานอาหารค่ำกันแล้วศานิตาก็นั่งคุยกับมารดาอยู่บริเวณห้องรับแขกส่วนเจตนิพัทธ์ก็พาไอศิกาและลูกแก้วไปยังตลาดโต้รุ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่นัก

ลุงอ่ำส่งทั้งสามคนเสร็จแล้วก็กลับมารอที่บ้านเพราะบริเวณตลาดโต้รุ่งหาที่จอดรถค่อนข้างยากมาก

“มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลยนะลูกแก้ว”

“ใช่ค่ะพี่ไอซ์”

“เราซื้อแล้วแบ่งกันกินดีไหม”

“ได้ค่ะพี่ไอซ์ เพราะถ้าให้ลูกแก้วซื้อแล้วกินคนเดียวคงกินไม่หมดแน่ๆ”

“พี่ก็ว่าอย่างนั้นแหละถ้าลูกแก้วสนใจร้านไหนสะกิดพี่เลยนะ”

“ได้ค่ะพี่ไอซ์”

เจตนิพัทธ์มองตามหลังหญิงสาวกับเด็กสาวที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขรุ่ยแล้วแอบยิ้ม

ตั้งแต่เหตุการณ์ในคืนนั้นเขาก็ยังไม่เคยมีโอกาสได้คุยกับไอศิกาตามลำพังเลยและวันนี้คิดว่าจะมีโอกาสได้คุยกับเธอ แต่เมื่อลูกแก้วมาด้วยโอกาสที่จะคุยกับหญิงสาวก็หมดไป

สายตาที่ชายหนุ่มมองผู้หญิงตรงหน้ามันเปลี่ยนไปทีละนิดภาพจำของเขาในคืนวันนั้นยังคงฝังใจ แม้จะพยายามลืมแค่ไหนแต่มันก็ยากเหลือเกินที่จะลืม

เอาพาไอศิกาและลูกแก้วเดินจนทั่วตลาดก่อนจะโทรตามให้ลุงอ่ำมารับหลังจากผ่านไปสองชั่วโมง

“ปวดขามากๆ เลยค่ะพี่ไอซ์”

“พี่ก็ปวดขาเหมือนกันแต่ก็สนุกมากด้วย”

“แล้วแบบนี้เราจะมีแรงเล่นน้ำกันอีกเหรอคะพี่ไอซ์”

“พี่ว่าคืนนี้คงไม่เล่นแล้วล่ะเอาไว้พรุ่งนี้เช้าเราตื่นมาเล่นกันตอนเช้าก่อนกลับดีไหมล่ะ”

“ดีค่ะพี่ไอซ์ชุดว่ายน้ำพี่ไอซ์ซื้อให้ลูกแก้วใส่ไปแค่ชุดเดียวเองพรุ่งนี้จะได้ใส่อีกชุดแล้วพี่ไอซ์จะใส่ชุดว่ายน้ำเล่นกับลูกแก้วไหม”

“ตอนเช้าแดดไม่แรงเท่าไหร่พี่ก็ว่าจะใส่ชุดว่ายน้ำนะ มาทะเลทั้งทียังไม่ได้ใส่ชุดว่ายน้ำลงทะเลเลย”

“ลูกแกว่าพี่ไอซ์ต้องสวยมากแน่เลยค่ะเวลาใส่ชุดว่ายน้ำ”

“ลูกแก้วของพี่ไอซ์ก็สวยนะ ลูกแกชอบชุดที่พี่ซื้อให้ไหม”

“ชอบค่ะชุดที่พี่ไอซ์ซื้อให้น่ารักทุกชุดเลย”

“ในห้องเก็บของที่บ้านมีชุดตอนที่พี่เด็กๆ อยู่เยอะเลยกลับไปแล้วเราไปดูกันดีไหมเผื่อลูกแก้วจะใส่ได้ แต่มันเป็นของเก่านะลูกแก้วจะเอาไหม”

“เอาค่ะ” เด็กสาวยิ้มเพราะของเก่าสำหรับคนอื่นมันก็คือของใหม่สำหรับเธอ

เมื่อลุงอ่ำจอดรถที่หน้าบ้านลูกแก้วก็รีบวิ่งไปห้องพักของเธอทันทีเพราะอยากจะเอากำไลข้อมือที่ไอศิกาซื้อให้ไปอวดคุณยาย

“ขอบคุณนะคะเอาพัทธ์ที่พาหนูไปเที่ยว”

“ไม่เป็นไรหรอกเราจะขึ้นนอนเลยไหม”

