เล่ห์สวาททาสรักจอมมาร(เร่าร้อนโหดเถื่อน)

592.0K · จบแล้ว
ซีไซต์
293
บท
403.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

นางคือจิ้งจอกเก้าหางต้องไปยั่วยวนจอมมารผู้โหดเหี้ยมให้หลุ่มหลงเพื่อยุติสงครามระหว่างแดนสวรรค์และแดนมาร ข่าวลือความร้ายกาจเขานั้นช่างน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง มีสตรีจากแดนสวรรค์เคยถูกส่งไปทำภาระกิจนี้นับไม่ถ้วน สุดท้ายก็ถูกโยนของจากแดนมารด้วยสภาพสะบักสะบอม นางเดินทางมาที่แดนมารด้วยความหวาดกลัว และโชคดีของนางคือ นางได้รับความช่วยเหลือจากบุรุษผู้งดงามหล่อเหลาที่สุดในสามภพ นาม อาเซี่ยน ที่ช่วยให้นางได้พบกับจอมมารผู้โหดร้ายและอาเซี่ยนยังหาวิธีช่วยนางยั่วยวนจอมมารผู้นั้นได้สำเร็จในที่สุด นางจะทำเช่นไรในเมื่อหัวใจของนางมอบให้อาเซี่ยน แต่ ร่างกายของนางกับโหยหาจอมมารผู้โหดเหี้ยมและต้องการเพียงร่างกายของนางเท่านั้น!!! ตัวอย่างบางตอน ราตรีลึกล้ำขึ้นมาทุกขณะ ฮวาเย่ห์หยวนบัดนี้ถูกมัดขึงไว้กับเสากลางห้องนอนใหญ่ของจอมมาร ขาของนางถูกแยกกว้างออกจากกัน จอมมารนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นใบหน้าซุกอยู่ช่วงกลางลำตัวของสตรีร่างเล็ก เขาครางออกมาด้วยเสียงก้ำกึ่งระหว่างกระหายและรัญจวนใจ เบื้องบนร่างบางของฮวาเย่ห์หยวนยืนอ้าปากหอบกระเส่ารุนแรง ทุกการสัมผัสจากปลายลิ้นของจอมมารที่ดูดกลืนร่างกายของนางอย่างหิวโหยดุจหินร้อนที่นาบลงบนเนื้อสาวที่แผดเผาร่างแบบบางให้กลายเป็นผุยผง ฮวาเย่ห์หยวนร้องครวญครางแอ่นกลีบสวาทเข้าสู่ปากและลิ้นของเขาผู้อยู่เหนือมาร ลำตัวของนางมีเลือดไหลซึมจากการดูดกลืนของเขาหอบสะท้านขึ้นลงหาได้มีความเจ็บปวดอันใดจะมาเทียบเท่าอารมณ์เสียวซ่านที่จอมมารกำลังปรนเปรอ มือที่ถูกเขามัดรวมไว้ด้านหลังเสาจับกันแน่นเมื่ออารมณ์พุ่งสูงขึ้น "ได้โปรดปลดปล่อยข้าเถิด ข้าไม่ไหวแล้ว" นางอ้อนวอนเสียงสั่นเครือ ใบหน้างดงามหยาดเยิ้มยั่วยวนกัดปากกลั้นใจทุกครั้งที่โดนลิ้นร้อนจ้วงแทงลงมา "นี่หรือคิดจะเป็นทาสของข้าตลอดไปไม่ทันไรเจ้าก็อ้อนวอนให้ข้าปลดปล่อยเสียแล้ว" เขาแบะขาของนางกว้างขึ้นแล้วดึงขาเรียวมาพาดบ่าของเขาไว้ ก้มใบหน้าซุกไซร้ดูดกลืนความหวานอย่างย่ามใจ ใบหน้าของนางแหงนเงยขึ้นทรมานด้วยความต้องการสัมผัสร่างของลูบไล้เขาแต่กลับโดนเขามัดมือไว้กับเสาเช่นนี้จึงทำได้แต่มองเขาด้วยความหิวกระหาย ผมยาวของนางระอยู่กับบั้นเอวและเชิงสะโพกกลมงดงาม ดวงตาฉ่ำเยิ้มคอยมองเขาดูดกลืนตนเองด้วยความปรารถนา ปากของนางเผยอ ส่งเสียงครางตอบรับการรุกรานจากปากและลิ้นของเขา จอมมารเหลือบตาขึ้นมองเห็นปทุมถันคู่งามพวยพุ่งตระหง่านเปลือยขาวสล้างภายใต้ความมืด เม็ดบัวชูชันรอคอยให้เขาขยับร่างเข้าไปดูดชิม กิริยาเปิดเผยและร่านรักของนางทำให้จอมมารยิ่งกระหายอยากจะมอบความทรมานที่วาบหวามให้กับนางมากขึ้น มือของเขายกขึ้นกอบกุมพุ่มปทุมถันอวบใหญ่สมบูรณ์เต่งตึงไว้เต็มกำ ในขณะที่ปากดูดเลียติ่งเกสรรับรู้ถึงความนุ่มยุ่นน้ำทิพย์หยาดเยิ้มของนาง ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้นอกจากจะไม่สามารถดับความรุ่มร้อนที่กำลังก่อเป็นพายุลูกใหญ่ได้กลับยิ่งทำให้จอมมารกระหายจัดเพิ่มขึ้น ฮวาเย่ห์หยวนขาสั่นระริกเมื่อเขาปักลิ้นจาบจ้วงลงมา จอมมารใช้ปลายลิ้นวนรอบเกสรกุหลาบและปากทางเข้าถ้ำสวาทของนางช้าๆ ฮวาเย่ห์หยวนกลับต้องการมากกว่านั้น นางอยากให้เขาอยู่ในกายของนาง รักนางกระแทกร่างของนางแต่กระนั้นก็ยังรอคอยด้วยใจระทึกหวังให้เขาดูดกลืนนางด้วยปลายลิ้นอยู่เช่นนี้

