Chapter 5
Chapter 5
เที่ยงคืน
@ห้องแต่งตัวพีอาร์
เมื่อถึงเวลาเลิกงานของพนักงานพาร์ตไทม์ เจ้าขาก็ถอดชุดเดรสออกจากตัวเปลี่ยนมาใส่เสื้อยืดตัวใหญ่สีดำคู่กับกางเกงยีนขาสั้นสีขาว จากนั้นก็ถอดคอนแท็กต์เลนส์ออกจากดวงตาเก็บไว้ในตลับเก็บเลนส์ ก่อนจะหยิบแว่นสายตามาสวมใส่ หลังจากสำรวจการแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเจ้าขาก็เดินออกจากห้องไปยังประตูหลังคลับ เพื่อไปรอรถแท็กซี่ที่ป้ายรถเมล์
เจ้าขายืนรอรถแท็กซี่ประมาณสิบนาที แต่กลับไม่มีรถว่างสักคัน เธอก็เลยเดินไปนั่งที่เก้าอี้พักคอย
ในระหว่างที่นั่งรอรถอยู่นั้น หญิงสาวก็มองดูรถยนต์ที่แล่นผ่านไปผ่านมาอยู่บนท้องถนนในเมืองซิวิไลซ์ พลางคิดว่าหากเธอมีรถส่วนตัวสักคันชีวิตเธอคงจะสะดวกกว่านี้ แต่ตอนนี้ก็ได้แค่คิดเท่านั้น เพราะคงไม่มีปัญญาส่งค่างวดรถหรอก ลำพังแค่หาเงินใช้จ่ายในแต่ละเดือนระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ เงินก็แทบจะไม่พอใช้อยู่แล้ว
ถึงแม้การมาเรียนที่กรุงเทพฯ ค่าครองชีพจะสูงเพียงใด แต่เจ้าขาก็ยังมุ่งมั่นที่จะเรียนต่อให้จบปริญญาตรี เพื่อเป็นใบเบิกทางเข้าทำงานบริษัทชั้นนำของประเทศ เพราะหวังว่าชีวิตที่ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์ที่กรุงเทพฯ จะดีขึ้นในสักวัน
ย้อนกลับไปตอนที่เจ้าขาเรียนอยู่มัธยมศึกษาตอนปลายปีที่สี่ คุณแม่ของเธอตรอมใจตายอย่างน่าเศร้าเพราะพ่อขอหย่าไปอยู่กับภรรยาใหม่
หลังจากคุณแม่จากโลกนี้ไปเพียงหนึ่งสัปดาห์ เธอก็เพิ่งมาทราบว่ามรดกทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถยนต์และประกันชีวิตของคุณแม่ได้ตกเป็นของน้าสาวอย่างอรพิน
ถึงแม้มรดกจะตกเป็นของน้าสาวทั้งหมด แต่เจ้าขาก็ไม่ได้ซีเรียสเลยสักนิด เพราะอย่างไรเสียน้าสาวก็เปรียบเสมือนแม่คนที่สองของเธอ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป จนกระทั่งเจ้าขาเรียนจบมัธยมฯ ปลาย น้าสาวที่ครองตัวเป็นโสดมานมนานก็พาผู้ชายเข้ามาอยู่ในบ้าน
คราแรกก็อยู่บ้านหลังเดียวไม่มีปัญหาอะไร แต่มีอยู่วันหนึ่งน้าสาวออกไปทำธุระนอกบ้านตั้งแต่เช้า จนกระทั่งแฟนของน้าสาวเลิกงานกลับบ้านในช่วงเย็น น้าสาวก็ยังไม่กลับบ้าน ทำให้เย็นวันนั้นเจ้าขาและแฟนของน้าสาวอยู่บ้านแค่สองคน
ในขณะที่เจ้าขาใช้เพียงผ้าเช็ดตัวกระโจมอกจะเข้าไปอาบน้ำ จู่ ๆ ก็มีคนมาสะเดาะลูกบิดประตูห้องส่วนตัวของเธอ ซึ่งคนที่ทำแบบนั้นก็คือแฟนหนุ่มของน้าสาว
เจ้าขาที่เห็นท่าทีไม่ดีของแฟนของน้าสาว เจ้าขาก็คว้าขวดสเปรย์พริกไทยที่ซื้อไว้ตั้งแต่แฟนน้าสาวมาอยู่บ้านหลังเดียวกัน พ่นใส่หน้าแฟนน้าสาวจนฝ่ายนั้นร้องโอดโอยด้วยความเจ็บแสบอย่างทรมาน และด้วยความที่เจ้าขาเกลียดผู้ชายมักมากเข้าไส้ เธอจึงคว้าโคมไฟตีหัวแฟนน้าสาวจนสลบคาที่
ในตอนที่แฟนน้าสาวสลบเหมือดไปแล้ว น้าสาวก็กลับบ้านมาพอดี แต่แทนที่น้าสาวจะถามไถ่เรื่องราวทั้งหมดก่อน น้าสาวกลับโวยวายว่าเธอเป็นชู้กับแฟนของตนเพียงเพราะเห็นเจ้าขากระโจมอกด้วยผ้าเช็ดตัว
น้าสาวหึงจนคลุ้มคลั่งถึงขนาดคว้าไม้กวาดที่อยู่มุมห้องฟาดตามตัวเจ้าขาอย่างแรง และไล่เธอออกจากบ้านโดยที่เจ้าขาไม่มีเงินติดตัวสักบาท
เจ้าขาที่ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนก็เลยเดินทางไปบ้านพักครู ขอความช่วยเหลือจากครูชบาผู้เป็นครูประจำชั้นโรงเรียนมัธยมฯ ปลาย
ครูชบาที่เห็นเจ้าขามาหาตนดึก ๆ ดื่น ๆ ก็ตกใจไม่น้อย แต่พอเจ้าขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ครูชบาก็เลยให้เจ้าขานอนค้างที่บ้านพักครูหนึ่งคืน
พอวันรุ่งขึ้นครูชบาก็พาเจ้าขาเดินทางไปกรุงเทพฯ เมื่อเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ครูชบาก็พาเจ้าขาไปเช่าหอพักใกล้มหาวิทยาลัยที่เจ้าขาได้ทุนเรียนต่อ หลังจากจัดการเรื่องที่พักเสร็จสรรพ ครูชบาก็เซิร์ชหางานพาร์ตไทม์ให้เจ้าขาไปสมัครงาน เพื่อจะได้ทำงานในระหว่างเรียนที่กรุงเทพฯ
หลังจากเจ้าขาได้งานพาร์ตไทม์ที่คลับ ครูชบาก็อยู่เป็นเพื่อนเจ้าขาที่กรุงเทพฯ สามวัน เมื่อเห็นว่าเจ้าขาสามารถเอาตัวรอดในเมืองหลวงได้ ครูชบาก็ให้เงินเจ้าขาหนึ่งหมื่นบาทเอาไว้ตั้งตัว จากนั้นครูชบาก็เดินทางกลับต่างจังหวัดไปทำหน้าที่ของตน
การช่วยเหลือของครูชบาในครั้งนั้นทำให้เจ้าขาสำนึกในพระคุณครูชบาเป็นอย่างมาก เธอจึงสัญญากับตัวเองว่าหากสักวันเธอตั้งตัวได้ดิบได้ดี เธอจะกลับไปตอบแทนบุญคุณครูชบาอย่างแน่นอน
