ตอนที่1 ร้ายทั้งพี่ทั้งน้อง
น้ำขิงนั่งทบทวนเรื่องราวในนิยายที่เพิ่งได้อ่านไปได้ไม่กี่หน้าก่อนจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาเสียก่อน จากนั้นวิญญาณของนางก็มาอยู่ในร่างของคุณหนูเซียวจื่อลู่ น้องสาวของนางร้ายในนิยายที่เธอกำลังอ่าน เธอไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะเป็นเรื่องจริง
นิยายเรื่องเล่ห์รักบุปผางามที่กำลังเป็นที่โด่งดัง เธอที่ไม่อยากตกกระแสหลังจากเลิกเรียน เธอจึงรีบตรงไปที่ร้านหนังสือเพื่อซื้อมาอ่านทันที แต่ในระหว่างที่นั่งรถเมล์กลับบ้านกลับเกิดอุบัติเหตุรถชนกันอย่างรุนแรง ทำให้วิญญาณของน้ำขิงทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเซียวจื่อลู่น้องสาวของนางร้ายในนิยายเรื่องนี้
จากที่อ่านเรื่องย่อ นิยายเรื่องเล่ห์รักบุปผางาม นางร้ายคือเซียวจื่อหลานที่มีใจให้กับพระเอก นั่นก็คือรัชทายาทเว่ยจางหมิ่น เซียวจื่อหลานนางร้ายในเรื่องตามราวีและกลั่นแกล้งนางเอกตลอดเวลา เพราะนางรู้ว่าจางอวี้หลันนางเอกคือคนที่รัชทายาทมีใจ นางจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองเขาโดยไม่สนถูกผิด จนสุดท้ายต้องพาตระกูลพังพินาศจากการกระทำของนางเอง
ความสนุกของนิยายเรื่องนี้เท่าที่นางฟังจากรีวิว เพราะนางยังอ่านไม่จบก็ตุยเสียก่อน นางเอกในเรื่องนี้ไม่ได้อ่อนแอเหมือนนิยายเรื่องอื่น จางอวี้หลันนางเอกที่งดงามอย่างไร้ที่ติ
นอกจากจะงดงามแล้วนางยังเก่งและเฉลียวฉลาด ที่มักจะหาวิธีเอาคืนนางร้ายได้อย่างถึงพริกถึงขิง สร้างความพอใจและสนุกสนานให้กับคนอ่านเป็นอย่างมาก
ตอนได้ฟังรีวิวน้ำขิงก็พอใจเป็นอย่างมากที่นิยายเรื่องนี้นางเอกสู้คนและไม่อ่อนแอ สามารถเอาคืนนางร้ายได้ทุกครั้ง แต่พอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของน้องสาวของนางร้ายในนิยายเรื่องนี้ น้ำขิงในร่างของเซียวจื่อลู่ กลับก็รู้สึกไม่สบายใจและกังวลใจอยู่ไม่น้อยเลย
ถึงนางจะยังอ่านนิยายไม่จบ แต่บทนางร้ายส่วนใหญ่มักจบไม่สวย และเรื่องย่อของนิยายเรื่องนี้ดูเหมือนว่าครอบครัวตระกูลเซียวจะพังพินาศไปพร้อมกับนางร้ายในตอนจบ
ไม่ได้! นางจะปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนั้นไม่ได้ นางต้องหาทางเปลี่ยนแปลงเรื่องราว หรือไม่ก็หาวิธีเปลี่ยนแปลงนิสัยนางร้าย จะได้ไม่มีจุดจบเหมือนในนิยาย
แต่ว่าเดี๋ยวก่อน... นิสัยของร่างนี้ก็ไม่แตกต่างจากผู้เป็นพี่สาวเท่าใดนัก ทั้งร้ายกาจและเอาแต่ใจ นี่มันอะไรกันร้ายทั้งพี่ทั้งน้องเลยรึ สมกับเป็นครอบครัวนางร้าย แต่ว่าในนิยายไม่ได้เอ่ยถึงเซียวจื่อลู่เลยแม้แต่น้อย นักเขียนเน้นบทไปทางนางร้ายและนางเอกเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในเมื่อรู้เรื่องราวอยู่บ้างนางอาจช่วยแก้ไขได้ทันเวลา โชคดีที่ความจำของร่างนี้ยังอยู่ครบถ้วนจึงช่วยนางได้มากเลยทีเดียว
“คุณหนูถึงเวลาดื่มยาแล้วเจ้าค่ะ” เสียงของชิงอีบ่าวรับใช้ข้างกายเซียวจื่อลู่เอ่ยขึ้น พร้อมถือถาดที่มีถ้วยยาเดินเข้ามา
จื่อลู่มองชิงอีด้วยความรู้สึกสงสารและรู้สึกผิด ที่ร่างนี้ทำร้ายนางอยู่บ่อยครั้งเพราะเอาแต่ใจตนเอง แต่นางก็อดทนและไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ ก่อนจะเปลี่ยนนิสัยนางร้ายในนิยาย นางต้องเปลี่ยนนิสัยน้องสาวของนางร้ายก่อนเป็นอันดับแรก
“ชิงอีที่ผ่านมาข้าต้องขอโทษเจ้าด้วยนะ ต่อไปข้าจะไม่ทำนิสัยแบบนั้นอีกแล้ว”
“คุณหนู!” ชิงอีแม้จะแปลกใจแต่ก็รู้สึกดีใจที่นายสาวมีท่าทีอ่อนโยนลงไม่เกรี้ยวกราดเหมือนทุกครั้ง จื่อลู่หยิบถ้วยยามายกดื่มจนหมด ก่อนจะวางลงไปบนถาดที่ชิงอียืนถือรออยู่
“พี่หญิงทำอะไรอยู่หรือ?”
“คุณหนูใหญ่กำลังเลือกชุดที่จะใส่ไปไหว้พระกับฮูหยินผู้เฒ่าในวันพรุ่งนี้เจ้าค่ะ”
“งั้นเจ้าไปบอกท่านย่าว่าข้าจะไปด้วย”
“เจ้าค่ะ”
จื่อลู่คิดว่าหากคิดจะเปลี่ยนแปลงนิสัยนางร้าย นางต้องทำตัวให้สนิทสนมกับพี่สาวมากกว่านี้ เซียวจื่อหลานอายุห่างจากเซียวจื่อลู่หนึ่งปี จื่อหลานอายุ17ปี ส่วนจื่อลู่อายุ16ปี
แต่ไหนแต่ไรมาพวกนางทั้งสองสองคนไม่ค่อยสุงสิงกันเท่าใดนัก เพราะมีนิสัยที่เอาแต่ใจและร้ายกาจพอ ๆ กัน ต่างคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเองโดยที่ไม่ยุ่งกันและกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องค่อนข้างห่างเหิน
แต่ในเมื่อน้ำขิงมาอยู่ในร่างนี้แล้วและไม่อยากให้ครอบครัวและพี่สาวของนางมีจุดจบเหมือนในนิยายนางต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น นางไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องราวดำเนินไปถึงตอนไหนแล้ว แต่อย่างไรยังต้องรีบลงมือก่อนที่มันจะสายเกินไป
เพล้ง! เสียงบางอย่างตกแตกดังสนั่น เซียวจื่อลู่จึงรีบลุกจากเตียงเดินไปดูทันที เมื่อมาถึงก็เห็นบ่าวรับใช้ที่ทำความสะอาด ต่างพากันคุกเข่าหมอบอยู่กับพื้น โดยมีท่านย่ามองด้วยสายตาเอาเรื่อง ซากแจกันโบราณตกแตกอยู่ที่พื้น คนทำความสะอาดคงพลาดไปทำตกแตกโดยไม่ได้ตั้งใจ
“พวกเจ้ามันไร้ประโยชน์จริง ๆ ทำงานแค่นี้ก็ทำให้ข้าวของตกแตกเสียหาย เหตุใดถึงไม่รู้จักระมัดระวัง เห็นทีข้าต้องโบยพวกเจ้าให้หลาบจำ”
“ท่านย่าเดี๋ยวข้าเป็นคนโบยเองเจ้าค่ะ” เซียวจื่อหลานเอ่ยขึ้นมา พร้อมมองบ่าวรับใช้ด้วยสายตาเย้ยหยัน จื่อลู่ใจกระตุกวูบ ไม่เพียงแต่พี่สาวของนางที่เป็นนางร้าย ท่านย่าก็ดูจะร้ายไม่เบาเลยทีเดียว ไม่ได้นางต้องรีบทำอะไรสักอย่าง
“ท่านย่าก็แค่แจกันใบเดียว จะทำให้จิตใจเคืองขุ่นหมองมัวไปทำไมกันเจ้าคะ พรุ่งนี้ท่านย่าก็จะเดินทางไปไหว้พระขอพรแล้ว ต้องทำจิตใจให้บริสุทธิ์และผ่องใสถึงจะได้บุญกุศลใหญ่เจ้าค่ะ การให้อภัยคนจะทำให้ได้บุญกุศลมากเลยนะเจ้าคะ”
เซียวจื่อลู่รีบเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ นางรู้ว่าหญิงชราผู้นี้ชอบเข้าวัดทำบุญ แต่การกระทำกลับสวนทางกับคนที่ชอบเข้าวัดเป็นอย่างมาก นี่สินะเขาถึงบอกว่า หากใจไม่บริสุทธิ์เข้าวัดก็ไม่มีประโยชน์อะไร
“จื่อลู่หลานย่าเจ้าหายป่วยแล้วรึ มานี่เร็วมาให้ย่ากอดหน่อย” จื่อลู่รีบเดินไปให้หญิงชราได้กอดอย่างออดอ้อนและเอาใจ
“ท่านย่าข้านอนป่วยอยู่หลายวัน และฝันว่าได้ไปพบเง็กเซียนฮ่องเต้ด้วยนะเจ้าคะ ข้าเลยจะมาบอกกับท่านย่าว่าพรุ่งนี้ข้าจะไปด้วยเจ้าค่ะ”
หญิงชราได้ฟังก็ตาเบิกกว้างด้วยความดีใจ “เจ้าพูดจริงรึ?”
“จริงเจ้าค่ะ ข้าถึงอยากจะไปไหว้พระที่วัดอย่างไรล่ะเจ้าคะ” จื่อลู่ฉีกยิ้มออกมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่านางไม่ได้โกหก หญิงชรามองหลานสาวด้วยสายตาเอ็นดู
“ท่านย่าท่านเง็กเซียนบอกข้าว่า ดวงชะตาของตระกูลเซียวมีเคราะห์ ต้องหมั่นทำดีและทำบุญให้มากๆ ถึงจะพ้นเคราะห์กรรมไปได้ เรื่องแจกันตกแตกก็ปล่อยผ่านมันไปเถอะเจ้าค่ะ”
หญิงชราถอนใจออกมา “ได้ ๆ ย่าจะเชื่อเจ้า”
เซียวจื่อหลานปรายตามองน้องสาวอย่างประหลาดใจ นางคงฝันเห็นเง็กเซียนฮ่องเต้จริง ๆ เพราะปกตินางไม่ได้ใส่ใจคนในจวนมากนัก เพราะนางร้ายกาจเอาแต่ใจมากกว่านางเสียอีก บ่าวในจวนถูกนางลงโทษมานับไม่ถ้วน นางคงไม่ได้โกหกที่บอกว่าฝันเห็นเง็กเซียนฮ่องเต้
แต่แล้วก็มีเสียงของสตรีนางหนึ่งดังเข้ามา สตรีนางนั้นเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากระหืดกระหอบ “จื่อหลานข้าเห็นคุณหนูจางไปเดินที่ตลาดกับองค์รัชทายาท”
“เจ้าว่าอะไรนะ!!”