นิยายรักโรแมนติกนิยายจีนโบราณแต่งงานสายฟ้าแลบนางเอกเก่งรักหวานๆดราม่าจอมมารจีนโบราณโรแมนติกนิยายจีน

บทที่ 1 จิ้งจอกเก้าหางน้อย

ในอดีตกาลสัตว์ในเผ่าวิเศษน้อยใหญ่ล้วนถูกไล่ล่าจากเหล่ามาร เทพ เซียน หรือแม้กระทั่งมนุษย์ เพื่อนำร่างกายและเลือดมาปรุงเป็นยาวิเศษ จึงทำให้พวกมันต่างดิ้นรนเสาะแสวงหาหนทางเพื่ออยู่รอด

ทุกครั้งที่เกิดการไล่ล่าจากมนุษย์ เหล่าสัตว์เวทซ่อนตัวอยู่นานจวบจนความมืดเข้าครอบคลุมสิ้นไร้เสียงแห่งการล่าอีกต่อไป

จิ้งจอกเก้าหางน้อยตนหนึ่งพ่นลมหายใจออกมาอย่างช้า ๆ เบาบางที่สุดด้วยความระแวดระวังเมื่อสัตว์ตัวน้อยเห็นว่าบัดนี้ปลอดภัยแล้วจึงเคลื่อนกายว่องไวออกมาจากที่กำบังพร้อมด้วยสัตว์ตัวอื่น

อีกทิศหนึ่งมีลำแสงชุมนุมสว่างเป็นสัญลักษณ์ จิ้งจอกน้อยเดินตามแสงเพื่อเข้าไปร่วมชุมนุมกับเหล่าสัตว์วิเศษตนอื่นด้วยความหวาดหวั่นด้วยยังตื่นตระหนกหวาดกลัว

เป็นเพราะจิ้งจอกเก้าหางน้อยนั้นไร้ซึ่งบิดามารดาเฉกเช่นผู้อื่น

เมื่อมองพ่อแม่ลูกอยู่พร้อมหน้าส่วนตนเองเป็นเพียงจิ้งจอกกำพร้าร่างน้อยก็สั่นเทาการมีชีวิตเพียงลำพังหาได้ง่ายดายอย่างที่นางกำลังเสแสร้งออกมา ความน่ากลัวที่สุดในโลกนี้สำหรับนางแล้วคือการไร้ซึ่งครอบครัวหาใช่การที่คอยเร้นกายหลบหนีมนุษย์ไม่

"หากปล่อยเป็นเช่นนี้ต่อไปลูกหลานของเรามีอันดับสิ้นแน่ พวกเราต้องหาทางปกป้องพวกเขา"

ประมุขเผ่าสัตว์วิเศษใบหน้าเป็นสิงโต รูปร่างเป็นเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่เอ่ยขึ้น

"มีเพียงวิธีเดียวที่จะหลุดพ้นจากการไล่ล่านี้ได้คือต้องทำข้อตกลงกับเผ่าสวรรค์ให้พวกเขาคอยคุ้มครอง"

รองประมุขเผ่าสัตว์วิเศษผู้มีปีกคล้ายนกรูปร่างคล้ายกระต่ายแลดูน่ารักเอ่ยกล่าวต่อ

"พวกเจ้าก็รู้ว่าเผ่าสวรรค์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องกฎแห่งความเป็นไป พวกเราเป็นเผ่าสัตว์วิเศษหากไม่ได้ถูกจับเพื่อใช้ในการทำสงครามล้วนถูกจับไปทำยาและของวิเศษ เผ่าของเราเป็นผู้ถูกล่ามาแต่โบราณถือเป็นความเป็นไปในโลกนี้ เผ่าสวรรค์จึงไม่เคยสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยว" ประมุขเผ่าสัตว์วิเศษกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าหนักใจ

"หากแต่ก่อนมีเพียงเทพและมารเท่านั้นที่ใช้ประโยชน์จากพวกเราก็ดีกว่านี้ อย่างน้อยพวกเขามีเหตุผลมากกว่าพวกมนุษย์ใจมารเหล่านั้น ทั้งเทพเซียนและมารยังนำพวกเราไปเป็นสัตว์เลี้ยง หากจะใช้ประโยชน์จากร่างกายก็เลือกสัตว์เวทที่แก่ชราใกล้สิ้นอายุขัยเท่านั้น แต่ในตอนนี้มนุษย์พวกนั้นหันมาฝึกทั้งวิชามารและเซียนกลับกระโดดเข้ามาเข่นฆ่าเราด้วย พวกเราจึงต้องหลบหนีอยู่ทุกวันนี้เพราะเผ่ามนุษย์เลวทรามนั่นแท้ๆ "

สุนัขเวทแผงคอสีขาวสะอาดตนหนึ่งเอ่ยขึ้น

"ข้ารู้มาว่าหากเราบำเพ็ญเพียรมีตบะแก่กล้าก็จะสามารถกลายร่างเป็นเซียนได้ เช่นนั้นความหวังที่จะรอดพ้นจากการไล่ล่าก็มี ลูกหลานของพวกเราก็ไม่ต้องกลายเป็นเหยื่อของเผ่าต่างๆ อีก" ประมุขนั่งลงแล้วกล่าวอย่างมีความหวัง

"ท่านประมุขก็รู้ว่าการบำเพ็ญเพียรไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ ต้องอาศัยความอดทนอย่างสูงมีผู้ที่เคยทำได้ไม่มากทุกตนล้วนเป็นสัตว์เวทชั้นสูงถูกเลี้ยงดูโดยเทพเซียนบนสวรรค์ สัตว์เวทธรรมดาอย่างพวกเราไม่เคยมีปรากฏว่ามีผู้ใดทำได้ ข้าว่าเรื่องนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ ลูกหลานเราล้วนซุกซนพวกเขาสามารถนั่งนิ่งๆ ได้ไม่ถึงก้านธูปก็หมดความอดทนเสียแล้วส่วนผู้ใหญ่อย่างพวกเราก็ต้องคอยดูแลพวกเขาอีกเช่นนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปนั่งบำเพ็ญเพียรกันเล่า"

สุนัขจิ้งจอกตนหนึ่งเอ่ยอย่างไร้ความหวัง

เสียงดังสวบสาบคล้ายเสียงแหวกอากาศของธนูดังขึ้นพร้อมเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนของสัตว์เวทดังจากอีกฟากของป่า

เหล่าสัตว์เวทต่างพากันตื่นตระหนก พวกเขาเคยได้ยินมาว่าเวลานี้มีการไล่ล่ายามราตรีที่มนุษย์เรียกอีกอย่างว่าการล่ารัตติกาล

สัตว์น้อยใหญ่เริ่มกระจัดกระจายตัวต่างหลบหนีหาที่ซ่อนกาย ทิ้งคำพูดเรื่องการบำเพ็ญเพียรไว้เบื้องหลัง เวลานี้ทุกคนต่างดิ้นรนเข้าที่กำบังหาได้มีผู้ใดสนใจถ้อยคำนั้นอีกต่อไป

จิ้งจอกน้อยเก้าหางนั่งฟังพวกผู้อาวุโสของเผ่าพูดคุยกันโดยไม่ปริปากอยู่เมื่อครู่เมื่อได้ยินว่ามีการล่ารัตติกาลแถวนี้ก็รีบวิ่งเร้นกายเข้าที่กำบัง

นางเป็นจิ้งจอกกำพร้าอาศัยเอาชีวิตรอดมาได้ทุกวันนี้ด้วยความเฉลียวฉลาดและความคล่องแคล่วของตนเอง แม้จะอายุเพียงสามร้อยห้าสิบกว่าปีแต่กลับมีสติปัญญาเกินเด็กทั่วไป

อาจเป็นเพราะว่าบิดามารดาของนางเคยเป็นสัตว์เลี้ยงของเทพผู้สูงส่งมาก่อน ในอดีตสัตว์ทั้งสองอยากครองรักกันเพียงลำพัง เซียนบนสวรรค์ผู้ชุบเลี้ยงจึงอนุญาตให้พวกเขาออกจากแดนสวรรค์

เรื่องเลวร้ายเมื่อพวกเขาคลอดนางมาได้ร้อยกว่าปีก็ถูกมนุษย์ฆ่าตายในขณะที่ออกมาหาอาหารในเช้าวันหนึ่ง นางจึงกลายเป็นกำพร้าอาศัยอยู่เพียงลำพังมาตั้งแต่นั้น

วาจาที่สัตว์เวทตนนั้นเอ่ยยังดังก้องในหู นางไม่อยากหนีเช่นนี้ไปตลอดชีวิต นางต้องบำเพ็ญตบะจนกลายเป็นเซียนให้ได้ ในเมื่อเคยมีสัตว์เวททำได้ นางก็ย่อมทำได้เช่นกัน

สุนัขจิ้งจอกเก้าหางสีขาวเร้นกายในความมืดมิด นางกระโดดเข้าไปยืนอยู่ข้างๆ ประมุขสัตว์เวทซึ่งเร้นกายในที่กำบังเดียวกันกับนางและสัตว์เวทตนอื่นอีกสามตน

"ท่านประมุขโปรดช่วยชี้แนะข้าน้อยด้วย หากว่าข้าต้องการจะบรรลุเซียนต้องทำเช่นไร"

นางกระซิบถามเสียงเบาดวงตาใสซื่อสุกสกาวสีเหลืองอำพันจ้องประมุขสัตว์เวทด้วยความหวัง