ตอนที่ 2 ช่วยเหลือ
ตอนที่ 2
ช่วยเหลือ
ธนวัฒน์เดินทางมาที่ผับแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผับที่เขามักจะมาสังสรรค์กับเพื่อนเป็นประจำ ในวันนี้ ชายหนุ่มมาเพียงลำพัง เขาสั่งเหล้าราคาแพงมานั่งดื่มที่มุมมืด วันนี้เขาไม่พร้อมที่จะพูดคุยหรือทำความรู้จักกับใคร แค่อยากปล่อยอารมณ์ไปกับเสียงเพลง ผ่อนคลายความเครียดที่อัดแน่นในใจ
ชายหนุ่มดื่มไปหลายแก้วแต่ยังไม่เมา ธนวัฒน์เป็นคนคอแข็งพอสมควร แม้ว่าเขาจะดื่มหมดไปเยอะแล้วก็ตาม แต่ท่าทางของเขาก็ยังดูปกติดี
ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบๆรู้สึกว่าวันนี้คนค่อนข้างบางตา อาจเป็นเพราะว่าวันนี้ฝนตกหนักคนจึงออกมาเที่ยวค่อนข้างน้อย
ในระหว่างที่เขากำลังมองอะไรเพลินๆ ก็สะดุดตาเข้ากับหญิงสาวที่นั่งอยู่คนเดียวตรงเสา เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ผมสีดำยาวประบ่า หน้าตาจิ้มลิ้ม ประเมินดูแล้วอายุน่าจะประมาณยี่สิบปี
เขาคิดว่าเธออาจจะยังไม่บรรลุนิติภาวะ ดูจากรูปร่าง ส่วนสูงและใบหน้าอ่อนเยาว์ ทำให้เขาสงสัยว่าใครปล่อยเธอเข้ามาในนี้
“ผู้หญิงคนนั้นเขาอายุเกินยี่สิบหรือยัง”
ชายหนุ่มเห็นว่าการ์ดที่เฝ้าหน้าประตูเดินผ่านมาจึงได้กวักมือเรียกมาถาม ชายรูปร่างสูงใหญ่มองตรงไปยังหญิงสาวก่อนพยักหน้า
“เมื่อกี้ผมตรวจบัตรประชาชน อายุเกินยี่สิบเเล้วครับ”
พนักงานที่นี่ค่อนข้างให้ความเคารพธนวัฒน์ เนื่องจากชายหนุ่มเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนใหญ่ และยังเป็นรุ่นน้องคนสนิทของนายจ้าง
“ก็แล้วไป นึกว่าปล่อยเด็กเข้ามา เดี๋ยวจะซวยกันหมด”
ชายหนุ่มรู้สึกว่าหญิงสาวดึงดูดสายตาของเขามากเกินไป จึงพยายามมองไปทางอื่นบ้าง แต่สุดท้ายสายตาของเขาก็เลื่อนไปหาเธออีกครั้ง
ธนวัฒน์ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องสนใจผู้หญิงคนนั้นมากมายขนาดนี้ เมื่อไม่สามารถต้านทาน เขาจึงนั่งจ้องเธอแต่หญิงสาวก็ไม่รู้ตัว
อีกฝ่ายดูเศร้ามาก จนเขาสงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นอาจจะเพิ่งเลิกกับแฟนมา หรืออาจจะมีปัญหาชีวิตถึงได้นั่งหน้าเครียดอยู่ตรงนั้น ไม่พูดไม่จากับใครสักคน
ชายหนุ่มลุกขึ้นตั้งใจว่าจะเดินเข้าไปขอนั่งด้วย แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก เมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาว พร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ใหญ่ให้เธอ
ธนวัฒน์นั่งลง ถอนหายใจเล็กน้อย อุตส่าห์เล็งตั้งนานแต่ผู้หญิงคนนั้นดันมีแฟนแล้ว
“ไม่เอา”
เขาได้ยินเสียงหญิงสาวเเว่วๆจึงหันกลับไปมองอีกครั้งด้วยความสนใจ
“ทำไมล่ะอิน ผมอุตส่าห์มาง้อคุณถึงที่นี่เลยนะ”
ชายหนุ่มคนนั้นตัดพ้อ คุกเข่าลง พยายามอ้อนวอนหญิงสาวแต่เธอก็ไม่สนใจ ชักสีหน้าใส่ พร้อมกับมองไปรอบๆคล้ายกับว่ากำลังรู้สึกอายกับสิ่งที่ผู้ชายตรงหน้าทำอยู่
“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้”
อินทิราพยายามรั้งชายหนุ่มให้ลุกขึ้น แต่เขาก็ไม่ยอมลุกทั้งยังกอดขาเธอเอาไว้
“ผมไม่ลุกจนกว่าคุณจะให้อภัย”
“ฉันจะไม่ให้อภัยคุณ ฉันจะไม่กลับไปคบกับผู้ชายที่นอกใจฉัน”
เป็นจังหวะที่เสียงเพลงหรี่ลง ทำให้ทุกคนแทบจะได้ยินบทสนทนาของทั้งสองอย่างชัดเจน
พอรู้ต้นสายปลายเหตุของปัญหา ธนวัฒน์ก็อดคิดถึงเรื่องตัวเองไม่ได้ ตัวเขาก็ไม่ต่างอะไรจากผู้หญิงคนนั้น ที่โดนคนรักทรยศมาเหมือนกัน
“แค่สองสามครั้งเอง ผมบอกแล้วไงว่าผมจะปรับปรุงตัว”
ผู้ชายคนนั้นพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ได้หนักหนาสาหัส พยายามบีบบังคับหญิงสาวให้อภัย แต่สำหรับอินทิราเธอไม่พร้อมที่จะยอมรับเรื่องแบบนี้ ในเมื่อผู้ชายตรงหน้าไม่สามารถซื่อสัตย์ เธอก็ไม่จำเป็นต้องทน ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวบนโลกใบนี้ และเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงขี้แพ้ที่จะทนอยู่กับผู้ชายแย่ๆอย่างเขา
พ่อแม่ของเธอเลี้ยงดูมาอย่างดี ไม่เคยดุด่าว่ากล่าวหรือทำร้ายจิตใจ ถึงแม้ว่าทั้งสองจะจากไปแล้วแต่เธอก็ยังระลึกถึงความดีเสมอ รวมทั้งคำสอนของพ่อที่บอกให้เธอเห็นคุณค่าของตัวเอง อย่าพ่ายแพ้ให้กับความรักจนยอมทุกสิ่งทุกอย่าง
“แล้วถ้าฉันไปนอนกับคนอื่นบ้างคุณจะทนได้ไหม ถ้าคุณโอเคกับการที่ฉันทำแบบนั้น เราค่อยมาคุยกันอีกที”
หญิงสาวตอบกลับ แต่คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไป
“คุณเป็นผู้หญิงคุณจะเที่ยวไปนอนกับใครต่อใครแบบนั้นมันดูไม่ดี อีกอย่างเรื่องแบบนี้มันก็เป็นเรื่องธรรมชาติของผู้ชาย ในเมื่อคุณไม่ยอมนอนกับผมผมก็ต้องไปนอนกับคนอื่น”
เธอยอมรับว่าที่ผ่านมาเธอไม่ยอมมีอะไรกับเขา แต่เป็นเพราะว่าเธอเห็นคุณค่าของตัวเอง เธอต้องการที่จะแต่งงานให้ความสัมพันธ์มั่นคงก่อน ไม่ใช่ให้ ความรักนำทางและพลีกายให้กับผู้ชายที่เธอไม่รู้ว่าจะสามารถฝากชีวิตไว้กับเขาได้หรือเปล่า
แต่วันนี้อินทิราไม่เสียใจเลย เพราะเธอรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อหรือสามีที่ดีให้กับใคร เขาเห็นแก่ตัวรักแค่ตัวเอง แล้วเธอจะไม่มีวันกลับไปคบหากับเขาอีก
“ยิ่งคุณพูดแบบนี้ฉันก็ยิ่งรังเกียจ ยิ่งทำให้ฉันไม่อยากกลับไปหาคุณ ฉันว่าคุณกลับไปเถอะ เราอย่ามาเจอกันอีกเลย”
เธอไม่ต้องการที่จะกลับไปอยู่ในความสัมพันธ์แบบนั้น สุขภาพจิตของเธอเสียเพราะจมอยู่กับ ความหวาดระแวง เขาไม่เคยทำให้เธอสบายใจเลยสักครั้ง มีเรื่องผู้หญิงให้เธอต้องปวดหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่จบไม่สิ้น
“ยังไงผมก็ไม่เลิกกับคุณ แล้วผมก็จะไม่ยอมให้คุณมีใครด้วย!”
เมื่อใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผลชายหนุ่มก็เริ่มใช้ไม้แข็ง เขาพยายามฉุดรั้งหญิงสาวให้กลับไปกับตัวเอง แต่เธอขืนตัวเอาไว้และร้องขอความช่วยเหลือ บอดี้การ์ดของผับเข้ามาห้าม แต่ก็ถูกอีกฝ่ายตอกกลับว่าเป็นเรื่องของผัวเมีย ทุกคนจึงไม่กล้ายุ่งเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
“ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว ช่วยฉันด้วยนะคะ!”
หญิงสาวร้องขอความเห็นใจ ก่อนที่ผู้ชายคนหนึ่งจะตรงเข้ามาผลักอกแฟนเก่าของเธอจนกระเด็น พร้อมกับรั้งตัวเธอให้หลบอยู่ด้านหลัง
“แกเป็นใครวะ!”
ชายหนุ่มตั้งตัวได้ก็เริ่มกร่างทันที แม้ว่าธนวัฒน์จะตัวใหญ่กว่า เพราะความโกรธทำให้เขาไม่ได้ประเมินศักยภาพของตัวเองเลย
“อย่าทำร้ายผู้หญิง เขาไม่อยากไปกับคุณ คุณก็ควรจะปล่อยเขาไป”
เขาไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผู้ชายคนนี้กำลังทำ ในเมื่อเป็นฝ่ายผิดก็ควรจะยอมรับผล ไม่ใช่ดันทุรังพยายามหาข้ออ้างให้กับการกระทำของตัวเอง
