6
ผู้หญิงคนนั้นหรอ?
“นังเหม่ย ฉันมีเรื่องจะถามหน่อย” แม่จางพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความวิตกกังวลแสดงออกทั้งสีหน้าและแววตามาหมด
จางเหม่ยยิ้มเล็กน้อยและพยายามทำให้ตัวเองดูเป็นธรรมชาติที่สุด เธอรู้ดีว่าเหตุการณ์นี้กำลังเป็นไปตามแผนที่เธอวางไว้ “มีอะไรหรือคะ?”
แม่จางยกแขนของเธอขึ้นและถลกแขนเสื้อให้ดู “ฉันมีตุ่มแดงๆ ขึ้นเต็มแขนเลย ดูนี่สิมันบวมแล้วเจ็บมาก ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มันมีลักษณะเหมือนกับที่แกเป็นเลยเลยมาหาเพราะจำได้ว่าแกรักษาตัวเองได้”
เหม่ยพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่ในใจกลับยิ้มเยาะ “แม่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันใช้สมุนไพรตัวหนึ่งที่สามารถรักษาอาการนี้ได้ ฉันเพิ่งได้มาจากผู้หนึ่งในหมู่บ้านนี้”
แม่จางทำหน้าตาโล่งใจทันที “งั้นแกบอกแม่มาสิว่าต้องไปเอาสมุนไพรนี้จากใคร แม่จะไปหาเอง”
เหม่ยแสร้งทำเป็นลำบากใจ “คนที่มีสมุนไพรนี้หาตัวยากมาก ไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านนี้ตลอด อีกทั้งต้องใช้ของป่าที่หาได้มาแลกเปลี่ยน ฉันก็เพิ่งแลกมาเมื่อเร็วๆ นี้”
“งั้นแกก็เอาของที่แกได้มาให้แม่ใช้ก่อน แล้วค่อยไปเอาเพิ่มสิ” แม่จางรีบเสนอ
เหม่ยส่ายหน้า “ฉันไม่มีสมุนไพรเหลือแล้ว แม่คงต้องหาอะไรมาให้ฉันแลกเปลี่ยนอีกในครั้งต่อไป”
แม่จางถอนหายใจและรู้สึกไม่พอใจที่ต้องเสียของให้ลูกสาวขี้โรคตรงหน้า แต่เมื่อมองกลับมาที่สภาพตุ่มแดงบนแขนตัวเอง เธอก็รู้ว่าต้องทำอะไรสักอย่าง “แกต้องการอะไรไปแลก ?”
เหม่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ฉันอยากได้ไก่สักหนึ่งตัวค่ะ ถ้ามีของอย่างอื่นก็เอามาด้วย เผื่อคนผู้นั้นจะต้องใช้มากกว่านี้”
แม่จางไม่อยากเสียเวลาคิดนานเพราะเรื่องตุ่มหนองนี้หากปล่อยไว้นานทั้งเธอ พ่อจางและจางจวนจะกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อนี้อีกคน เธอรีบพยักหน้าและบอกว่า “ฉันจะกลับไปเอามาให้แกเดี๋ยวนี้”
เธอรีบกลับบ้านด้วยท่าทางเร่งรีบ เธอหลบหลีกไม่ให้คนในหมู่บ้านมองเห็น ทุกอย่างที่เธอคิดคือการหาทางรักษาตุ่มแดงที่เจ็บปวดนี้ เมื่อแม่จางกลับมาถึงบ้าน เธอก็รีบเอาไก่ที่พ่อจางเพิ่งได้มาในตู้เก็บกับข้าวตามที่จางเหม่ยขอ และรีบนำไปให้จางเหม่ยที่ท้ายหมู่บ้านทันที
หลังจากแม่จางกลับบ้านจางอีกครั้ง จางจวนที่เพิ่งกลับมาจากโรงงานก็ได้พบแม่จาง เธอเห็นแม่ถือตะกร้ามาจากข้างนอก “แม่ไปไหนมา?”
แม่จางไม่คิดปิดบังลูกสาวคนโปรดจึงเล่าเรื่องที่ไปเจอจางเหม่ยและขอสมุนไพรเพื่อรักษาตุ่มแดง จางจวนฟังแล้วก็ทำหน้าตกใจ “แม่ขอสมุนไพรจากเหม่ยเหรอ? แล้วมันเอาสมุนไพรนี่มาจากไหน?”
“มันบอกว่าไปแลกมากับคนรู้จักคนหนึ่ง แต่ฉันไม่รู้ว่าคนนั้นเป็นใคร” แม่จางตอบพลางยกตระกร้าขึ้นเพื่อให้จางจวนดูแสดงออกว่าเธอเอาของในบ้านเราที่มีไปแลกมา
จางจวนทำหน้าครุ่นคิด “พรุ่งนี้ฉันหยุดงานพอดี ฉันไม่เชื่อว่าเราจะต้องพึ่งเหม่ยในการรักษาโรคนี้เท่านั้น ฉันสวยขนาดนี้ไม่ยอมตกเป็นรองน้องสาวขี้โรคคนนี้หรอก”
แม่จางได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าตอบ “เอาเถอะ แกก็ระวังตัวไว้อย่าเพิ่งใส่ชุดเห็นเนื้อตัวมาก พวกเราต้องหาทางรักษาให้หายไวๆ ก่อนที่จะมีคนในหมู่บ้านรู้”
“ฉันรู้หน่าแม่” จางจวนพูดด้วยน้ำเสียงติดลำคาญอย่างไม่ปิดบัง พอเข้ามาในบ้านแล้วแม่จางก็ไม่ลืมบอกสิ่งที่เธอเตรียมไว้แก่ลูกสาว
"ลูกจวน แม่เพิ่งซักเสื้อผ้าของพ่อกับของตัวเองเสร็จ แกไปซักเสื้อผ้าของแกเองนะ" แม่จางพูดอย่างเหนื่อยล้าและจงใจไม่สบตาลูกสาว
จางจวนทำหน้าตาหงุดหงิดหลังได้ยินประโยคเมื่อครู่ "แม่ พรุ่งนี้ฉันหยุดงาน ฉันอยากพักบ้าง ฉันทำงานมาเหนื่อยมากตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่อยากต้องมาซักเสื้อผ้าอีก"
“เอาเถอะน่าลูกไม่อยากทำก็เอาไปให้เพื่อนลูกที่โรงงานช่วยสิ แม่รู้นะว่าลูกมีเพื่อนสนิทเยอะ”
เพื่อสนิทที่แม่จางว่า จางจวนเข้าใจดีว่าหมายถึงผู้ชายที่มาติดพันตน ก่อนกลับบ้านมาวันนี้เธอเพิ่งไปกินข้าวเย็นที่บ้านผู้ชายคนหนึ่งมา เช่นนั้นแล้วหากเธอนัดผู้ชายอีกคนให้มาช่วยซักชุดให้เธอแลกกับการจะยอมไปออกเดทด้วยครึ่งวันก็คงมีคนมาต่อแถวเรียงให้เธอเลือกนั่นแหละ
เมื่อสองแม่ลูกตกลงกันได้แล้วก็แยกย้ายกลับเข้าห้องนอนตัวเอง เห็นได้ชัดว่าการไม่มีจางเหม่ยอยู่นั้นทำให้ทั้งสองเหนื่อยล้าอย่างมาก