เปิดรับ
แกรก สายตาคมบนใบหน้าเข้มจ้องมองแผงตัวเลขขณะยกหูโทรศัพท์ขึ้น นิ้วยาวกดปุ่มต่อสายตรงไปยังฝ่ายบุคคลเพื่อถามไถ่เรื่องเลขาคนใหม่เพราะตนรอมาสองอาทิตย์แล้ว
“คุณอร” เสียงทุ้มเรียกปลายสาย
“ค่ะคุณเพลิง”
“เรื่องเลขาคนใหม่ของผมไปถึงไหนแล้ว มีใครมาสมัครบ้างหรือเปล่า”
“มีค่ะแต่ยังไม่เจอคนมีคุณสมบัติตามที่คุณเพลิงตั้งไว้เลยค่ะ แต่ว่า...” อรอุษาหยุดชั่วครู่พลางเปิดค้นเอกสารที่ตนคัดไว้ประมาณห้าฉบับ
“ครับ ผมรอฟังอยู่” จมูกคมสันใต้คิ้วดกสูดหายใจเข้าแล้วถอนออกมีความรู้สึกว่า ทำไมเลขาคนใหม่ของตนถึงหายากเช่นนี้หรือเพียงเพราะว่าตัวเองตั้งมาตรฐานสูงเกินไป เขานึกเสียดายเลขาคนเก่าที่มากด้วยประสบการณ์ทั้งชำนาญเรื่องเอกสาร บางครั้งก็ช่วยเขาคิดแก้ไขปัญหาได้ น่าเสียดายที่พักหลังเธอดูสุขภาพไม่ดีนั่นจึงเป็นเหตุให้เธอตัดสินใจลาออกเพิ่มข้ออ้างที่ว่าต้องกลับไปดูแลพ่อแม่ด้วย
พระเพลิงอุตส่าห์ยื่นข้อเสนอขึ้นเงินเดือนให้อีกจะได้จ้างคนดูแลพ่อแม่ได้แต่เธอก็อ้างว่าไม่อยากให้ใครมาดูแลแทนกลัวเขาจะเอาแต่เงินและทำร้ายพ่อแม่ตนซึ่งเป็นคนใจดีทั้งยังเคยเจอแบบนั้นมาแล้วด้วย พ่อแม่เลือกจะเงียบไม่บอกความจริงจนจับได้เองเมื่อเห็นรอยฟกช้ำ
เขาคิดจะค้านแต่สุดท้ายแล้วก็จนแต้มเมื่อเดือนสุดท้ายที่เลขาคนสนิทมาทำงาน เธอล้มฟุบลงต่อหน้าเขาถึงได้รู้ว่าเธอเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่สอง พระเพลิงเข้าใจทันทีว่าทำไมพักหลังเห็นเลขาที่เขาไว้ใจแอบเศร้าบ่อย ระหว่างที่กำลังคิดอยู่เสียงกรอบแกรบของการค้นเอกสารก็เงียบลง
“ได้แล้วค่ะคุณเพลิง อรมีห้าคนที่มาตรฐานใกล้เคียงสำหรับความต้องการของคุณเพลิงจะเสนอค่ะ”
“ครับถ้างั้นรบกวนคุณอรยกทั้งหมดมาให้ผมดูที่ออฟฟิศที”
“ได้ค่ะคุณเพลิง” ชายหนุ่มวัยสามสิบวางสายจากหัวหน้าฝ่ายบุคคลแล้วนั่งรออยู่ราวสามนาทีอรอุษาก็มายืนเคาะประตูขออนุญาตเข้าพบก่อนจะเปิดประตูออก เขาละสายตาจากวิวในยามบ่ายคล้อยด้านนอกของตึกชั้นที่สิบแล้วหันไปมองอรอุษา เธอเดินตรงมายังโต๊ะที่เขานั่งแล้วยื่นเอกสารลงวางตรงหน้าเจ้านาย
“นี่คือใบสมัครเลขาห้าคนที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับความต้องการของคุณเพลิง อรคัดมาให้ดูค่ะ” ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาและดวงตาอันแน่วแน่เป็นประกายมองหัวหน้าฝ่ายบุคคลอายุราวสามสิบห้าแต่ติดแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นเหมือนเด็กสาวรุ่นตาไม่กะพริบ ร่างสูงในเชิ้ตขาวเนกไทดำตั้งใจฟังเธอพูดอย่างจริงจังก่อนจะหลบตาลงมองเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วยื่นมือไปดึงมุมกระดาษหลายฉบับลากเข้ามาหาตนก่อนเอ่ยขึ้น
“นั่งก่อนสิคุณอร ผมขอดูประวัติทุกคนคร่าว ๆ ก่อน”
“ค่ะ” หุ่นอวบจับเก้าอี้ขยับออกเพื่อให้ตัวเองเดินเข้าไปนั่งลงได้สะดวกยกมือขึ้นวางไขว้กันบนหน้าตักดูเขาเลือกเลขาจากเอกสารที่เธอเพิ่งส่งให้อย่างสงบ
ร่างสูงของผู้ชายวัยสามสิบอ่านใบสมัครของทุกคนในจุดที่สำคัญและสะดุดตาอยู่คนหนึ่งจึงตั้งใจอ่านอย่างละเอียด
“ผมว่าก็พอได้นะแต่ว่าบางคนอายุค่อนข้างที่จะ...”
พระเพลิงเว้นว่างคำพูดตรงนี้เพราะแต่ละคนสามสิบห้าขึ้นไปทั้งนั้น ความจริงได้วัยนั้นก็ดีอารมณ์มั่นคงน่าจะทำงานทน แต่งานของเขาต้องเดินทางไปตรวจงานบ่อยและกลับช้า บางที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียงเดินทางแต่ละครั้งก็ใช้เวลาไม่น้อยบางครั้งก็กลับดึก
เลขาคนก่อนต้องตะลอนตามติดเขาตลอด เขานึกโทษตัวเองบางทีตนอาจจะใช้งานเธอหนักไป และหากตนจะบอกว่าสี่คนที่คัดออกอายุเยอะแล้วก็เกรงว่าจะกระเทือนใจคนด้านหน้า เขาเหลือบขึ้นมองอรอุษาก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ผมว่าสี่คนนี้ดูแล้วน่าจะมีครอบครัวอยู่และคงทำงานดึกดื่นไม่ได้ ออกนอกสถานที่อาจมีปัญหาเรื่องกลับช้า ผมไม่อยากได้เพราะว่าเลขาของผมต้องตามผมไปหลายที่ ผมกลัวมีปัญหาเกี่ยวกับคนของพวกเธอ บางทีครอบครัวพวกเธออาจจะไม่เข้าใจ” พระเพลิงส่งเอกสารสี่ฉบับที่แยกออกคืนให้อรอุษาแล้วดึงอีกฉบับที่วางไว้ด้านขวามาดู
“ส่วนคนนี้ผมว่าเข้าทีนะ”
“คนไหนคะคุณเพลิง”
อรอุษาถามมองกระดาษในมือเจ้านายขณะที่เขากำลังพินิจชื่อและนามสกุลของคนที่มาสมัครงานอีกครั้ง พระเพลิงรู้สึกว่ามันคุ้นหูและคุ้นตากับผู้สมัครรายนี้ แต่ภาพถ่ายขนาดหนึ่งนิ้วมันเล็กเกินไปทำให้ดูยากแต่ด้วยประวัติการทำงานและสถาบันการศึกษาทำให้เขาตัดสินใจเลือก
“ผมเลือกคนนี้เธอชื่อ พิลาวรรณ พิลาสลักษณ์ นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจจบจากมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผม ถึงประสบการณ์ยังไม่มากก็คงไม่มีปัญหาเรื่องนั้นผมจะค่อย ๆ สอนเอง ผมอยากร่วมงานกับเธอและเชื่อว่าเธอน่าจะมีความสามารถพอ คุณช่วยตามคนนี้มาให้ผมสัมภาษณ์ทีและถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้คุณกำชับเธอไว้ด้วยว่าขอให้มาในชุดพร้อมปฏิบัติงานถ้าพรุ่งนี้ผมถามเขาแล้วเขาพร้อมทำงานทันทีผมก็จะพาลงพื้นที่เลย”
พระเพลิงสั่งการเป็นชุดด้วยใจเต้นรัวเพียงเพราะรู้สึกว่าชื่อของหญิงสาวที่ตนเลือกนั้นคุ้น ๆ เหมือนว่าจะเป็นชื่อเธอ เขาเคยรู้จักผู้หญิงคนหนึ่งตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย เพราะประสบอุบัติเหตุตอนอยู่ปีสามเทอมแรกทุกอย่างจึงต้องหยุดชะงัก เขาดรอปเรียนหยุดการดำเนินชีวิตตามปกติเหมือนนักศึกษาทั่วไปถึงสี่ปี
เมื่อได้กลับเข้าไปเรียนอีกครั้งจึงได้เจอเธอแต่ทว่าไม่ได้ทำความรู้จักกันมากนัก เขารู้เพียงว่าผู้หญิงที่ตนชื่นชอบทั้งสวยและน่ารักดูนิสัยดีแต่ก็มีข่าวลือแย่ ๆ เกี่ยวกับเธอเสมอ สี่ปีที่เขาหายไปรักษาตัวเธอเข้ามาระหว่างนั้นศึกษาในคณะเดียวกันและยังเป็นดาวมหาลัยอีกด้วย เขากลับมาหลังดรอปเรียนก็พบว่าเธออยู่ปีสอง
พระเพลิงใช้เวลาปีเดียวในมหาลัยได้เจอเธอบ้างเป็นบางครั้งในงานสำคัญต่าง ๆ เคยคิดจะเข้าไปจีบ ทว่าด้วยสภาพร่างกายที่ยังบำบัดกลับคืนมาไม่ได้เต็มร้อยจึงรู้สึกเจียมตัวเพราะเห็นหนุ่ม ๆ ต่างรายล้อมเธอมากมายและกลัวหญิงสาวจะรับไม่ได้ที่ตนเดินกะเผลกเหมือนคนที่เคยทิ้งไปเพราะคิดว่าตนคงพิการ อีกทั้งตนเองก็เร่งศึกษาเก็บทุกวิชาที่สำคัญเพื่อให้ทันยุคทันสมัยหลังจากดรอปเรียนไว้นาน การเรียนจึงช้ากว่าเพื่อนรุ่นน้องที่เข้ามาศึกษาใหม่พอเรียนจบก็ย้ายจากจังหวัดนั้นเลยเพื่อกลับมาช่วยพยุงธุรกิจของครอบครัวแล้วก็บำบัดตัวเองจนร่างกายกลับคืนมาร้อยเปอร์เซ็นต์
ด้วยไหวพริบของเขาบวกกับการพลิกแพลงยืดหยุ่นตามสถานการณ์ของเศรษฐกิจ ธุรกิจครอบครัวจึงไปรอดและขยายเครือข่ายออกเป็นการค้าอื่นไม่ยึดติดกับสินค้าชนิดเดียว ผนวกกับการตลาดใหม่ ๆ และการลงโฆษณาตามแพลตฟอร์มดัง
