ตอนที่ 6
“อื้อ...อา...”
แม้อยากจะนำพานาวาแห่งรักเข้าไปหาความบีบรัดคับแน่นของเธอใจแทบขาด แต่แฟรงคลินก็ตระหนักดีว่าลันลิตายังบริสุทธิ์เกินกว่าที่เขาจะทำอะไรได้ตามใจตัวเองเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ โดยเฉพาะเธอ...คือคนสำคัญของหัวใจ เขาต้องการให้เธอมีความสุขที่สุดกับครั้งแรกที่เขาเป็นผู้นำพา
มาเฟียหนุ่มจูบประโลมร่างแน่งน้อยให้สั่นสะท้านด้วยกระแสความกระสันที่เข้าจู่จับอีกครั้งพอให้เกิดเสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากปากบาง จึงค่อยๆ นำพาเรือนกายแกร่งร้อนเข้าไปหาความบีบรัดของเธอ แต่เพียงนิดเดียวเท่านั้นกายหนุ่มก็ต้องเกร็งและสั้นไปทั่วสรรพางค์กับความคับแน่นที่เขาต้องกัดฟันกรอดในขณะที่คนตัวเล็กใต้ร่างใบหน้าก็บิดเบี้ยวเหยเกร้องท้วงออกมาด้วยความเจ็บปวด สองมือพยายามผลักเขาให้ออกห่างจนต้องรวบร่างแบบบางนั้นเขามากอดไว้แน่นและเอ่ยปลอบทั้งที่เขาก็ทรมานไม่ต่างกันนัก
“นิดเดียวนะครับคนดี แล้วเธอจะมีความสุข” จากนั้นก็กัดฟันต่อสู่กับความกระสันที่เข้าครอบงำจนพาเอาความร้อนแรงเข้าไปจนสุดช่องทางรักของหญิงสาว ชายหนุ่มเลือกที่จะยังไม่เคลื่อนไหวเพื่อให้เธอได้คุ้นชินกับตัวตนของเขา เพียงครู่เท่านั้นที่เขารับรู้ว่าความเจ็บปวดของเธอเริ่มสลายไปแล้ว และบทรักแห่งความหฤหรรษ์ก็กำลังเข้ามาแทนทีเมื่อสะโพกกลมกลึงเริ่มขยับน้อยๆ ทำให้เขาค่อยๆ ขับเคลื่อนกายแกร่งร้อนของตัวเองอย่างช้าๆ ก่อนจะเพิ่มจังหวะเร็วขึ้นเมื่อลันลิตาตอบรับท่วงทำนองของเขาราวกับผีเสื้อที่กำลังโผบิน
“ลิต้า...ลิต้า...”
“อ๊ะ...อา...” แขนเล็กๆ กอดรัดกายกำยำชื้นเหงื่อแน่นปากก็เผยอส่งเสียงครางไม่เป็นส่ำ สะโพกมนขยับสอดรับกับความร้อนแรงที่เพิ่มจังหวะกระชั้นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งรับรู้ถึงอาการกระตุกเกร็งของหญิงสาวใต้ร่างกับเสียงร้องอย่างมีความสุขเมื่อเขาส่งเธอขึ้นไปถึงวิมานสีน้ำผึ้ง จึงเร่งขยับเรือนกายเสียดสีเร่าร้อนถี่ระรัวก่อนจะปลดปล่อยความปรารถนาจนตัวเกร็งสั่นสะท้านเมื่อสามารถตามติดเธอขึ้นไปยังวิมานสีหวานได้สำเร็จ
เช้าวันใหม่ ลันลิตาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาจากแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านผ้าม่านสีเข้มเข้ามาภายในห้องนอนกว้างที่ถ้าเทียบแล้วมันใหญ่กว่าห้องเช่ารูหนูของเธอแถบชานเมืองเสียอีก ร่างแบบบางค่อยๆ ชันตัวเองลุกขึ้นทว่าก็ต้องทิ้งศีรษะนอนลงบนหมอนใหม่อีกครั้งเมื่ออาการปวดหัวเข้าโจมตีอย่างรุนแรงจนต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นกอบกุม
เกิดอะไรขึ้น...แล้วที่นี่ที่ไหน...
คำถามแรกผุดขึ้นเมื่อสติเริ่มกลับเข้ามาอย่างสมบูรณ์ ตากลมใสสีน้ำตาลเข้มกวาดมองไปรอบๆ ห้องที่แสนจะแปลกตา และรับรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนรูหนูของเธอแน่นอน เพราะนอกจากมันจะกว้างแล้วเครื่องประดับตกแต่งยังเต็มไปด้วยของมีราคาที่เรียกได้ว่า เงินเดือนเธอทั้งเดือนยังไม่สามารถซื้อได้แม้เพียงชิ้นเดียว
เมื่อเริ่มตั้งสติได้มากขึ้น ร่างเล็กก็ขยับตัวเตรียมลุกจากเตียงนอน แต่แล้วอาการปวดหนึบทั่วทั้งตัวโดยเฉพาะกายเบื้องล่างทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ แล้ววินาทีต่อมาโสตก็ได้ยินเสียงเปิดประตูจากห้องข้างๆ ที่จัดไว้เป็นห้องแต่งตัวพร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงหุ่นสมาร์ท เจ้าของดวงหน้าหล่อเหลาคมคายที่เธอแสนคุ้นตาเดินออกมาทั้งที่มือยังคงผูกเนคไทสีฟ้าและส่งยิ้มอ่อนๆ ให้เธอ
“ตื่นแล้วหรือ ลิต้า ปวดหัวหรือเปล่า เมื่อคืนเธอดื่มหนักมากเลยรู้มั้ย” เสียงห้าวเอ่ยทักทั้งยังสาวเท้ามานั่งข้างๆ และใช้หลังมืออังหน้าผากมนของคนที่กำลังนิ่งอึ้งด้วยความสับสน
อะไรกัน...ทำไมเธอถึงมาอยู่ในห้องนี้ แล้วนี่...ถ้าเธอจำไม่ผิดเขาคือคุณแฟรงคลิน โรเบตาร์ เจ้าพ่ออุตสาหกรรมยาและอุปกรณ์การแพทย์ของสวิสเซอร์แลนด์ ผู้ชายที่เธอเคารพนับถือในฐานะผู้มีพระคุณที่เข้ามาประคับประคองสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของมาดามเนปาตีที่กำลังย่ำแย่ และยังเป็นคนที่ส่งเสียเธอกับแอนนิต้าให้เรียนหนังสือจนจบ แล้วเธอมาอยู่ในห้องกับเขาได้ยังไง
แล้ววินาทีต่อมา ลันลิตาก็ต้องใจหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่มเมื่อรู้สึกถึงความเย็นยะเยียบที่เข้ามากระทบผิวกาย ตากลมใสหลุบตาลงมองสำรวจตัวเองแล้วก็ต้องตาโตด้วยความตระหนกเมื่อเห็นว่าสภาพของเธอตอนนี้คือเปลือยเปล่า วูบหนึ่งที่ความทรงจำอันลางเลือนแวบเข้ามา
ภาพของเธอกำลังกอดจูบอยู่กับใครบางคน...ความรู้สึกร้อนรุ่มเร่งเร้าเมื่อความหยาบกร้านของฝ่ามือและความร้อนระอุของริมฝีปากจูบไล้ไปทั่วเรือนกายของเธอ...เพียงคิด ใจสาวก็เต้นแรงขึ้น ลมหายใจติดขัด ในขณะที่น้ำใสๆ เริ่มคลอที่หน่วยตากลมอีกครั้งเมื่อตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง...
...ไม่จริงใช่มั้ย...ทุกอย่างมันแค่ฝัน...เธอแค่ฝันเท่านั้น...แต่...เธอจะฝันได้ยังไงในเมื่อร่องรอยของความจริงมันยังย้ำเตือนเธออยู่ ความปวดหนึบที่เบื้องล่างมันตอกย้ำว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว...
