บท
ตั้งค่า

14 กลับมาเป็นเหมือนเดิม

หลังจากเดินเข้าที่พักพร้อมกัน ปภาวรินทร์ก็ถึงกับต้องแปลกใจ เมื่อพบว่านรภัฏได้สั่งให้คนของมิสเตอร์ลีจองห้องพักไว้เพียงห้องเดียว หัวใจของเธอเต้นระรัว ทั้งประหม่า หวั่นไหว แต่ก็ยังแอบมีความหวังเล็กๆ ซ่อนอยู่

“พี่ภัฏคิดไม่ซื่อกับฝ้ายหรือเปล่าคะ ถึงได้จองห้องเอาไว้แค่ห้องเดียว” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาอย่างไม่แน่ใจ นรภัฏก้าวเข้ามาใกล้ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียข้างแก้มเนียน ก่อนจะกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู

“ก็ตอนที่ฝ้ายนั่งมาบนเครื่องอาการของฝ้ายดูแปลกๆ หน้าซีดมือสั่น พี่กลัวคืนนี้ฝ้ายจะไม่สบายแบบนั้นอีกนะสิ แล้ววันนี้ก็เสนองานเครียดมาทั้งวันแล้ว พี่ขอดูแลฝ้ายนะครับ” เขาอ้างด้วยเหตุผลที่ฟังดูเป็นห่วง แต่แววตาแพรวพราวกลับบ่งบอกถึงความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่

“แล้วพี่สัญญาได้มั้ยคะ ว่าคืนนี้จะไม่ทำอะไรฝ้าย” เธอถามย้ำ พยายามรวบรวมความกล้าเพื่อปกป้องตัวเองจากเสน่ห์อันร้ายกาจของเขา

“อื้ม...พี่อยากดูแลฝ้าย อย่าคิดมากสิครับ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น มือใหญ่เอื้อมมาลูบศีรษะเธออย่างรักใคร่ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ปภาวรินทร์รู้สึกวาบหวามไปทั้งร่าง

ระหว่างที่เขาอาบน้ำ หญิงสาวก็แอบลงไปที่ล็อบบี้เพื่อจะจองห้องพักของเธอ แต่ปรากฏว่าโรงแรมก็เต็มทุกห้อง!

“จะเป็นไปได้อย่างไร จะบ้าไปแล้ว โรงแรมออกใหญ่โตอย่างนี้ บอกเต็มทุกห้อง!” ปภาวรินทร์บ่นอุบด้วยความหัวเสีย แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงรีบกลับมาที่ห้องของตัวเองอย่างเร่งรีบ ความรู้สึกผิดหวังและคับข้องใจถาโถมเข้ามา

เลขาฯ สาวไม่รู้จะทำอย่างไร จึงเดินมานั่งนิ่งๆ อยู่มุมห้อง ไม่นานนรภัฏก็เดินออกจากห้องน้ำมาด้วยผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียวที่พันกาย เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและหยดน้ำยังคงเกาะพราวบนแผงอกกว้าง ทำให้เธอรู้สึกกลัวและเป็นกังวล

“ทำไมยังไม่จัดกระเป๋าอีกล่ะ” เขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ก็...จะให้จัดยังไงล่ะ เธอกำลังจะย้ายออกไปนอนที่อื่นนี่น่า หญิงสาวแอบคิดในใจ

“ขอโทษค่ะ คือฝ้าย...” เธอไม่กล้าบอกความจริงกับเขา ดวงตาหลุบต่ำลงมองพื้น

“เมื่อกี้ไปไหนมา” หญิงสาวใจหายแวบ เมื่อนรภัฏยิงคำถามนี้ เหมือนเขารู้แล้วทุกอย่าง

“เอ่อ คือว่า!!!” เธอไม่ได้เตรียมคำตอบเอาไว้เลย มัวแต่อ้ำอึ้ง

“บอกพี่มา!!!!” เขาขู่จนเธอตกใจ น้ำเสียงของเขาหนักแน่นจนเธอไม่กล้าขัดขืน

“ก็ลงไปดูห้องพักค่ะ เผื่อว่ามีห้องว่าง” หญิงสาวตัดสินใจบอกความจริงอย่างจำนน

“พี่บอกอะไร วันหลังก็หัดเชื่อกันบ้างสิ คนที่จะมาโรงแรมนี้เขาต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นแหละ ไม่จองไว้ก่อนเค้าก็บอกเต็มทั้งนั้นแหละ ที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น” เขาบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน แต่แววตาของเขากลับแฝงไปด้วยความเอ็นดู

“ค่ะ ฝ้ายจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว” ปภาวรินทร์ผ่อนลมหายใจหลังพูดจบ รู้สึกโล่งใจที่เขาไม่ได้โกรธเธอมากนัก

หลังจากนั้นเธอก็รีบเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าและจัดเรียงใส่ตู้จนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเดินออกมารับลมที่ระเบียง นรภัฏเดินเลขาฯสาว ออกมาแล้วกอดเธอเอาไว้จากทางด้านหลัง แขนแกร่งโอบรัดเอวบางอย่างแผ่วเบา เขารู้ว่าเธองอนที่ถูกเขาดุเมื่อสักครู่นี้ จึงตั้งใจมาง้อ

“ทำไมไม่ไปอาบน้ำ โกรธพี่เหรอ” เขายังไม่ได้แต่งตัว หยดน้ำยังเกาะอยู่เต็มแขน มัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งเสียดสีกับแผ่นหลังของเธอ ทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง

“เอ่อ คือ...” เธอพยายามหาคำพูด แต่กลับพูดไม่ออก

“พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะดุฝ้ายนะครับ หรือว่าฝ้ายจะให้พี่อาบให้เป็นการขอโทษดีล่ะ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดข้างหู ทำให้ปภาวรินทร์สะท้านไปทั้งตัว

“พี่ภัฏ อื้ย!! อย่าค่ะ” หญิงสาวพยายามดิ้นหนีจากการถูกกอดรัด แต่เขากลับยิ่งกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น

“ทำไม พี่แค่หอมแก้มนิดเดียวเองนะ” สิ้นเสียงเขาก็ฉวยโอกาสหอมแก้มเนียนๆ ของเธอไปฟอดใหญ่ กลิ่นกายหอมกรุ่นของเขาทำให้เธอแทบจะละลายในอ้อมแขน

“พี่ภัฏ แต่เราไม่ได้เป็นเหมือนเดิมแล้วนี่คะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ

“เหมือนเดิมสิ ทำไมจะไม่เหมือนละครับ” เขาตอบกลับอย่างมั่นใจ

“ก็ฝ้ายเคยได้ยินพี่เคยบอกตลอดเลยว่า เราแค่อยู่ในสถานะเจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น” เธอแย้ง

“ใครว่า พี่ไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย” เขาพูดพร้อมกับพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่

“จริงเหรอคะ” เธอถามด้วยความไม่แน่ใจ แต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความหวัง

“จริงสิครับ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง

“ฝ้ายจ๋า” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา เต็มไปด้วยความเสน่หา

“ทำไมคะ” เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

“ฝ้ายยังรักพี่อยู่มั้ย” คำถามของเขาทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ

“ฝ้ายก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความสับสน

“ฝ้ายยังไม่มีใครใช่มั้ย” เขาถามต่อด้วยความหวัง

“ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ

“งั้นเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันได้มั้ย” ปภาวรินทร์ยังไม่ทันได้ตอบ ร่างบางก็ถูกโอบกอดเอาไว้แน่นอีกครั้ง หัวใจของเธอเต้นรัวจนเขาได้ยิน สัมผัสจากอ้อมแขนของเขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและปรารถนาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“แล้วพี่ภัฏจะหนีไปเมืองนอกอีกมั้ยคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ แววตาเต็มไปด้วยความกังวล

“ไม่แล้วล่ะ พี่จะไม่วู่วามแบบเมื่อก่อนอีกแล้ว” เขาพูดเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนจะแนบปากหยักประทับลงบนริมฝีปากบางของเธออย่างอ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อน ปภาวรินทร์สั่นสะท้านอย่างร้อนรนเพราะจุมพิตของเขา นรภัฏส่งลิ้นร้อนควานหาความหวานจากโพรงปากนุ่มอย่างคลั่งไคล้ รสจูบที่ห่างหายไปนานกลับมาปลุกเร้าทุกอณูในร่างกายของเธอ

“พี่คิดถึงฝ้ายตลอดเลยรู้มั้ย” ริมฝีปากของเขาแนบลงมาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยรอยจูบอันเร่าร้อน มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนอย่างแผ่วเบา ปลุกเร้าความปรารถนาที่ซ่อนเร้นมานาน

เขาซบใบหน้าลงกับเส้นผมของหญิงสาว และเกาะกุมเธอไว้ราวกับนักโทษขณะที่ปากของเขารุกรานเธอ ทั้งรับและให้ความยินดีอันไม่มีที่สิ้นสุด หญิงสาวตอบสนองเขาได้อย่างคลั่งไคล้และเต็มที่ ร่างกายของเธออ่อนระทวยในอ้อมแขนของเขา

“เข้าไปข้างในกันเถอะ” เขาเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนา

“แต่ฝ้ายยังไม่ได้อาบน้ำเลย...พี่ภัฏ!!!” เธอตอบด้วยความเขินอาย

“เดี๋ยวพี่อาบให้” เขาตอบกลับพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

สิ้นเสียงเขาก็อุ้มร่างเธอมาที่เตียงนอน ก่อนจะสลัดผ้าเช็ดตัวสีขาวของโรงแรมที่พันร่างเขาเอาไว้ทิ้งไป ร่างกายกำยำเปลือยเปล่าของเขาทาบทับลงมาบนร่างบางจนรู้สึกว่าร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง มือของเขาทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว ปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ปกปิดเรือนร่างของเธอออกไปทีละชิ้น

กระดุมเสื้อของเธอถูกเขาปลดออกทีละเม็ดจนสาบเสื้อแยกออกจากกัน นรภัฏเลื่อนเสื้อเชิ้ตของหญิงสาวออกจากแขนของเธอให้ร่วงสู่พื้น เขาหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมดื่มด่ำลึกซึ้งไปที่ยอดอกอวบอันเต่งตึงภายใต้บราเซียร์ตัวเก่งของเธอ ความปรารถนาอันแรงกล้าฉายชัดในแววตาของเขา

“พี่ขอชิมหน่อยได้มั้ย..ที่รัก” เขาเอื้อมมือไปปลดตะขอเสื้อชั้นในของเธอออก ก่อนจะก้มศีรษะลงไปอย่างช้าๆ แล้วดูดดุนปลายยอดถันชูชันที่กำลังตื่นตัวแข็งเป็นไต จนเธอร้องครางออกมาด้วยความปรารถนาแทบขาดใจ ก่อนจะรับรู้ได้ถึงความแข็งขึงที่ดุนดันอยู่ทางด้านล่าง สัมผัสร้อนผ่าวจากริมฝีปากของเขาทำให้เธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้

ปภาวรินทร์สูดหายใจลึกๆ จนเต้านมอวบของเธอสั่นไหว เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอันเร่าร้อนของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆ จูบเบาๆ ไปที่เนินอกอวบของเธออย่างแผ่วเบา

“ฝ้ายจ๋า ฝ้ายเป็นของพี่นะ” เขาครางบอก ส่วนมือก็ยังทำงานอย่างลุกลี้ลุกลนอยู่ที่ซิปกางเกงของหญิงสาว เธออึ้งไปเนิ่นนาน แล้วค่อยๆ กวาดวงแขนโอบรอบคอเขาไว้ด้วยความยินยอมพร้อมใจ

“ค่ะ ถ้านั่นเป็นสิ่งที่พี่ภัฏต้องการ” เธอพูดเสียงสะท้าน สายตาสบตาเขาด้วยความไว้วางใจ

สายตาร้อนเร่าของเขาเผยให้เห็นความต้องการที่สุดแสนทรมาน และแล้วประกายวับชวนใจหวาม ก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากดวงตาคมของเขา มือหนาเอื้อมมาประคองทรวงอกอวบอิ่มของเธอไว้อย่างอ่อนโยน และพร้อมที่จะทะนุถนอมสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel