บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 เรื่องระหว่างเรา

มะปรางถูกจับตัวแยกออกมาเพื่อไปยังห้องห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องทำงานส่วนตัวของผู้กองเตชิน

“นั่งก่อนสิ”

ทันทีที่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง เตชินก็ผ่ายมือข้างหนึ่งพร้อมกล่าวให้เธอนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามของโต๊ะทำงาน เด็กสาวมองคนตรงหน้านิ่ง ๆ ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัว ซึ่งเตชินก็รับรู้ถึงความคิดของเธอผ่านดวงตาคู่สวยคู่นั้น

“มานั่งนี่” เขาพูดอีกครั้งพร้อมตบหน้าตักของตัวเอง

“ชิ!” เด็กสาวยืนกอดอกแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เธอแสดงท่าทีกะบึงกะบอนใส่ชายหนุ่มอย่างตั้งใจ เรื่องราวในอดีตทำให้เธอแสดงท่าทีออกมาอย่างนั้น

“มานั่งนี่เร็ว เด็กดีของเฮีย” มะปรางมองซ้ายมองขวาก่อนจะเผยรอยยิ้มบาง ๆ อออมาที่มุมปาก เธอเดินตรงไปนั่งบนตักของชายหนุ่มอย่างอารมณ์ดี เมื่อเขาแทนตัวเองว่าเฮียกับเธอเหมือนเมื่อหลายปีก่อน มะปรางสวมกอดเตชินด้วยความคิดถึง ทั้งที่ในใจยังโกรธเคืองเขาอยู่

“ไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณเป็นตำรวจ” จากคนที่ดูเหมือนจะร่าเริงเมื่อครู่ตอนนี้สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยคำถาม มะปรางกอดอกพร้อมหรี่ตามองเตชินอย่างจับผิด

“หึ” เตชินเค้นเสียงหัวเราะในลำคอหนาพร้อมรั้งศีรษะของเด็กสาวมาแนบอก ซึ่งเธอก็ไม่ได้ขัดขืนเพียงแต่ทุบที่ท่อนแขนแกร่งด้วยความรู้สึกที่ยังเคืองโกรธเขาไม่หาย

“คุณจะมาอยู่ที่นี่กี่เดือน แล้วจะหายไปอีกกี่ปี” มะปรางถามประชดประชันพร้อมผละตัวออกจากตำรวจหนุ่มเล็กน้อย เธอกอดอกและจ้องมองใบหน้าคมคายนิ่ง ๆ ที่มะปรางต้องเอ่ยออกมาอย่างนั้น เพราะเมื่อหลายปีก่อน

ตอนนั้นเตชินอายุยี่สิบปีย่างเข้าสู่ยี่สิบเอ็ดปี เขาได้รับภารกิจให้มาเป็นเด็กฝึกงานอยู่ในองค์การบริหารส่วนตำบลท้องถิ่นที่มะปรางอาศัยอยู่ ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นเพียงตัวตนจอมปลอมที่เขาสร้างขึ้นมาบังหน้า เพื่อเป็นเหตุผลในการมาอยู่ที่นี่ และสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างสะดวก

ในตอนนั้นมะปรางอายุเพียงสิบห้าปี เธอทำงานในบ่อนใต้ดินเป็นอาชีพเสริม เธอจึงมักโดดเรียนเพื่อไปทำงานบ่อยครั้งและทุกครั้งที่ถูกเรียกตัวไปใช้งาน

มะปรางเป็นเด็กผู้หญิงที่ดูก้าวร้าวเกเร และดูจะไม่มีอนาคตในสายตาของคนในชุมชน เธอจึงมีความคิดที่จะเลิกทำอาชีพผิดกฎหมายนี้เพราะมีเงินมากพอตามที่ต้องการแล้ว

แต่วงการมืดนี้เข้าแล้วมันดันออกไม่ได้

ออกเท่ากับตายหรือไม่ก็พิการ

ขณะที่เธอกำลังคิดหาทางออกให้กับตัวเอง ผู้ชายที่ไร้ตัวตนในสายตาของมะปรางและคนในชุมชนอย่างเตชินก็ปรากฏตัวขึ้น เขายื่นข้อเสนอบางอย่างให้กับเธอ เพราะภารกิจของเตชินคือทลายบ่อนใต้ดินนั้นทิ้งซะ หาหลักฐานและจัดการกับทุกคนที่อยู่เบื้องหลังของธุรกิจผิดกฎหมายนี้

ในสายตาคนอื่นมะปรางอาจจะดูเป็นเด็กไม่เอาไหนและไม่มีอนาคต แต่สำหรับเตชินเธอเป็นเด็กฉลาดและเอาตัวรอดเก่งมาก ๆ เตชินต้องการให้มะปรางมาเป็นคู่หูของเขา คนที่ไม่มีทางเลือกอย่างมะปรางจึงต้องยอมตอบตกลงแต่โดยดี

ในช่วงเวลาที่ทำงานร่วมกันความรู้สึกดี ๆ มันก็เริ่มก่อตัวไปด้วย มะปรางเคยพยายามถามหาตัวตนที่แท้จริงของเตชิน แต่ชายหนุ่มก็บอกเพียงว่าเขาคือคนที่มีชะตากรรมแบบเดียวกับเธอ

แต่แล้ววันหนึ่งมะปรางก็รู้ความจริงว่าเตชินคือคนที่สามารถสร้างตัวตนให้ตัวเองเป็นใครก็ได้ เขาถูกส่งตัวมาจากองค์กรหนึ่ง ซึ่งมะปรางก็ไม่รู้ว่าเป็นองค์กรอะไร แต่ที่แน่ ๆ องค์กรนั้นใช้สัญลักษณ์เพชรดำสำหรับแทนตัวตน เธอทำงานกับเตชินและตามสืบเรื่องของเขาเวลาเดียวกัน

และแล้วเวลาผ่านไปไม่ถึงหกเดือนทุกอย่างคลี่คลายและจบลงด้วยดี มะปรางได้รับอิสระอีกครั้ง เธอมีความคิดว่าจะไม่เรียนต่อแล้ว เพราะที่โรงเรียนดูเหมือนจะไม่ใช่ที่สำหรับเธอ ส่วนเตชินเมื่อภารกิจจบลงเขาก็ต้องกลับไปยังที่ของเขา ก่อนจะจากไปเตชินขอให้มะปรางเรียนต่อให้จบในชั้นมัธยมปลาย ซึ่งเธอก็ยอมทำตามที่ชายหนุ่มขอ เพราะคิดว่าเขาจะกลับมาหาเธอในวันที่เธอเรียนจบ แต่รอจนแล้วจนเล่า เธอก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาเลย

มันน่าน้อยใจและผิดหวังชะมัด

มะปรางไม่ได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา เพราะฐานะทางการเงินที่ร่อยหรอลงเรื่อย ๆ อีกทั้งเธอไม่อยากจากบ้านจากแม่มะลิไปไหน เธอจึงวนลูปกลับมาทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายเช่นเดิม แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้เป็นลูกจ้างของใคร เธอเป็นนายของตัวเองและมีลูกสมุนอย่างเติร์ด ซึ่งเธอก็เป็นที่หมายหัวของตำรวจทั้งโรงพัก

“ว่าไงคะ คุณจะมาอยู่กี่เดือน แล้วจะหายไปอีกกี่ปี” มะปรางเอ่ยถามชายหนุ่มอีกครั้งเมื่อไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ ก่อนจะทุบไปที่ท่อนแขนของชายหนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ซึ่งเธอจะแสดงอาการงอแงแบบนี้ก็ต่อเมื่ออยู่กับเตชินตามลำพังเท่านั้น เตชินถอนหายใจพร้อมลูบศีรษะเด็กสาวเบา ๆ

“จนกว่าจะทำภารกิจเสร็จสิ้นอีกล่ะมั้ง”

“แล้วคุณเป็นตำรวจ...อ๊ะส์”

พรึ่บ!

“บอกมาว่าซ่อนเหล้าสาโทไว้ที่ไหน!” มะปรางยังไม่ทันได้พูดจบประโยคเตชินก็จับล็อกแขนของเธอไพล่หลัง พร้อมดันใบหน้าสวยลงแนบกับโต๊ะทำงานของเขา ก่อนจะเค้นถามหาเหล้าสาโทจากเด็กสาวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและดุดัน มะปรางงุนงงกับการกระทำของเขา แต่เพียงเสี้ยววินาทีเธอก็เข้าใจ เนื่องจากว่ามีผู้หมวดคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเตชินอย่างถือวิสาสะ มะปรางจึงแสร้งเล่นไปตามน้ำ

“ไม่มีโว้ย! อย่ามากล่าวหากันลอย ๆ นะ”

“เชื่อก็โง่แล้ว จะยอมสารภาพดี ๆ ไหม”

“ช่วยด้วยค่าาา ตำรวจรังแกประชาชน” มะปรางตะโกนออกไปเสียงดังลั่น ทำให้ผู้หมวดรีบปิดประตูแล้วเดินมาห้ามปรามผู้กองเตชินที่ปฏิบัติกับมะปรางเกินเหตุ

“ผมว่าเค้นมันไปก็ไม่ได้ความอะไรหรอกครับ ไอ้ปรางมันปากแข็ง ทางที่ดีจับมันขังไว้ที่นี่หนึ่งคืนแล้วไปเค้นหาความจริงจากลูกสมุนมันดีกว่า”

เตชินยอมปล่อยมะปรางออกจากพันธนาการ แต่ในจังหวะเดียวกันเขาก็แอบสอดกระดาษเล็ก ๆ ไว้ในมือของเธอ ผู้หมวดที่พูดเมื่อครู่ให้คนมาคุมตัวมะปรางไปเข้าห้องขัง ก่อนจะหันมาพูดกับผู้กองคนใหม่อย่างประหม่า

“โหดเหมือนกันนะครับเนี่ย”

“หมวดบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าคนอย่างมะปรางใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผล”

“ครับ ว่าแต่ไอ้ปรางมันมีเหล้าสาโทไว้ในครอบครองจริง ๆ เหรอครับ คืนนี้ได้หาของกลางกันครึกครื้นแน่”

“หมายความว่าไง”

“จะจับไอ้ปรางแต่ละทีไม่มีคำว่าราบรื่น ว่าแต่เราลุยงานกันเลยไหมครับ” คำพูดของผู้หมวดทำให้เตชินแทบหลุดขำ เด็กดีของเขาทำเรื่องแสบเอาไว้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ?

“จริง ๆ ฉันก็ไม่รู้หรอกว่ามะปรางมีเหล้าสาโทไว้ในครอบครองหรือเปล่า ฉันก็แค่ลองเค้นถามดูเผื่อเธอจะเผลอหลุดปากออกมา วันนี้ไม่มีอะไรแล้วฉันขอกลับก่อนนะ อ้อ แล้วก็คราวหลังหากจะเข้ามาห้องนี้อีกก็เคาะประตูด้วยล่ะ”

เตชินพูดพร้อมเก็บสัมภาระแล้วเดินออกไปจากห้องทำงาน โดยมีผู้หมวดยืนทำความเคารพก่อนจะแสดงสีหน้าออกมาอย่างงุนงง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel