ตอนที่4.ธรรศธร
‘พิมพ์มาดา’ ชื่อนี้เริ่มจะเป็นข่าวในวงสังคมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ หรือจากสายข่าวขาเมาท์ทั้งหลายในวงการไฮโซ มีใครบ้างที่ไม่รู้จัก’พิมพ์มาดา
จอมแก้วตะการ’ นอกจากนามสกุลของเธอแล้ว ชื่อเสียงของเธอที่บ่มเพราะมาจากคุณหญิงอรสาผู้ที่เป็นแม่งานสังคมสงเคราะห์ต่างๆ และยิ่งมามีข่าวถึงการทาบทามหมั้นหมายของ’ตระกูลกิตติไพศาล’ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆของเมืองไทยด้วยแล้ว ยิ่งพาให้ชื่อเสียงดังมากขึ้นอีกเท่าตัว
ข่าวซุบซิบจากหน้าสังคมที่ตอนนี้มีคนสนใจมากกว่าข่าวหน้าดาราผ่านสายตาของคุณปานวาด ซึ่งเป็นหนึ่งในคนดังของสังคมไฮโซอีกคน นางวางหนังสือพิมพ์แล้วหันกลับไปมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังก้าวเข้ามายังห้องอาหาร ซึ่งมีนางและสามีนั่งทานอาหารเช้าอยู่ก่อนแล้ว
"ตาหนึ่งแกเห็นข่าวหนูแอ้หรือยัง"ทันทีที่ร่างสูงเดินมาหยุดตรงที่นั่งประจำนางก็เอ่ยถามทันที ตาหนึ่งหรือ ‘ธรรศธร’ขมวดคิ้วทำหน้างุนงงหนัก
"ข่าวอะไรครับแม่"ถามหลังจากรอให้เด็กรับใช้ยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟแล้วเดินออกไป
"ก็ข่าวหมั้นนะสิยะ อ้าว!นี่แกไปอยู่ไหนมาเนี่ยถึงได้ตกข่าว"คำตอบและคำถามของมารดา ทำให้มือที่ยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่มชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนเจ้าตัวจะยกดื่มตามปกติ
"ฉันก็เห็นแกเฝ้าหนูแอ้มาตั้งนาน ไงยะไปทำอีท่าไหนเข้าล่ะถึงได้พลาด"สายตาที่มองมาแบบสงสัย และคำพูดที่จิกกัดของมารดาทำให้หนุ่มหล่อถึงกับไปไม่เป็น แม่ก็นะชั่งซ้ำเติมเขาได้ทุกเรื่องจริงๆ
"ผมไปก่อนนะ เช้านี้มีประชุม"คุณอรรถเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นเตรียมชิ่งหนีแม่ลูก ดูท่าศึกสายเลือดจะอีกยาว
"ไปพร้อมพ่อไหมหนึ่ง"ก่อนไปไม่วายเอ่ยชวนลูกชายให้เตรียมชิ่งด้วยอีกคน
"เดี๋ยวผมขับรถไปเองครับพ่อ พอดีมีนัดคุยกับลูกค้าตอนแปดโมง ทางผ่านพอดีจะแวะเลยครับ"ธรรศธรหันไปบอกคนเป็นพ่อก่อนจะตักอาหารเช้าเข้าปาก
"แกน่ะเจ้าชู้ดีนัก ดีแล้วที่หนูแอ้ไม่เอา เชอะ!"แม่เริ่มบ่น หรือเริ่มกัดในความคิดชายหนุ่ม เขายังนิ่งเฉยเพราะถ้าเขาเถียง นั่นยิ่งเปิดทางให้แม่บ่นเขาได้สะดวกมากขึ้น
"ฉันบอกแกไว้เลยนะตาหนึ่ง ฉันไม่รับเลี้ยงเด็กๆนะยะ บ้านฉันไม่ใช่สถานสงเคราะห์"คุณปานวาดพูดพร้อมกับมองมาอย่างเอาเรื่อง ตามสบายครับแม่ชายหนุ่มคิดในใจแล้วลอบอมยิ้ม
"ไม่มีหรอกครับแม่เด็กๆอะไรที่ไหน ผมจับฉีดยาคุมหมดถ้าแม่ไม่ไว้ใจ ผมจะใส่ถุงยางสามชั้นเลยดีไหมครับ ไปก่อนนะครับมีนัดคุยกับลูกค้า รักแม่ที่สุดในสามโลกเลย"ลุกขึ้นยืนพร้อมกับก้มลงหอมแก้มของมารดาฟอดใหญ่แล้วเดินออกไป ไม่รอฟังมารดาบ่นตามหลัง
