บท
ตั้งค่า

บทที่33 ลาก่อน

ค่ำวันนั้น…

มือบางหยิบปากกาและสมุดไดอารี่ความทรงจำที่จะมอบให้ไตรณรงค์ขึ้นมาก่อนที่จะนึกไปถึงตอนที่เด็กหนุ่มสารภาพความในใจกับเธอ ก่อนที่จะเขียนบางอย่างลงไปในหน้าที่เพื่อนๆเหลือไว้ให้เธอ เด็กสาวเขียนไปยิ้มไปคนเดียวจนนึกสงสัยว่าบ้าไปแล้วหรือเปล่า

“เรียบร้อย หวังว่าที่เขียนไปจะเป็นกำลังใจให้นายเป็นอย่างที่ฝันได้นะ นายข้าวยังไม่โต” พัญวลัยพูดขึ้นหลังจากเขียนข้อความจบเด็กสาวปิดสมุดก่อนที่หันไปมองกล้องของขวัญ เด็กสาวเปิดออกก่อนที่จะหากระดาษมาเขียนบางอย่างลงไปแล้วใส่ไว้ในกล่องก่อนปิดฝาก

“เดี๋ยว นี่แกบ้ารึเปล่าพั้น ไม่ชอบหมอนั้นไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องทำอะไรพวกนี้ด้วย โอ๊ยแล้วแกจะยิ้มทำไมกะอีแค่เขาสารภาพรัก เพี้ยนสมชื่อยัยพริกหยวกตั้งจริง ๆ” พัญวลัยเอ่ยบ่นใส่ตัวเองอย่างสับสนก่อนที่จะวางกล่องของขวัญไว้ใกล้ๆกับไดอารี่แล้วกระโดดขึ้นเตียงจับผ้าขึ้นมาคลุมทั้งตัว “บ้าๆ ๆ ลืมคำสารภาพนายนั้นไปนะยัยเพี้ยน ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ตอนแกล้งก็ดูแย่ใจหายตอนมาบอกรักก็น่ารักใจหาย โอ้ย ไม่เอาแล้วนอนดีกว่า”

อีกฟากหนึ่งครูสาววัย28กำลังยิ้มให้กับร.ป.ภ.ของโรงเรียนที่เธอได้สักให้ไปทำอะไรบางอย่าง

“นี่ค่ะ ค่าจ้าง ของใจนะพี่โชค” เบญญาภาเอ่ยบอกก่อนที่จะนึกไปถึงตอนที่เธอวานให้ร.ป.ภ.วัย40กว่าไปเจาะล้อรถจักรยานของพัญวลัยในช่วงเย็นเพื่อเปิดทางให้หลานชายสารภาพรักกับเด็กสาวได้

“ยินดีรับใช้ครับคุณครู กลับบ้านดี ๆ ครับ” รปภ.วัยกลางคนเอายบอกหลังจากรับค่าจ้างเล็กๆน้อย ๆของครูสาว เบญญาภายิ้มอย่างมีความสุขก่อนที่จะเดินไปที่รถเพื่อที่จะขับกลับบ้าน

1ออาทิตย์ต่อมา

และแล้วก็ถึงวันปิดเทอมที่นักเรียนชั้นอื่นตั้งตารอแต่ไม่ใช่กับห้องม.5/1ที่ไม่อยากให้ถึงวันนี้สักนิดเพราะจะเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เรียนกับไตรณรงค์ หลังจากฟังผลสอบกันเป็นที่เรียบร้อยไตรณรงค์ก็ถูกเพื่อนๆพามาที่ร้านอาหารแห่งใหญ่ในแถบนั้นทันที

“ปีนี่พริกหวานนำขาดเลย นี่เอ็งออมมือเปล่าวะกล้าถึงได้ที่สองร่วมของห้อง และที่สองร่วมของชั้นคู่กับพั้น” เพื่อนคนนึงเอ่ยถามอย่างสงสัย ปกติไตรณรงค์และพัญวลัยผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะครอบครองตำแหน่งที่1ของห้องและที่1ของชั้นแต่รอบนี้นักเรียนใหม่กลับกินขาด

“ไม่ได้ออมมือเว้ยสู้ไม่ได้ สุดยอดเลยพริกหวาน เราดีใจนะที่ปีนี่ได้ที่สองร่วมกับพั้น” ไตรณรงค์เอ่ยบอกยิ่งสร้างความสงสัยให้เพื่อนร่วมห้องอย่างมาก

“เกิดอะไรขึ้นวะ นี่จะสงบศึกกันเหรอ” จักรกฤษณ์เอ่ยถาม นี่มันเรื่องอะไรกัน สองคนนี้กินยาผิดซองมาแน่ ๆ หรือเมาน้ำเปล่า

“เออ มีปัญหามั้ย” ไตรณรงค์เอ่ยบอกก่อนที่จะดื่มกินกันเพื่อนๆต่อไปโดยใส่ใจพัญวลัยมากที่สุดจนเพื่อนพากันมองเป็นตาเดียวจนกระทั่งถึงเวลาสำคัญเพื่อนๆในห้องพยักพเยิดให้พัญวลัยทำตามแผนที่วางไว้

“ต้นกล้า ฉันเป็นตัวแทนของเพื่อนๆในห้องมอบสิ่งนี้ให้นาย อ่ะ เอาไปอ่านที่กรุงเทพนะ ฉันด่าไว้ในนั้นเยอะกลัวนายจะด่าคืน” พัญวลัยเอ่ยบอก ไตรณรงค์ยิ้มก่อนที่จะรับมาถือไว้

“ไว้เราจะไปอ่านที่กรุงเทพตามที่สั่งนะ” ไตรณรงค์เอ่ยบอกพร้อมทั้งมองดูไดอารี่เล่มหนาอย่างหวาดกลัว ‘ไม่กล้าเปิดกลัวช้ำใจถ้าเจอคำด่าของพั้นจังเลย’

“แล้วพวกเราก็มีของที่ระลึกเล็กๆน้อย ๆให้นายด้วย อ่ะนี่ของฉันไม่ถึงกรุงเทพห้ามเปิดนะ ถ้านายแอบเปิดเจอดีแน่” พัญวลัยเอ่ยก่อนที่จะยื่นกล่องของขวัญให้แล้วกลับไปนั่งปล่อยให้คนอื่น ๆมอบของขวัญที่ระลึกให้ไตรณรงค์

“เราก็มีให้ทุกคนนะ เป็นพวกกุญแจรูปต้นกล้าของใบข้าว ข้าวยังไม่โต” ไตรณรงค์เอ่ยบอกก่อนที่จะยื่นกล่องใส่กุญแจให้เพื่อนๆก่อนที่ตะมายืนตรงหน้าพัญวลัยแล้วยื่นให้ “อ้ะ นี่ของพั้น เก็บไว้ดี ๆนะ”

“อืม ขอบใจ อย่าลืมนะของที่ระลึกกับไดอารี่ต้องเปิดที่กรุงเทพ” พัญวลัยเอ่ยบอกก่อนที่จะกำชับอีกครั้ง

“รับทราบคร๊าบบบบ” ไตรณรงค์เอ่ยบอกก่อนที่จะถูกเพื่อนคนอื่นลากไปเต้นกันบนเวทีเล็กๆ

“อารายยยยเนี่ย ไม่เหมือนคนอื่นนี่น๊า สร้อยข้อมือสวยเชียว” พิมพ์ลภัสที่นั่งอยู่ข้างๆพัญวลัยเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นของในกล่องของพัญวลัย “คนพิเศษนะเนี่ย”

“บ้าตัวนี่นับวันแซวเก่ง” พัญวลัยเอ่ยอย่างขัดเขินขึ้นมา หลังจากถูกไตรณรงค์สารภาพรักวันนั้นเด็กสาวก็เอามาปรึกษาพิมพ์ลภัสในเช้าวันต่อมาจนกระทั่งวันนี้พิมพ์ลภัสยังล้อเธอไม่เลิก พัญวลัยทำเป็นสนใจความสนุกสนานบนเวทีก่อนที่ทุกคนจะถูกเรียกไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

วันต่อมา

“ลาก่อนนะทุกคน” ไตรณรงค์เอ่ยบอกเพื่อนๆที่มารอส่งเขาที่บ้านก่อนที่จะหันไปมองพัญวลัย

“อย่าให้เจออีกนะยัยเพลี้ยกระโดด…เจอเมื่อไหร่จีบแน่” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงดังก่อนที่จะรีบวิ่งไปขึ้นรถ ทิ้งให้คนถูกขู่ถูกเพื่อนมองอย่างล้อเลียนจนอายม้วน

สามวันต่อมา

“ต้นอ้อว่าพี่ควรเปิดอ่านมั้ย” ไตรณรงค์เอ่ยถามน้องสาวอย่างตฤณรดาหรือต้นอ้อที่อายุน้อยกว่าเขาสองปี

“เปิดสิกลัวอะไร อย่างมากก็แค่โดนคนที่ชอบด่าไม่ได้โดนด่าตรง ๆต่อหน้านิ ต้นอ้อไปเข้าห้องน้ำนะอ่านดี ๆ” เด็กสาวเอ่ยบอกพี่ชายก่อนที่จะวิ่งเข้าห้องน้ำไป ไตรณรงค์มองก่อนที่จะเปิดกล่องของที่ระลึกของพัญวลัย ที่จริงที่หันมาเปิดของที่ระลึกเพราะไม่อยากเปิดไปเจอคำต่อของอีกฝ่ายเท่านั้น

วินาทีแรกที่เห็นของขวัญที่ระลึกไตรณรงค์ถึงกับนิ่งอึ้งไปทันทีก่อนที่จะหยิบของชิ้นนั้นขึ้นมา มันคือกล้องถ่ายภาพดีไซน์สวยโดนใจเขาพร้อมกับมีการ์ดเขียนไว้

“รู้ว่ามีหลายตัวแล้ว…แต่เห็นชอบเลยซื้อให้ นี่เงินเก็บทั้งชีวิตเลยนะรักษาไว้ดี ๆ พัญวลัย” ไตรณรงค์อ่านข้อความในการ์ดก่อนที่จะยิ้มกว้างออกมาเด็กหนุ่มหันไปมองไดอารี่ก่อนที่จะตัดสินใจหยิบมันเปิดไปหน้าที่พัญวลัยเขียน

“ฉันรู้ว่านายชอบถ่ายรูป อยากเป็นตากล้องใช่มั้ยล่ะ ฉันเป็นกำลังใจให้นะ ฉันไม่ขอให้นายใช้กล้องของฉัน…แต่ฉันหวังว่าจะได้เห็นภาพที่นายถ่ายในนิตยสารดังๆนะ สู้ๆ ตั้งใจเรียนล่ะ

อย่าเอาแต่ถ่ายภาพจนลืมสนใจการเรียน ถ้านายเอาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองมาไม่ได้ฉัน…ไม่เก็บมาพิจารณาหรอกนะ

เรื่องที่นายถาม นายพูดในวันนั้นฉันจะจดจำไว้ ไว้เจอกันเมื่อไหร่ฉันจะบอกความในใจของฉันให้ฟังรอนะนายกล้า

ถึงนายข้าวยังไม่โต…จากพัญวลัย

ป.ล.ถ้าจะเป็นทาสรักฉันอย่าบังอาจไปรักใครอีก ไม่งั้นเจอดี”

ข้อความที่ได้อ่านทำให้ไตรณรงค์นิ่งอึ้งไปก่อนที่จะกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจจนน้องสาวที่เดินออกจากห้องน้ำต้องยกมือเกาศีรษะอย่างงุงงงว่าพี่ชายเธอเป็นอะไร

“ขอบใจนะพั้น เธอจะเป็นแรงบรรดาลใจของฉัน ฉันจะทำให้ได้ เธอคอยดูแล้วกัน” ไตรณรงค์เอ่ยคนเดียวหลังจากจัดการกับความดีใจไปได้สักพักก่อนที่จะมองรูปถ่ายของเธอกับเขาด้วยรอยยิ้ม "ฉันจะรอให้ถึงวันที่เราเจอกันอีกครั้ง ยัยเพลี้ยกระโดดที่รัก"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel