อาการคนท้อง คนไม่ท้องเครียดแล้วนะ
คมธรณ์เลือกเวลาเปิดตัวเมียเด็กที่ท้องแล้วได้อย่างอลังการมาก
เขาให้รางวัลตุ๊กตาทองกับตัวเองเลยล่ะงานนี้
นังเมียใหม่ตัวแสบร้องกรี๊ดๆ แถมทำท่าจะมาหยุมน้ำขิง มีสิทธิ์อะไรวะ! น้องตกใจมากตอนเขาเข้ามาขวางแล้วปัด...ต้องเรียกว่าแบบนั้น ดีแล้วที่ไม่ต่อยเอา หล่อนกระเด็นกลิ้งกับพรม หลังจากที่เจ้าหล่อนลุกพรวดและย่างสามขุมเข้ามาหาเขาและน้ำขิง
เมื่อทิชากระเด็นไปกองที่พื้นแล้ว ก็ถึงบทพ่อของเขา ที่ลุกขึ้นมาโวย ว่าเขาเป็นลูกเลว บลาๆๆ เขาไม่ได้ฟังเพราะมัวแต่ขำ...ทิชากับสภาพนั้น...ไม่ได้ชอบทำร้ายผู้หญิงแต่สะใจว่ะ
ลงท้ายด้วยการที่เขาหอบพาน้องมาที่คอนโด ดีที่เขาซื้อที่นี่ไว้ ตามที่ไอ้ศาสตร์ เพื่อนผู้ที่สมองเป็นเลิศเรื่องเงินๆ ทองๆ แนะนำ ว่ามันจะกลายเป็นเงินเกษียณ สินทรัพย์ในอนาคต ระหว่างทางก็สามารถสร้างรายได้ เขามีเงินใช้ทุกวันนี้ก็เพราะมันนี่แหละส่วนหนึ่ง ที่เอาเงินประกันของแม่ที่มอบให้เขาไปลงทุนกับไอ้ศาสตร์ เขาเลยลอยชายไปมา กวนตีนพ่อ กวนตีนเมียใหม่พ่อ ไม่ยอมไปช่วยงานที่บริษัท ลั้นลาได้มาจะปีหนึ่งล่ะ
เขามีที่อยู่ให้น้องให้ตัวเองระหว่างหลบภัย ก็ต้องเรียกว่าแบบนี้ เขามีที่ให้น้องดูแลตัวเอง ไปจนกว่า...น้องจะคลอด
จริงๆ แล้วทำไมเขาคิดไม่ได้วะ
ปล่อยน้ำขิงอยู่ที่นี่ ให้เงินใช้ มารับไปหาหมอบ้างดูแลตามหน้าที่ที่ควรทำ มันก็คงจะพอแล้วละ ส่วนเขาไหนๆ น้องก็จะปล่อยให้เขาเป็นอิสระหลังจากคลอด ฉะนั้นเขาจะไปอยู่ที่ไหน ไปทำอะไรก็ย่อมได้
สมองคิดปราดๆ จะอย่างไรเขาก็ยังไม่อยากมีพันธะมาห้อยคอ แม้ว่าจะสงสารเด็กสาวมากก็เถอะ
“หิวไหม?”
เขาถามเมื่อจอดรถและกำลังจะเดินขึ้นคอนโดด้วยกัน เขาพาน้องตะลอนมาเกือบทั้งวัน เมื่อกี้จะได้กินข้าวเย็นก็ดันไม่ได้กิน เขาดันเปิดตัวน้องพังมื้ออาหารเย็นแสนสุขของครอบครัวไปซะแล้ว
“เอ่อ...”
น้ำขิงพยักหน้า เธอนิ่วหน้านิดๆ เพราะหิวจนแสบท้อง แต่ไม่กล้าบอกเขา คมธรณ์พาเธอเข้าไปที่เซเว่นข้างคอนโด บอกให้น้ำขิงเลือกของกินได้ตามสบาย เขาเลือกได้ข้าวกล่อง กล่องหนึ่งเอาไปให้พนักงานเวฟ แล้วตาก็สะดุดกับนมยี่ห้อหนึ่งที่เขามักจะให้เป็นของขวัญกันเวลาที่รู้ว่าเมียใครท้อง เป็นนมยอดฮิตสำหรับเป็นของฝากคนตั้งครรภ์ เขาก็มองน้ำขิงที่ยืนเลือกของกินอยู่ แล้วก็หยิบมาสองแพ็ก เขาหยิบมือถือขึ้นมาเสิร์ชหาว่า คนตั้งครรภ์อ่อนๆ ควรกินอะไรบ้าง บำรุงอย่างไร
แล้วเขาก็ได้ของให้น้องอีกหลายรายการ เขาจ่ายเงินแล้วพาเธอเดินเข้ามาในคอนโด และรอลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นของตนเอง เขาหอบของพะรุงพะรัง ให้น้ำขิงถือแค่ไม่กี่อย่าง เขาเห็นน้องกำลังจะจิ้มไส้กรอกในถุงกิน ก็ห้ามไม่ให้น้ำขิงกินไส้กรอก เขายื่นมือขอถุงไส้กรอกจากน้อง น้องมองเขาตาแป๋วแหวว กลืนน้ำลาย...จนเขาเห็นชัด แต่เธอก็ส่งให้เขาแต่โดยดี
“เอ่อ ทำไมกินไม่ได้ล่ะ”
“มันไม่เหมาะกับคนท้อง พวกอาหารปรุงแต่ง”
เขาว่า ทำตัวเป็นคนมีความรู้ด้านคนท้องไปแล้วตอนนี้
“ต้องกินอาหารปรุงสุกใหม่ จริงสิ พวกอาหารเวฟก็ไม่ควรกินนะ เดี๋ยวพวกนี้พี่กินเอง ส่วนน้ำขิงเดี๋ยวไปสั่งอาหารใหม่มาให้”
“แต่หนูหิว หนู...อยากกินไส้กรอก”
อะไรบางอย่างทำให้น้ำขิงรู้สึกน้อยอกน้อยใจ จนน้ำตาคลอ เธอเบะปาก ก่อนจะน้ำตาร่วง
“ฮือ...ขอหนูกินไม่ได้เหรอ”
“อะ เอ่อ ตายละ ร้องไห้เลยเหรอ เอ้าๆ กินได้จ้ะ กินได้”
“ฮือๆ ถ้าหนูกินไป คุณบอกว่าไส้กรอกมันไม่ดี ลูกจะเป็นอะไรไหม ฮือๆ แต่หนูอยากกินมาก”
“โอ๊ย...โธ่ น้ำขิงเอ๋ย กินได้สิ กินได้ พี่ขอโทษที่พี่ห้าม”
เธอรับถุงไส้กรอกคืนจากเขา กินทั้งน้ำตา ขณะที่เขาพาเธอขึ้นลิฟต์
อา...
ทำไมทั้งน่ารัก น่าเอ็นดู และน่าสงสารไปพร้อมกันนะ น้ำขิง
เฮ้อ...
ไอ้ความคิดจะปล่อยให้น้องอยู่คนเดียว แล้วเขาขอหลีกไปใช้ชีวิตโสดๆ แวะมาดูแลบ้างตามหน้าที่อันควรทำ เป็นอันจะต้องพังไปแล้วตอนนี้
คมธรณ์กลอกตา พรูลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด หงุดหงิดตัวเองนั่นแหละ น้องหันมาเห็นอาการนั้น ไส้กรอกยังคาปาก เธอรีบกลืน และถามเขาเสียงละห้อย
“คุณไม่ชอบที่หนูกินของที่คุณห้ามเหรอ”
“เปล่า”
“แต่คุณถอนหายใจดังมากๆ เมื่อกี้ แล้วก็หน้าบึ้ง คุณ...คุณโกรธหนูเหรอ จริงสิคุณก็ควรโกรธแหละ หนูทำให้ชีวิตคุณยุ่งไปหมด”
เจ้าตัวน้ำตารื้นอีกแล้ว ถึงชั้นที่เป็นห้องของเขาพอดี เขาพาน้ำขิงเดินเข้าไปในห้อง ห้องของเขาใหญ่โตมาก ในสายตาของน้ำขิง มันใหญ่กว่าบ้านของเธอทั้งหลังเสียอีก
เขาวางของลงตรงโต๊ะหน้าโซฟา ปลดเป้ของน้ำขิงที่อาสาถือให้ลงมา ก่อนจะวางไว้บนพรม เขาถอนใจ มองหน้าน้ำขิง ที่มองเขาแล้วทำตาปริบๆ
น้ำตายังคงคลอหน่วง
ตากลมโตของเธอสวย และสื่ออารมณ์ได้ชัด ตอนนี้มันก็ชัดว่าสาวน้อยกำลังเศร้าโศก
ใครจะไปอดใจไหวกัน...
เขาดึงน้องมากอด น้ำขิงตัวแข็งทื่อ เขาลูบผมเธอเบาๆ พร้อมกับเอ่ยออกมาเสียงอ่อนโยน
“พี่ไม่ได้โกรธ คนที่ควรจะโกรธคือน้ำขิง พี่มากกว่าที่ทำให้ชีวิตน้ำขิงวุ่นวาย ต้องมามีภาระ ต้องมาเป็นแม่...ทั้งที่น้ำขิงยังไม่พร้อม แถมยังทำร้ายทั้งกายและใจของน้ำขิงไปอีก พี่ขอโทษกับสิ่งที่พี่ทำลงไปทั้งหมด น้ำขิงให้อภัยพี่นะ”
“ค่ะ”
ไม่คาดคิดว่าเขาจะพูดแบบนั้น เธอหัวใจเต้นแรง น้ำตาหยุดไหล เมื่อเขาเชยคางมนให้เงยมองหน้าเขา นัยน์ตาคู่นั้นอบอุ่นเหลือเกิน ไม่เคยมีใครมองเธอด้วยสายตาแบบนี้มานานมากแล้ว
ตื้นตันจนน้ำตาไหลออกมาอีกแล้ว ห้ามไม่อยู่จริงๆ อาจจะเพราะฮอร์โมนที่แปรปรวนในระยะการตั้งครรภ์
“ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ เด็กดี”
“หนูห้ามตัวเองให้ร้องไห้ไม่ได้ พักนี้หนูเป็นอะไรก็ไม่รู้ ทั้งที่หนูเป็นคนร้องไห้ยากมาก ตาตีจนขาแตกหนูยังไม่ร้องไห้เลย โดนคนล้อ โดนคนด่าก็ไม่ร้อง ตกท้องร่องเพราะไปส่งเหล้าขาหัก ก็ยังไม่ร้องเลย”
โถ แม่คุณ จะต้องโตมาแบบไหนกันหนอ แต่ต่อไปนี้ เขาจะไม่ให้เธอต้องได้พบเจอกับอะไรแบบนี้อีก เขาสาบานกับตัวเอง
น้ำตาของน้ำขิงต่อไปนี้มีแต่น้ำตาแห่งความสุข
และใครที่ทำให้น้องร้องไห้ เขาจะทำให้มันร้องไห้มากกว่าน้องเป็นสองเท่าแน่ละ
“เอาเถอะ อยากร้องก็ร้อง พี่ไม่ว่า กินข้าวกัน อิ่มหรือยัง?”
“ยัง...” เธอปาดน้ำตาป้อยๆ เขามองอย่างเอ็นดู อยากอาสาเช็ดให้ แต่ก็กลัวน้องจะตกใจกลัวเขา
“ปะ งั้นไปกินข้าวกัน วันนี้กินแบบนี้ไปก่อนเนาะ พรุ่งนี้พี่ค่อยจัดแบบถูกหลักโภชนาการคนท้องให้น้ำขิง”
น้ำขิงยิ้มให้เขาทั้งน้ำตา แล้วยอมให้เขาจูงพาไปกินอาหารในห้องครัว
เขาอิ่มแล้วแต่น้องยังกินต่อตุ้ยๆ ท่าทางน่าอร่อย เขาขอตัวลุกไปดูห้องหับให้น้อง น้ำขิงดูดีใจที่รู้ว่าที่ห้องของเขามีห้องนอนสองห้อง และไม่ต้องนอนกับเขา
เขาชักจะอยากให้ห้องนี้มีห้องนอนห้องเดียวแหะ...
คืนนั้นหัวถึงหมอนเขาก็หลับไปเลย เวลาสามวันที่เกิดเรื่องกับชีวิตเขานี่ ต้องเรียกได้ว่าสามวันพลิกชีวิตจริงๆ