"ไอ้หนึ่ง!ไอ้ทุเรศ!ไอ้ลูกลามก!"คุณปานวาดโวยวายเสียงดังไล่หลังให้ลูกชาย แต่ก็ไม่วายเอามือกุมแก้มข้างที่โดนขโมยหอม ลูกคนนี้ถึงจะเจ้าชู้ไปบ้างแต่ก็มีพิมพ์มาดาคนเดียวที่เขาคิดคบแบบจริงจัง ถึงจะดื้อรั้นบ้างแต่ก็ยังไม่เคยทำให้นางผิดหวังสักครั้ง แต่นิสัยความเจ้าชู้นี่แหละที่นางเป็นห่วง นางอยากให้ลูกลงเอยกับคนดีๆสักคน ซึ่งคนดีๆที่นางหวังก็กำลังจะถูกแย่งไปเสียแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดาย
ธรรศธร
ร่างสูงใหญ่นั่งหลับตานิ่งแบบนี้มาสักพัก ในหัวกำลังคิดถึงคำพูดของมารดาเมื่อเช้า นานแค่ไหนแล้วนะที่เค้าปล่อยให้
พิมพ์มาดาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในหัวใจของเขา พิมพ์มาดาเป็นรุ่นน้องในคณะเดียวกันกับเขา ธรรศธรยอมรับว่าสะดุดตากับสาวน้อยหน้าหวานในตากลมโตที่มีแววตาประหม่า ตั้งแต่แรกเห็น
วันนั้นเป็นวันรับน้องใหม่ซึ่งตอนนั้นธรรศธรเรียนอยู่ปีสี่ เขาต้องเข้ามาทำกิจกรรมกับคณะเพื่อมาสืบสายรหัส และแน่นอนเหมือนเป็นพรมลิขิต ให้สาวน้อยหน้าหวานคนนี้มาเป็น เหลนรหัสของเค้า เข้าทางชายหนุ่มยิ้มในใจ ตลอดเวลาธรรศธรดูแลหญิงสาวที่เขาอ้างว่าน่าห่วงเป็นอย่างดี จนเพื่อนๆล้อว่าเขาหลงรักเหลนรหัสคนนี้ ความสนิทสนมของเขาและพิมพ์มาดาก็มีเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาเข้ามาอยู่ในใจของสาวน้อยได้ ในสายตาของพิมพ์มาดามองเขาเป็นแค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น จนกระทั่งเค้ามารู้ทีหลังว่าแม่สาวน้อยหน้าหวานของเค้ามีคู่หมายอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของชายหนุ่มที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับเธอต่อ แต่ปัญหาของเขาคือสาวน้อยคนนี้ไม่เคยเปิดพื้นที่ในใจให้เขาได้เข้าไปเลยสักครั้ง แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยท้อ เค้ายังหวังว่าสักวันความใกล้ชิดจะทำให้ตัวเองเข้าไปในใจเธอ
ได้บ้าง แต่ก็คิดผิดเพราะพิมพ์มาดาไม่เคยมีใจหรือทำอะไรเกินเลยกับเขาเลยสักครั้ง คงมีเพียงพุฒิพัฒน์เท่านั้นที่อยู่ในใจและกำลังจะหมั้นกันในอีกไม่นาน ชายหนุ่มถอนหายใจเสียงดังพร้อมกับกดเครื่องติดต่อภายในถึงเลขาหน้าห้อง
"ช่วงบ่ายมีนัดลูกค้าไม่กลับเข้ามานะ ถ้ามีใครติดต่อมาก็รับเรื่องไว้ตามสมควรได้เลย"
"ครับคุณหนึ่ง"ดนัยเลขาคนสนิทตอบกลับมาตามสาย
ธรรศธรเลือกเลขาที่เป็นผู้ชายเพราะคิดว่าทำงานด้วยง่ายกว่าเลขาผู้หญิง บวกกับงานที่เขาทำต้องออกนอกพื้นที่บ่อยๆการพาเลขาผู้ชายไปด้วยจะสะดวกกว่า ชายหนุ่มสวมสูทก่อนจะเก็บเอกสารที่ต้องใช้แล้วออกจากห้องไปทันที งานพบลูกค้าครั้งนี้เขาไม่ต้องใช้เลขาเพราะค่อนข้างสนิทกับลูกค้าการพูดคุยเลยง่ายและเป็นกันเอง
