บท
ตั้งค่า

ตอนที่6

Jupjaeng talk.

"อื้ออ!!!" กี่โมงแล้วเนี่ย ฉันลืมตาขึ้นก็พบว่าข้างนอกสว่างแล้ว เมื่อคืนฉันหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

"อ๊ะ...เจ็บจัง"พอฉันขยับตัวจะลุกนั่ง ฉันก็ต้องนอนลงเหมือนเดิม ก็ช่วงล่างของฉันมันเจ็บอย่างบอกไม่ถูก ครั้งแรกของฉันทำไมมันเจ็บแบบนี้ล่ะ ถึงฉันจะแต่งตัวแรงขนาดไหน แต่เรื่องอย่างว่าฉันไม่เคยหรอกนะ ฉันตั้งใจจะเก็บไว้ให้คนที่ใช่ ให้พ่อของลูก แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว ความฝันของฉันพังทลายเพราะคนที่นอนเอาแขนใหญ่ๆพาดเอวฉันอยู่ เขาจะรู้ตัวไมว่าแขนตัวเองมันหนักขนาดไหนพาดมาได้ เอวฉันจะหักอยู่แล้วนะ

"จะรีบตื่นไปไหนคะ"คนข้างๆพึมพำก่อนที่เจ้าตัวจะซุกหน้าลงมาที่ซอกคอของฉันแล้วจูบเบาๆจนฉันขนลุกขึ้นมา เขาใช้แขนที่พาดอยู่ที่เอวรัดตัวฉันแน่นกว่าเดิมหลายเท่า จนฉันแทบจะหายใจไม่ออก

"ปล่อยหนูได้แล้ว หนูจะกลับห้อง"

"ไปไหว"

"..."พอโดนถามแบบนี้ ฉันก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าเดินไปไหวรึป่าว แต่ยังไงฉันก็ต้องกลับห้องอยู่ดี เพราะห้องนี้มันไม่ใช่ห้องของฉัน อีกอย่างคนที่เขาตั้งใจอยากจะมีอะไรด้วยมันยัยปรางค์ไม่ใช่ฉันสักหน่อย และที่สำคัญฉันไม่รู้จักเขาสักนิด

เมื่อคืนเขาให้ฉันเรียกเขาว่าพี่มิค ชื่อนั่นมันว่าที่คู่หมั้นของเพื่อนฉันนิ แล้วทำไมเขาต้องรักพาตัวยัยปรางค์ด้วยล่ะ นี่เขารักยัยปรางค์งั้นหรอถึงขนาดจะรวบหัวรวบหางให้ยัยปรางค์เป็นของเขา พอคิดแบบนั่นแล้วมันรู้สึกใจหายยังไงไม่รู้ ที่ฉันเป็นแค่ตัวแทนของเพื่อนรัก เหมือนฉันกำลังหักหลังเพื่อนอยู่เลยอ่ะ ถึงฉันรู้อยู่แล้วว่ายัยปรางค์มีใจให้พี่แบงค์ ยัยนั่นไม่ได้ชอบพี่มิคแต่ฉันก็อดคิดไม่ได้อยู่ดี

"เดี๋ยวพี่ไปส่ง เจ็บอยู่รึป่าว"คนถาม เลื่อนมือลงไปลูบตรงนั่นของฉัน ก่อนจะค่อยๆกรีดนิ้วไปตามรอยแยกที่มันยังแฉะเพราะน้ำที่เขาปล่อยไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

"อย่านะ หนูยังเจ็บอยู่"ฉันรีบจับมือเขาไว้ก่อนที่เขาจะทำอะไรไปมากกว่านี้ เพราะตอนที่เขากรีดนิ้วไปมา เขาแกล้งสอดนิ้วเข้าไปในนั่น มันยังเจ็บไม่หายเลยนะ ถ้าเอากับเขาอีกทีฉันคงไม่ต้องเดินไปหลายวันแน่ๆ ก็ของเขามันเล็กซะที่ไหน เมื่อคืนตอนที่เขาสอดท่อนเอ็นเข้าไปข้างใน มันคับจนฉันอึดอัด ขยับแต่ละทีมันเจ็บเหมือนกำลังจะฉีกเลย

"หึ!!!พี่ไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อย แค่จะดูว่ามันบวมอยู่รึป่าว เมื่อคืนมันบวมมากเลยนะรู้ไม แต่เวลามันกลืนของพี่เข้าไปมัน..."

"อย่าพูด"พอได้ยินเรื่องที่เขากำลังจะพูด ฉันเลยยกมือปิดปากเขาไว้ ไม่ให้เขาพูดต่อ คนอะไรพูดเรื่องอย่างว่าได้ไม่อายปาก แค่เขาทำสายตาเจ้าเล่ห์ใส่ฉันก็รู้สึกเขินขึ้นมาแล้ว

"ไม่พูดก็ได้ค่ะ ว่าแต่แมวน้อยของพี่ชื่ออะไรคะ"

"..."

"ว่าไงค่ะถ้าไม่ยอมบอก พี่จะเรียกหนูว่า แมวน้อย"เขาบ้ารึป่าวอยู่ดีๆมาตั้งชื่อให้ฉันว่าแมวน้อย ชื่อฉันออกจะน่ารัก เมื่อคืนก็เรียกฉันว่าแมวน้อยๆ ฉันเหมือนแมวตรงไหนไม่ทราบ

"จุ๊บแจง หนูชื่อจุ๊บแจงไม่ใช่แมวน้อยสักหน่อย"

"หึ!!!จุ๊บแจงก็จุ๊บแจง แบบนี้รึป่าว จุ๊บ! จุ๊บ! จุ๊บ!"คนที่นอนอยู่ข้างๆอมยิ้มก่อนจะจูบลงที่ไหล่ฉันเสียงดังจุ๊บๆ นี่เขากำลังล้อเลียนชื่อฉันอยู่ใช่ไม

"ปล่อยหนูได้แล้ว หนูเหนื่อยอยากไปพัก"

"เรียกพี่ว่าพี่มิคก่อน พูดเพาะๆด้วยค่ะ แล้วพี่จะยอมให้กลับ แต่แค่วันนี้นะ"

"..."

"ถ้าไม่เรียกพี่ว่าพี่มิคก็นอนมันอยู่แบบนี้แหละค่ะ"พูดเสร็จเขาก็กอดเอวฉันแน่นกว่าเดิม

"หนูหายใจไม่ออก ปล่อยหนูเถอะค่ะ หนูไม่รู้ว่าเพราะอะไรพี่มิคถึงต้องลักพาเพื่อนหนูด้วย ในเมื่อพี่มิคได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็ควรปล่อยหนูไป เพราะหนูไม่ใช่ยัยปรางค์"

"..."คนข้างๆฉันขมวดคิ้วทันทีที่ฉันพูด ก็ฉันอยากรู้ไงว่าเขามีอะไรกับยัยปรางค์ถึงต้องลักพาตัวยัยนั่นแบบนี้ แต่เขากลับไม่ตอบคำถามฉัน ฉันก็ขี้เกียจรอฟังคำตอบเหมือนกัน ฉันเลยยกแขนเขาออกจากตัวก่อนจะค่อยๆขยับตัวลงจากเตียง ถึงมันจะเจ็บเวลาขยับตัวแต่ฉันไม่ควรอยู่ที่นี่ พอทรงตัวที่พื้นได้ฉันก็ค่อยๆเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่โดนถอดทิ้งตั้งแต่เมื่อคืนมาใส่ทีละชิ้น

"ยัยปรางค์เป็นเพื่อนหนู ถ้าหนูเดาไม่ผิดพี่มิคคงเป็นว่าที่คู่หมั้นของยัยปรางค์ หนูขอร้องนะคะ เรื่องนี่อย่าบอกยัยปรางค์ อย่าให้ยัยนั่นรู้เด็ดขาด ให้จบแค่ตรงนี้พอ"ที่ฉันพูดแบบนี้เพราะว่ารู้สึกผิดกับเพื่อนรัก ถึงเขาสองคนยังไม่ได้หมั้นหมายหรือแต่งงานกันแต่ฉันกับเขาก็ไม่สมควรจะทำแบบนี้ ฉันไม่อยากให้ยัยปรางค์เสียความรู้สึกเพราะฉัน ยัยนั่นเป็นเพื่อนคนเดียวที่ฉันมี ถึงเรื่องเมื่อคืนที่ฉันโดนจับตัวมาจะไม่ใช่ความผิดของฉัน แต่เรื่องที่ฉันมีอะไรกับว่าที่คู่หมั้นของเพื่อนฉันก็ผิดเหมือนกันที่ดันมีอารมณ์ร่วมไปกับเขา

"เดี๋ยวสิค่ะ ให้พี่ไปส่งนะ"พี่มิคคว้ามือฉันไว้ตอนที่ฉันกำลังจะเปิดประตูห้อง

"ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูกลับเองได้" ก็ห้องฉันอยู่ห่างกับเขาแค่สิบกว่าชั้นเอง ฉันพูดจบก็เปิดประตูออกไปทันที โดยที่ไม่ได้ฟังเสียงเรียกของคนด้านใน พอเปิดประตูออกมาก็เจอกับลูกน้องของเขาทั้งสองคน ที่ผลักฉันเข้าไปในห้องเมื่อคืน พวกเขาหันมามองฉันที่เพิ่งเดินออกมาจากห้อง ก่อนจะลุกเดินเข้ามาขวางทางไม่ยอมให้ฉันเดินไปที่ลิฟท์

"ไม่ต้อง"เสียงคนด้านหลังทำให้ผู้ชายสองคนยอมหลีกทางให้ฉัน

"พอใจพวกคุณแล้วใช่ไม"ฉันพูดแค่นั่นก่อนจะลงลิฟท์มาที่ห้องของตัวเอง

พอเข้ามาในห้องได้สิ่งแรกที่ทำคือการอาบน้ำ ฉันรีบสำรวจร่างกายทันทีว่าตรงไหนผิดปกติบ้างเพราะพรุ่งนี้ฉันต้องเดินทางไปภูเก็ตเพื่อถ่ายแบบให้นิตยาสารชื่อดังของเมืองไทย โชคดีที่เขาไม่ได้ทำรอยไว้บนตัวฉันไม่งั้นฉันแย่แน่ๆเลย จะมีก็แต่ตรงนั่นของฉันมันยังบวมแดงไม่หาย พออาบน้ำเสร็จฉันก็นอนหลับเหมือนซ้อมตายเลย มาตื่นอีกทีเกือบสามโมงเย็นเพราะหิวข้าว

ก๊อกๆๆๆ

"ลูกพี่ให้ผมเอามาให้ครับ"พอฉันเปิดประตูก็เจอผู้ชายคนเมื่อวานที่จับตัวฉันออกมาจากรถ เขากำลังถือถุงอาหารอยู่ พอพูดเสร็จเขาก็ยื่นถุงให้ฉัน พร้อมกับกระเป๋าสะพายของฉันที่อยู่ในรถยัยปรางค์ ฉันเลยรับกระเป๋ามาถือไว้

"อาหารด้วยครับ ถ้าคุณไม่รับไว้ผมคงแย่"ฉันมองหน้าเขาก่อนจะรับถุงอาหารที่เขายื่นมาให้

"ขอบใจนะ"

"ผมต้องขอโทษที่คิดว่าคุณคือ..."

"ช่างมันเถอะ"ฉันพูดขึ้นทั้งที่เขายังพูดไม่ทันจบ ในเมื่อมันผ่านมาแล้ว กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว สิ่งที่ฉันเสียไปก็เอาคืนมาไม่ได้ ฉันเลยไม่อยากจะคิดถึงมันอีก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel