ตอนที่ 8 ฉันทำ เธอท้อง
"ทำไมไม่ติดแอร์ให้ลูก" มองใบหน้าที่เริ่มมีเหงื่อซึมออกมาเยอะขึ้นจึงเปลี่ยนพัดลมให้เป็นโหมดส่าย ส่วนที่เธอถามว่าเขามาทำไม ถ้าเขารู้เขาคงตอบไปแล้ว
"เราชินแล้วน่ะค่ะ" เมยาวีบอกยิ้มๆ ช่วงที่พัดลมส่ายมาโดนตัวรู้สึกราวกับได้ขึ้นสวรรค์ชั้นหนึ่ง
"ใครจะชินกับอากาศร้อนแบบนี้" เขาคนหนึ่งแหละที่ไม่ชิน แล้วก็ไม่คิดว่าลูกจะชินด้วย
"แต่เราสองแม่ลูกก็โตมากับห้องห้องนี้นะคะ" นั่นจึงทำให้อคิราห์เงียบปากลงไป สายตามองผ่านเนินอกอิ่มที่โผล่พ้นมาเกือบครึ่งเต้าเมื่อเจ้าตัวเอื้อมมือไปหยิบสกอตช์เทปมาแปะกล่อง
เป็นผู้หญิงอยู่ตัวคนเดียว ใส่กางเกงขาสั้นเสมอหูขนาดนี้ ไหนจะเสื้อสายเดี่ยวสีเทาที่มันขับผิวขาวนวลเนียนสุขภาพดี อีกทั้งยังอวดอกตูมๆ แถมดูจากการเดินไปเปิดประตูในเวลาไม่ถึงห้าวินาทีแบบนี้แสดงว่าคงมีใครมาเคาะห้องบ่อยแน่นอน แต่แล้วใครมันชอบมาเคาะกัน!
เมยาวีที่สังเกตได้ว่าอีกฝ่ายเงียบไปไม่เอ่ยอะไรต่อจึงเงยหน้าขึ้นมอง ทว่าเจ้าของสายตากลับเมินไปทางอื่น เธอเห็นว่าเขามองไปยังสินค้าที่ยังไม่มีเจ้าของกองโต
"พอดีฉันขายของออนไลน์น่ะค่ะของเลยเยอะหน่อย" รีบอธิบายต่อสายตาคู่นั้นทันที ก็เป็นของที่เธอสต๊อกไว้แต่ยังขายไม่หมด
"ขายอะไรบ้าง" อคิราห์ถามด้วยความสนใจ เพราะมันถูกถุงพลาสติกห่อหุ้มเอาไว้จึงเดาได้ยาก และเขาอยากรู้ว่าเธอมีรายได้กี่บาท มันพอเลี้ยงลูกมาจนถึงอย่างทุกวันนี้เพียงลำพังได้อย่างไรกัน
"ของทั่วๆ ไปค่ะ"
"ก็แล้วขายอะไรล่ะ" เขาถามน้ำเสียงติดเหวี่ยงนิดๆ เมื่ออีกคนตอบไม่เคลียร์
"ก็พวกตะกร้าใส่ของน่ารักๆ กิฟต์ช็อปอะไรพวกนี้ค่ะ"
"แล้วได้ตังค์เท่าไหร่"
เมยาวีที่กำลังแพ็คสินค้าใส่กล่องต่อไปจึงหยุดก่อน เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกที "ก็พอได้อยู่ค่ะ" เธอไม่อยากให้เขารู้สึกว่าตัวเองลำบากขนาดนั้น ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ตัดสินใจไปหาเขาก็เพราะตัวเองลำบาก
"แล้วสรุปคุณมาหาฉันมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ มีอะไรที่ฉันยังเล่าไม่หมดหรือเปล่าคุณถามมาได้เลยค่ะ" เพราะเห็นเขาถามแต่เกี่ยวกับของในห้องห้องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราเพิ่งคุยกันไป
"จะชวนไปอยู่ด้วยกัน" เอ่ยแล้วเมินสายตาไปทางอื่น
เมยาวีชะงัก ก่อนเม้มริมฝีปากตัวเองเบาๆ แล้วก้มหน้าทำงานต่อ "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" ทั้งที่ในใจนั้นเต้นแรงไปแล้วเพราะไม่คิดว่าเขาจะชวน เธอไม่เคยคิดถึงข้อนี้ด้วยซ้ำเมื่อตัดสินใจพาลูกไปเจอเขา
เธอแค่อยากฝากเมยาดาในช่วงเวลากลางคืนที่เธอไปทำงาน เลิกงานก็จะรับลูกกลับมานอนด้วยเธอคิดแค่นี้ ระหว่างนี้ลูกจะได้สมหวังด้วยว่ารู้จักสีหน้าคร่าตาพ่อตัวเอง
"แต่ฉันไม่อยากให้ลูกต้องอยู่ที่นี่" ในเมื่อตัวเขาอยู่แบบสุขสบาย แต่ลูกต้องมาทนร้อน นอนในห้องแคบๆ สิ่งแวดล้อมก็ไม่ค่อยน่าอยู่เท่าไหร่ เขาไม่โอเคหรอก
แค่ไม่กี่นาทีก็เห็นแล้วว่าตัวเองลำบากขนาดไหน ตอนนี้น่ะเหงื่อโชกไปทั้งตัวจะให้ว่าไง ไม่อยากจะคิดว่าสองแม่ลูกต้องมาแย่งกันใช้พัดลมตัวเดียวกัน
"เอ่อ.."
"ฉันไม่ได้ขอความเห็น" นั่นทำให้คนทั้งสองสบตากัน แต่สายตาดุๆ คู่นั้นราวกับเขากำลังตำหนิเธอว่าปล่อยให้ลูกตกระกำลำบาก "ฉันแค่อยากให้เธอไปคุยกับลูก หากว่าสงสารแกทำยังไงก็ได้ให้ไปอยู่ด้วยกัน"
"..ที่ไหนคะ"
"คอนโดฉัน" เพราะว่าตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่าเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาแล้วล่ะ แล้วนี่ไม่อยากคิดว่าเด็กหญิงตัวจ้ำม่ำเป็นคนขี้ร้อนง่ายแบบนั้นจะนอนหลับลงได้อย่างไรกัน
เขาจะไม่ถามแล้วว่าทำไมไม่พาลูกมาหาเขาตั้งแต่รู้ตัวว่าท้อง จะไม่ถามถึงเหตุการณ์เมื่อก่อน ก็ในเมื่อมันย้อนกลับไปไม่ได้ ในเมื่อวันนี้และวันข้างหน้าที่เขายังสามารถทำหน้าที่นี้ต่อไปได้ก็อยากทำทุกอย่างให้แกสุขสบายที่สุด ทำบุญกับหมากับแมวก็ทำมาเยอะ เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียสองคนจะเป็นไรไป
"แล้วหาก.."
"ไม่สงสารลูก?" อคิราห์เลิกคิ้ว
"ก็สงสารค่ะ แต่หากวันที่เราสองแม่ลูกต้องย้ายออกละคะ ฉันกังวลว่า.."
"นี่เธอจะบ้าเหรอ! พาลูกมาเจอแล้วจะพาหนีฉันไป" อคิราห์มีน้ำโหคราวนี้
"มะ..ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ ฉันหมายถึง..คุณไม่มีแฟนเหรอคะ" ข้อนี้ต่างหากที่เธอกังวล และเธอเองก็คิดว่าเขาคงมีใคร
"ไม่มี" อคิราห์บอกหน้าตาย
"แล้วในอนาคตละคะ.."
