บท
ตั้งค่า

4 ความทรงจำที่คิดว่าลืมไปแล้ว

แขกในงานกำลังทยอยกลับเกือบหมดแล้ว เมลดากับเพื่อนยังนั่งคุยกันอยู่ด้านในศาลาขณะที่บอสตันก็นอนหลับอยู่บนตัก

“ขอบใจทั้งสองคนมากนะที่มางานของพ่อ”

“เราเพื่อนกันนะโมเดล ยังไงก็ต้องให้กำลังใจกันอยู่แล้ว แต่พรุ่งนี้เราอาจจะมาไม่ได้เพราะอาหมอมีตรวจนอกเวลาเอาไว้วันสุดท้ายเราจะมานะ” เดนิสาอยากมาทุกวันแต่เพราะสามีของเธอแลกเวรไม่ได้และลูกของเธอก็เด็กเกินกว่าจะมาร่วมงานแบบนี้

“แต่เรามาได้ทุกวันนะ เราว่างตลอดตอนกลางวันก็ว่าถ้าโมเดลอยากพาบอสตันออกมาเที่ยวก็ชวนเรามาได้”

“ช่วงนี้คงยังไม่เที่ยวหรอก รอเสร็จงานคุณพ่อก่อน เราว่าพาน้องติณณามาเจอพี่บอสตันหน่อยดีไหม” เมลดาเป็นคนเสนอ

“ดีสิลูกเราจะได้เป็นเพื่อนกันเหมือนเราสามคนไง”

“เราคงต้องรีบหาสามีจริงๆ แล้วแหละนะ” อรอินทร์บอกกับเพื่อนทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ

ยังไม่ทันจะได้คุยกันต่อมาวินที่ส่งแขกคนสุดท้ายขึ้นรถแล้วก็เดินเข้ามาก่อน

“พี่วินมาพอดีเลย โมเดลจะแนะนำเพื่อนให้รู้จัก คนนี้ชื่อเดซี่ ส่วนคนนี้ชื่ออิ๊นซ์ค่ะยังโสด”

“สวัสดีครับ ขอบคุณมากนะครับที่มาร่วมงานของท่านประธาน” เขายิ้มทักทายเพื่อนของน้องสาวซึ่งเคยได้ยินเธอพูดถึงอยู่บ่อยๆ

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีค่ะ” เดนิสาและอรอินทร์กล่าวทักทายพี่ชายของเพื่อน

“พี่วินถ้าอยู่กับอิ๊นซ์และเดซี่เรียกว่าคุณพ่อก็ได้ค่ะ โมเดลเล่าเรื่องของพี่ให้เพื่อนฟังแล้ว ต้องขอโทษด้วยนะคะที่โมเดลไม่ได้ถามพี่วินก่อน”

“ไม่เป็นไรหรอกสองคนนี้เขาเป็นเพื่อนสนิทของโมเดลนี่”

“พี่วินไม่โกรธใช่ไหม”

“ไม่โกรธหรอก พี่ดีใจที่โมเดลกลับมาเมืองไทยและยังมีเพื่อนสนิทอยู่ที่นี่ด้วย โมเดลจะคุยกับเพื่อนต่อไหมเดี๋ยวพี่พาบอสตันกลับบ้านเอง”

“เราสองคนก็จะกลับแล้ว โมเดลพาลูกกลับไปนอนเถอะ มีอะไรโทรได้ตลอดนะ”

“ขอบใจทั้งสองคนอีกครั้งนะ”

“จะกลับกันยังไงให้พี่ไปส่งไหม” มาวินถามเพราะเพื่อนของน้องสาวก็เหมือนกันน้องสาวของตัวเอง

“เราสองคนเอารถมาเองค่ะ”

“เดี๋ยวพี่เดินไปส่งที่รถนะ”

เพราะตอนนี้บริเวณวัดค่อนข้างจะเงียบเนื่องจากแขกทั้งสองศาลาที่มีการจัดงานต่างพากันกลับเกือบจะหมดแล้วมาวินเลยเดินมาส่งเพื่อนของน้องสาวที่รถ

“ขอบคุณค่ะพี่วินที่เดินมาส่ง อิ๊นซ์กับเดซี่ฝากพี่ดูแลโมเดลด้วยนะคะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ พี่จะดูแลโมเดลกับลูกอย่างดีที่สุด”

“โมเดลโชคดีมากที่มีพี่อยู่ข้างๆ” เดนิสายิ้มก่อนจะขึ้นรถและขับออกไปจากบริเวณวัด

บทสนทนาของทั้งสามคนทำให้คนที่ยืนอยู่ในมุมมืดได้ยินอย่างชัดเจน

วันนี้วาคิมมาร่วมงานศพของบิดาคนรู้จักขณะที่เขาเดินมาที่รถก็บังเอิญเห็นว่ามีคนกำลังเดินมา เขาจำผู้หญิงสองคนที่เนินเดินนำหน้าได้ แต่ผู้ชายเขายังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่พอทั้งสามคนเดินคุยกันเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เขาก็มั่นใจในทันทีว่าตนเองรู้จักทั้งสามคนเป็นอย่างดี

ผู้หญิงสองคนคือเพื่อนสนิทของเมลดาเธอคือผู้หญิงที่เขาเคยรักส่วน ผู้ชายคนนั้นก็คือรุ่นพี่ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการซึ่งเขาระแคะระคายว่าคือคนที่ทำให้เมลดาเปลี่ยนใจ และทิ้งไปเมื่อ 6 ปีก่อน

ชายหนุ่มยังจำได้ดีถึงเรื่องของเขาของเขากับเมลดาถึงแม้ว่ามันจะผ่านมานานแล้วก็ตาม

ในเย็นวันหนึ่งเมลดาโทรศัพท์มาบอกเขาว่าจะเข้ามาหาที่คณะแต่พอถึงเวลานัดหญิงสาวก็ไม่มา เขารออยู่นานและพอโทรศัพท์ไปถามจึงได้รู้ว่าคนรักของตนไม่ว่าง เนื่องจากต้องไปทำธุระกับที่บ้าน

ในตอนนั้นวาคิมไม่ได้คิดอะไรมากเลยเพราะปกติเมลดาก็มักจะไปทำธุระกับที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่วันนี้มันไม่ใช่แบบที่หญิงสาวบอกเลยเพราะขณะที่เขากำลังขับรถกลับบ้านก็เห็นว่าเมลดา นั่งรถไปกับมาวินชายหนุ่มรุ่นพี่

เขารีบโทรศัพท์ไปหา แต่หญิงสาวก็ตัดสายทิ้งตลอด ด้วยความใจร้อนวาคิมเลยตามไปดักรอเมลดาที่หน้าบ้านแต่รอจนเที่ยงคืนหญิงสาวก็ไม่กลับ เขาเลยพยายามโทรศัพท์ไปหาอีกครั้ง แต่เธอก็ปิดโทรศัพท์ไปแล้ว

ว่าคิมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเขาพยายามจะเข้าใจว่าเธอคงจะมีธุระกับทางบ้านจริงๆ แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือทำไมเธอต้องไปกับมาวินตามลำพังด้วย

วันรุ่งขึ้นวาคิมก็ไปดักรอเมลดาที่ตึกคณะของเธอหลังเลิกเรียนเมื่อเห็นเธอเดินลงมาจากชั้นสองก็รีบตรงเข้าไปหาทันที

“โมเดลว่างไหมผมขอคุยด้วยหน่อยสิ”

“วาคิมมีอะไรหรือเปล่าพอดีว่าเรามีธุระต้องไปทำต่ออีกหลายที่”

“ผมอยากถามว่าเมื่อวานโมเดลไปกับรุ่นพี่คนนั้นอีกใช่ไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“วาคิมรู้ได้ยังไงว่าโมเดลไปกับเขา”

“ก็ผมเห็น”

“นี่แอบตามโมเดลเหรอ ไม่ไว้ใจกันขนาดนั้นเลยเหรอ”

“เปล่านะ ผมแค่บังเอิญเห็นและผมไม่ชอบเลยที่โมเดลออกไปกับผู้ชายคนอื่นแบบนั้น”

“มันไม่มีอะไรหรอก”

“แต่ผมไม่ไชอบ” เขาตะคอกใส่เธอด้วยความโมโห

“โมเดลไม่เคยบังคับให้วาคิมมาชอบหรือไม่ชอบในสิ่งที่โมเดลทำ”

“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ”

“ก็มันจริงนี่ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก”

“เราเป็นแฟนกันนะโมเดล ทำไมถึงพูดแบบนี้”

“ไม่รู้สิโมเดลอยากพูดอะไรก็พูด”

“ผมว่าวันนี้โมเดลเปลี่ยนไปนะมีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มี”

“แน่ใจเหรอว่าตัวเองเหมือนเดิม”

“แล้วแต่วาคิมจะคิดเลยนะ โมเดลขอตัวก่อน”

“จะออกไปกับเขาอีกเหรอ”

“ใช่น่ะสิ”

“โมเดลจะไปกับผู้ชายคนไหนไม่ได้ทั้งนั้น”

“อย่ามาทำเสียงแบบนี้กับโมเดลนะ วาคิมก็แค่แฟนไม่ใช่เจ้าชีวิต”

“โมเดลเปลี่ยนไปมากจริงๆ ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าโมเดลจะเป็นคนแบบนี้”

“โมเดลก็ไม่คิดเหมือนกันว่าวาคิมจะเป็นคนแบบนี้เหมือนกัน วาคิมให้เราผิดหวังมากนะ กลับไปเถอะโมเดลไม่อยากจะคุย”

“แต่ผมอยากคุยกับโมเดลนะ”

“ถามใจตัวเองก่อนเถอะว่าอยากคุยจริงไหมว่าคิม”

นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เขากับเมลดาได้คุยกันเพราะหลังจากนั้นก็ถึงช่วงสอบปลายภาคเขาไม่อยากรบกวนสมาธิของหญิงสาว จึงไม่ได้ติดต่อเธอไปอีกจนกระทั่งสอบเสร็จ

วาคิมรีบไปหาเธอที่คณะในการสอบวันสุดท้ายแต่เขาก็ไปช้ากว่ามาวินเพราะเมลดานั่งรถผ่านหน้าเขาไปโดยไม่คิดจะหันมามองเลยตั้งแต่วันนั้นวาคิมก็ไม่เคยได้เจอกับเมลดาเลย

เขารู้ว่าหญิงสาวออกจากมหาวิทยาลัยและไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ไม่รู้ว่าเหตุผลมันคืออะไรกันแน่ ชายหนุ่มพยายามไปถามเพื่อนสนิทของเมลดาแต่ทั้งสองคนก็ไม่เคยบอกอะไรเขาเลยอีกทั้งยังทำท่าทางรังเกียจจนสุดท้ายเขาก็เลิกตามตื๊อและลืมเธอไปแล้ว
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel