Chapter 2 ฮีโร่
“ปล่อยฉัน..ปล่อยฉันสิ..ไอ้คนชั่ว”
“เออ..แหกปากไปเถอะมึง เดี๋ยวคืนนี้กูจะเย็บให้ร้องไม่หยุดทั้งคืนไปเลย”
ทันใดนั้นแสงไฟสูงก็สาดใส่วาบเข้ามา นับว่ายังไม่ถึงคราวเคราะห์ของปลายฝนเลยเสียทีเดียว เมื่อมีรถกระบะโฟว์วิลไดร์ฟวิ่งผ่านมาจอดตรงหน้า
“เฮ้ย.. อะไรวะ ไม่ใช่เรื่องของพวกมึงอย่าเสือกดีกว่า”
ชายหนุ่มอีกสามคนเดินเข้ามาหาผู้มาใหม่อย่างเอาเรื่อง ชายหนุ่มคนหนึ่งกระโดดลงจากรถโฟว์วิลไดร์ฟฝั่งคนขับ เขาเป็นคนผิวเข้มใบหน้าคมใส่เสื้อแขนยาวลายสก๊อต
“ไม่เสือกไม่ได้ว่ะ นี่เป็นอาณาเขตของพ่อเลี้ยงเมฆา พวกหมาหมู่อย่างพวกมึงปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้ แล้วก็ออกไปจากที่ตรงนี้เร็วๆ ด้วย”
“ปากดีนะมึง กินหมัดกูหน่อยเป็นไร”
ชายสามคนปรี่เข้ามาหมายจะทำร้าย คนที่มาใหม่ แต่คนนั้นกลับควักปืนสั้นออกจากเอวแล้วชี้ไปที่หน้าหนึ่งในสามคนนั้น
“หรือมึงอยากจะลองกินลูกตะกั่วสักเม็ดไหมล่ะ มึงคงเป็นนักเลงรับจ้างปลายแถวที่พึ่งมาอยู่แถวนี้เลยไม่รู้จักกูสินะ จำชื่อกูไว้กูเวหามือขวาของพ่อเลี้ยงเมฆา ฉายา เวหานัดเดียว รึมึงอยากลอง บอกเลยกูไม่เคยพลาด ยิ่งระยะใกล้ๆ แบบนี้ด้วยกูยิ่งถนัด”
ปัง!! เสียงกระสุนยิงเฉียดหน้าหนึ่งในสามไปนิดเดียว แต่กระสุนนัดนี้ไม่ได้ออกมาจากปลายกระบอกปืนของเวหา แต่เป็นของอีกคนที่พึ่งจะก้าวลงจากรถ ใบหน้านิ่งหล่อเข้มราวฟ้าประทาน สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มปลดกระดุมสองเม็ดสวมทับในกางเกงยีนส์สีเข้ม
“ไอ้เวย์กูให้มึงมาเคลียร์ทาง มึงมัวมาเสียน้ำลายทำไม ท้ายไร่กูมีที่ให้ฝังอีกเยอะ พวกผีไม่มีญาติคงอยากได้เพื่อนเพิ่ม จะทำอะไรก็รีบทำเวลากูมีค่า”
ชายหนุ่มผู้เป็นนายสั่ง เขาจึงพยักหน้าเล็งปลายกระบอกปืนไปที่กลุ่มชายชั่วทั้งห้าเตรียมเหนี่ยวไก ชายฉกรรจ์ทั้งห้าวิ่งหนีขึ้นรถพร้อมตะโกนฝากฝังก่อนขับหนีออกไป
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง”
“มึงจะมาเอาคืนเมื่อไหร่ก็บอก กูพร้อม”
เวหาตะโกนไล่หลังไป ซ่อนกลิ่นเดินเข้ามายกมือไหว้ทั้งสองคน
“ขอบคุณพ่อเลี้ยงกับพ่อเวหามากเลยนะจ๊ะ นี่ถ้าไม่ได้พ่อเลี้ยงกับพ่อเวหานังหนูของน้าคงแย่”
ส่วนตัวลูกสาวพอเป็นอิสระวิ่งเข้าไปกอดผู้เป็นพ่อและแม่ แล้วหันมายกมือไหว้ขอบคุณคนทั้งคู่ ใบหน้าสวยเปื้อนคราบหน้าตา กับดวงตาที่บวมช้ำแลดูหมองเศร้า เธอสบตาคนที่มาช่วยตนแล้วต้องหลบสายตาวูบ เพราะสายตาที่มองมานั้นไม่ต่างจากราชสีห์ผู้ทรงอำนาจ ที่กำลังจ้องมองหนูตัวเล็กๆ อย่างเธอ
“เวหา”
“ครับพ่อเลี้ยง เดี๋ยวผมจัดการให้”
เวหาที่เพียงมองตาผู้เป็นนายก็รู้ใจ เขาเดินเข้าไปดูอาการลุงพัน
“ไปหาหมอกันลุงพัน ลุกไหวไหม”
“ไม่เป็นไรหรอกครับพ่อเวหา ลุงไม่ได้เป็นอะไรมาก นอนพักสักสองสามวันเดี๋ยวก็หาย”
“อย่ามาทำเกรงใจตอนนี้เลยลุง ไปให้หมอดูอาการเสียหน่อยก่อนดีกว่า เดี๋ยวฉันกับพ่อเลี้ยงพาไปส่งที่อนามัย”
สามพ่อแม่ลูกปีนขึ้นมานั่งที่เบาะหลังคนขับ บรรยากาศในรถเงียบแทบได้ยินเสียงลมหายใจของแต่ละคน เวหาจึงพยายามทำลายความเงียบด้วยการชวนทุกคนคุยจนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทางสถานีอนามัย
เมื่อมาถึงพยาบาลสาวใหญ่วัยใกล้เลขห้า เดินเข้ามาตรวจดูอาการ ทำแผลและจัดยาให้
ปลายฝนยกมือไหว้ขอบคุณพยาบาล แล้วหันไปไหว้ขอบคุณเวหา
“หนูขอขอบคุณพี่พยาบาลและพี่เวย์มากนะคะ”
เวหายิ้มรับพร้อมชี้ออกไปทางด้านนอกที่มีเจ้านายของเขายืนอยู่
“ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอกปลาย คนที่ปลายต้องขอบคุณก็คือพ่อเลี้ยงโน่น”
ปลายฝนหันไปทางที่เวหาชี้ เห็นพ่อเลี้ยงหนุ่มยืนอยู่ที่ระเบียงหน้าสถานีอนามัย เธอจึงเดินเข้าไปหาด้วยความประหม่ากลัวในบุคลิกที่น่าเกรงขามของอีกคน เธอยกมือไหว้ด้วยรอยยิ้มพร้อมกล่าวคำขอบคุณกับเขา ซึ่งเขาก็หันหน้ามามองแล้วพยักหน้าว่ารับรู้โดยไม่มีคำพูดใดเอ่ยออกมา
หลังจากเสร็จภารกิจที่สถานีอนามัย เวหาก็ขับรถไปส่งสามพ่อแม่ลูกที่บ้านแล้วจึงค่อยขับเข้ามาส่งพ่อเลี้ยงที่เรือนพักในไร่
“เดี๋ยวช่วยไปสืบทีว่า ครอบครัวนี้ไปมีเรื่องกับใคร ถึงต้องตามมากระทืบกันถึงในเขตไร่ของฉัน ได้เรื่องอย่างไรมารายงานฉันด้วย”
“ครับพ่อเลี้ยง”
ทั้งคู่แยกย้ายกัน เวหากับเมฆาถูกเลี้ยงมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก พ่อของเวหาก็เป็นทั้งเพื่อนและบอดี้การ์ดของพ่อเมฆา และเมื่อเวหาอายุได้สิบแปดพ่อเขาก็เสียชีวิตลงจากการช่วยคุ้มกันพ่อของเมฆา หลังจากนั้นเวหาถูกเลี้ยงและดูแลโดยครอบครัวของเมฆา ซึ่งเลี้ยงดูไม่ต่างไปจากเมฆาประดุจเหมือนเป็นลูกอีกคนหนึ่งของครอบครัว
แต่เวหาจะเจียมตัวและให้ความเคารพเมฆาประดุจเจ้านายคนหนึ่งเหมือนกับที่พ่อของเขาปฏิบัติกับพ่อของเมฆา เขาจึงเป็นทั้งมือขวา เป็นทั้งบอดี้การ์ด บางครั้งเป็นพี่ชาย บางครั้งเป็นเหมือนเพื่อน เรียกว่าชีวิตของเวหานี้ได้มอบให้เมฆาไปแล้ว ทั้งคู่จึงรู้ใจซึ่งกันและกัน
เมฆาจึงสร้างเรือนพักหลังเล็กๆ ตามความต้องการของเวหา แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อยู่ในบริเวณไร่ไม่ไกลจากเรือนพักของเมฆาเท่าไรนัก
พอแยกย้ายกัน เมฆากลับเข้าที่พัก อาบน้ำเสร็จเขาล้มตัวลงนอน แต่กลับไม่สามารถข่มสายตาให้หลับลงได้ เพราะใบหน้าหวาน ดวงตาแสนเศร้าที่บวมช้ำจากการร้องไห้ได้เข้ามาก่อกวนหัวใจเขาไม่หยุดหย่อน กว่าเขาจะข่มตาให้หลับได้ก็ใช้เวลาไปเกือบค่อนคืน
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้
“พ่อเลี้ยง.. เหมือนที่บ้านลุงพันลูกจ้างในไร่พ่อเลี้ยงจะมีปัญหานะครับ”
“ใครมันมาก่อเรื่องในนี้วะ ถ้าเป็นเรื่องทะเลาะกันธรรมดาก็ปล่อยให้มันเคลียร์กันเอง”
“น่าจะไม่ธรรมดาแล้วพ่อเลี้ยง ดูเหมือนมันจะฉุดลูกสาวลุงพันขึ้นรถด้วย”
“ไปเวย์เราต้องเอาตีนไปแกว่งหาเรื่องหน่อยแล้ว ใครแม่งบังอาจมาทำตัวเกะกะในถิ่นพ่อเลี้ยงเมฆา เดี๋ยวมันจะไม่ได้ตายดี”
“ไม่เป็นไรครับพ่อเลี้ยง เดี๋ยวผมจัดการให้เอง”
