ตอนที่ 6 ชวนอดีตแม่ยายมาเป็นสาวอุ่นเตียง
ในยามที่ แม่ของซูหรูเสียน เดินเข้ามาในสายตาของ หยางชุน ความเงียบงันราวกับบรรยากาศถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา นัยน์ตาของนางสะท้อนความลำบากใจอย่างปิดไม่มิด นางรู้ดีว่าครอบครัวของนางเคยทำร้ายชายหนุ่มตรงหน้าเพียงใด ความทรงจำเหล่านั้นยังคงชัดเจนจนไม่อาจลบเลือน ทว่าคืนนี้นางไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องมาขอพึ่งพิงเขา
แม่ของซูหรูเสียน สูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดออกมาอย่างยากลำบาก"คืนนี้... แม่ขอนอนค้างกับเจ้าได้ไหม? บ้านของข้า... ถูกไฟไหม้หมดแล้ว"
น้ำเสียงที่สั่นสะเทือนนั้นชวนให้รู้สึกถึงความทุกข์ยากที่นางต้องเผชิญ แต่คำพูดของนางกลับไม่อาจละลายความเย็นชาของชายหนุ่มที่ยืนจ้องมองอยู่ตรงหน้า
หยางชุน แค่นเสียงเยาะเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ตัวท่าน... ไม่ใช่แม่ของข้า อีกอย่าง... ข้ากับบุตรสาวของท่านเลิกกันไปนานแล้ว ท่านลืมไปแล้วหรือ? หรือว่าคิดว่าข้าจะลืมความแค้นในครั้งนั้นง่ายๆ?"
น้ำเสียงและท่าทางของเขาบ่งบอกถึงความขุ่นเคืองที่ยังไม่จางหาย สีหน้าของแม่ซูหรูยิ่งเคร่งเครียดขึ้น เธอพยายามรวบรวมความกล้าอีกครั้ง ก่อนจะพูดต่อ"หยางชุน... ข้าขอร้องล่ะ ขอป้าพักกับเจ้าสักพักได้ไหม? ช่วงนี้ข้าลำบากจริงๆ ข้าไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว... เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่มีที่ไป"เสียงของเธอสั่นเครือ บ่งบอกถึงความหมดหวัง ความอ่อนแอที่แฝงอยู่ทำให้คำพูดนั้นชวนให้รู้สึกถึงภาระที่นางแบกรับ แต่หยางชุนยังคงยืนกรานด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความแค้น
หยางชุน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพยายามข่มอารมณ์โกรธที่ปะทุอยู่ในอก แม้จะเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความอ่อนแอและน้ำตาของผู้หญิงยังคงเป็นจุดอ่อนของเขาโดยเฉพาะเมื่อคนตรงหน้าเป็นอดีตแม่ยายที่เคยมีความสำคัญในชีวิตของเขา"เชิญท่านเข้ามาก่อน..." น้ำเสียงนั้นแม้จะเย็นชา แต่ก็ไม่ได้แฝงความโกรธเกรี้ยวเหมือนก่อนหน้า เขาก้าวถอยหลังเปิดประตูให้กว้างขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณเชื้อเชิญแบบไม่เต็มใจนัก
แม่ของซูหรูเสียน มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโล่งใจเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าและก้าวเข้ามาในบ้านอย่างเชื่องช้า"ขอบใจเจ้ามากนะ หยางชุน... ข้ารู้ว่าเจ้าคงลำบากใจ แต่ข้าสัญญาว่าจะอยู่เพียงไม่นาน"
เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด ใบหน้าที่อ่อนล้าของนางสะท้อนถึงความทุกข์ยากที่ผ่านเข้ามา
หยางชุน ปิดประตูตามหลัง พลางหันไปมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน แม้เขาจะพยายามเย็นชากับอดีตแม่ยายของเขา แต่ในส่วนลึกของหัวใจกลับรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อยจากความน่าสงสารที่นางแสดงออกมา
"แล้วท่านลุง... สามีของท่านล่ะ? ทำไมเขาถึงปล่อยให้ท่านมาหาข้าคนเดียว? หรือเขาไม่มีปัญญาดูแลท่านแล้ว?"
คำถามนั้นเหมือนกรีดลงไปในบาดแผลเก่าที่ไม่เคยสมานดีของอดีตแม่ยาย สีหน้าของเธอแสดงถึงความทุกข์ระทมอย่างชัดเจน น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ ดวงตาที่หม่นหมองหลบสายตาชายหนุ่ม ก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น"สามีของข้า... เขาตายแล้ว... เขาเสียชีวิตในช่วงที่โรคระบาดเข้ามาในหมู่บ้าน"
เธอกลั้นสะอื้น แต่ก็ไม่อาจห้ามน้ำตาที่ไหลลงมาได้ ความเจ็บปวดนั้นสะท้อนออกมาชัดเจนในน้ำเสียง"หลังจากเขาเสียชีวิต ชีวิตของข้าก็ลำบากเหลือเกิน ข้าไม่เคยต้องทำงานหนักหาเลี้ยงตัวเองมาก่อน ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง... แล้วบ้านข้าก็ยังมาโดนไฟไหม้ ซ้ำร้าย... ข้าก็ไม่มีใครให้พึ่งพิง..."
เธอหยุดพูดชั่วครู่หนึ่ง พลางเช็ดน้ำตาด้วยมือสั่นเทา ก่อนจะพูดถึงบุตรสาวของตน"ส่วนหรูเสียน... ตั้งแต่เธอไปอยู่กับท่านแม่ทัพ เธอเคยส่งเงินมาให้ช่วงแรกๆ แต่ไม่นานก็เงียบหายไปเลย ไม่มีจดหมาย ไม่มีข่าวคราวใดๆ ข้าคิดถึงลูกจนแทบขาดใจ แต่ไม่รู้ว่านางอยู่ที่ไหน... หรือว่าชีวิตของนางอาจไม่มีที่ว่างให้ข้าอีกแล้ว..."
เสียงของเธอสั่นเครือในประโยคสุดท้าย ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในอดีต ตอนนี้มีเพียงแววตาแห่งความหมดหวัง
หยางชุน ยืนฟังอย่างเงียบงัน แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขายังจำได้ดีถึงคำพูดดูถูกของพ่อของ ซูหรูเสียน ที่ขัดขวางทุกโอกาสของเขา และผลักไสนางไปเป็น สาวอุ่นเตียงของแม่ทัพ ความแค้นในวันวานยังคงชัดเจน ทว่าเสียงสะอื้นและแววตาของอดีตแม่ยายตรงหน้ากลับกระตุ้นความสงสารในใจของเขาเล็กน้อย
ในบรรยากาศยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงเล็กๆ ในบ้านหลังเก่าของ หยางชุน ชายหนุ่มรูปงามที่นั่งอยู่ในท่าทางสง่างาม ดวงตาของเขาจ้องมองไปยัง แม่ของซูหรูเสียน หญิงวัยสี่สิบปลายที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแต่แฝงไปด้วยความสับสน
หยางชุน เหยียดยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ราวกับแฝงความประชดประชัน
"เหอะ... ท่านเป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวคนเดียวในวัยนี้ จะใช้ชีวิตอย่างไรต่อไปได้? หรือท่านคิดว่ามีใครที่เต็มใจจะช่วยท่านได้จริงๆ?"
คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวใหญ่ชะงักไป เธอรู้ว่ามันคือความจริงที่เธอไม่อาจปฏิเสธ ดวงตาของเธอหลุบต่ำลงเล็กน้อย ขณะที่มือเรียวสั่นน้อยๆ อยู่บนตักของเธอ
หยางชุน กวาดตามองร่างกายของนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แม้ว่าเวลาจะผ่านไปจนเธอมีอายุย่างเข้าสี่สิบปลายๆ แต่ผิวพรรณยังคงเนียนละเอียด เรือนร่างยังอวบอิ่มเย้ายวน ดวงหน้าที่ครั้งหนึ่งเป็นที่จับตามองในหมู่บ้านยังคงมีเสน่ห์อย่างน่าอัศจรรย์หยางชุน เอ่ยอีกครั้ง คราวนี้น้ำเสียงของเขาติดจะจริงจังมากขึ้น"หากท่านยินยอมที่จะมาเป็นสาวอุ่นเตียงให้ข้า ข้าสัญญา... ว่าชีวิตของท่านจะไม่ต้องพบเจอกับความยากลำบากอีกต่อไป ถือเสียว่าเป็นการชดใช้ในสิ่งที่ครอบครัวของท่านเคยทำไว้กับข้า"
คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวใหญ่เบิกตากว้าง ดวงตาของเธอฉายแววตื่นตะลึง ขณะเดียวกัน หัวใจของเธอก็เต้นระรัวด้วยความลังเล เธอหลับตาแน่น สูดลมหายใจลึก ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง มือที่สั่นเครือวางลงแน่นกับตักราวกับตัดสินใจได้แล้ว"ตกลง... ข้าจะเป็นข้ารับใช้ของเจ้า ข้าจะยอมทำในสิ่งที่เจ้าต้องการ ได้โปรด... ดูแลชีวิตที่เหลืออยู่ของข้าด้วย"
น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความยอมจำนน ปนเปื้อนด้วยความอับอายที่ไม่สามารถปกปิดได้
หยางชุน มองดูหญิงตรงหน้า รอยยิ้มที่มุมปากของเขากว้างขึ้นเล็กน้อย เขาพยักหน้าช้าๆ อย่างพอใจ ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังนางอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก"ดี... อย่างน้อยท่านก็รู้จักทางออกที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง ท่านจะไม่ต้องลำบากอีกต่อไป ตราบใดที่ท่านทำตามสิ่งที่ข้าต้องการ"
แม่ของซูหรูเสียน เงยหน้าขึ้นมองอดีตลูกเขยอีกครั้ง แม้หัวใจของเธอจะเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่เมื่อมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยรักลูกสาวของเธอ เธอกลับรู้สึกโล่งใจอยู่ลึกๆ อย่างน้อย หยางชุน ชายหนุ่มรูปงามที่สุดในหมู่บ้าน ก็ยังดีกว่าชายชราอ่อนแอหรือพวกขี้เมาที่ไร้อนาคต
ในใจเธอจึงตัดสินใจแน่วแน่ ว่าเธอจะยอมใช้ชีวิตที่เหลือในแบบที่เขาต้องการ เพียงเพื่อหลีกหนีจากความยากลำบากและความเดียวดายที่แสนทรมาน...