“ก็คงอย่างงั้นค่ะเพราะตอนนี้มันดึกแล้วคุณย่าก็น่าจะรออยู่แล้วอาพัทธ์ล่ะ”

“อาว่าจะนั่งดื่มต่อไอซ์อยากดื่มด้วยกันไหม”

“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูอยากพักผ่อน” หญิงสาวรีบปฏิเสธเธอรู้ว่าการนั่งดื่มกับเขามันไม่เหมาะสมเท่าไหร่เพราะตอนนี้ระหว่างเธอกับเขามันเริ่มมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป

ไอศิกาไม่อยากอยู่ลำพังกับอาเขยคนนี้เพราะยิ่งอยู่ไกลก็ยิ่งรู้สึกหวั่นไหว เขาทำให้เธอร้อนรุ่มเพียงแค่สายตาที่มองมา

เมื่อหลานสาวเดินขึ้นไปชั้นบนแล้วเจตนิพัทธ์ก็เปิดตู้เย็นหยิบเบียร์และมานั่งดื่มคนเดียวอยู่กลางห้องรับแขก

เขาค่อนข้างอึดอัดกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่มากเพราะตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าตนเองมองไอศิกาเป็นผู้หญิงคนหนึ่งไม่ใช่มองว่าเธอเป็นหลานสาวเหมือนในอดีต แต่เพราะสถานะอาเขยมันเลยทำให้เจตนิพัทธ์ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ข้างในเพราะคนอื่นรู้ก็คงถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์

ชายหนุ่มอยากได้เร่งเวลาให้เร็วขึ้นอยากจะให้ไอศิกากลับไปที่ประเทศอังกฤษแล้วอยากจะให้ภรรยาของตนเองคลอดลูกเพื่อทุกอย่างมันจะได้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

เขาดื่มเบียร์หมดไปสองกระป๋องจากนั้นก็เดินกลับขึ้นไปบนห้องตอนนี้ศานิตาหลับอยู่บนเตียงนอนชายหนุ่มรีบอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนจากนั้นก็หยิบหมอนและผ้าห่มมานอนบนโซฟาเหมือนกับคืนแรก

“พี่พัทธ์จะขึ้นมานอนบนเตียงก็ได้นะคะ นอนบนโซฟาแบบนั้นน่าจะไม่สบายตัว”

“ไม่เป็นไรหรอกพี่กลัวจะดิ้นไปโดนท้องของนิต นิตหลับต่อเถอะนะ”พี่ขอโทษที่ทำให้ต้องตื่นกลางดึก”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะนิตก็ว่าจะตื่นมาเข้าห้องน้ำเหมือนกัน พี่พัทธ์ไปเที่ยวมาสนุกไหม”

“สนุกดีแต่เดินไกลไปหน่อยถ้านิตไปก็คงแย่เหมือนกัน”

“นิตรู้ว่าตลาดโต้รุ่งมันเดินเพลินก็เลยคิดว่าไม่ไปดีกว่า นิตไม่อยากเป็นภาระให้พี่พัทธ์”

“ไม่เคยคิดว่านิตเป็นภาระเลยนะพี่บอกแล้วว่าพี่เต็มใจจะดูแลนิตอย่าคิดมากเลยรีบเข้าห้องน้ำเถอะนะจะได้เข้านอน พรุ่งนี้เช้าจะลงไปเล่นน้ำก่อนกลับไหมพี่ได้ยินว่าไอซ์กับลูกแก้วเขานัดกันไปเล่นน้ำน่ะ”

“ไม่ดีกว่าค่ะนิตขอเป็นคนนั่งดูดีกว่าพี่พัทธ์นะมาทะเลทั้งทีไม่เห็นลงเล่นน้ำเลย”

“พี่อายุป่านนี้แล้วจะให้ไปเล่นน้ำเหมือนเด็กๆ ได้ยังไงกันล่ะ” ชายหนุ่มพูดแล้วหัวเราะจากนั้นก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมและหลังให้กับเตียงนอนก่อนจะหลับลง

ศานิตาเข้าห้องน้ำเสร็จก็เดินกลับมานอนเธอชายหนุ่มที่นอนอยู่บนโซฟาแล้วถอนหายใจ เจตนิพัทธ์เป็นผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่ง เขาก็ดีจนเธอรู้สึกผิด แต่บางครั้งความรักมันก็อยู่เหนือเหตุผลทุกอย่าง ถึงแม้รู้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดีแสนดีแค่ไหนแต่เธอก็ไม่สามารถรักเขาได้ เพราะในหัวใจของเธอไม่เหลือที่ว่างไว้ให้ใครอีกแล้ว
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel