ตอนที่ 3 สายฝนแห่งชะตา
คำหอมเธอมาถึงสถานที่ไหว้ขอพรแล้วแต่เหมือนว่าเธอนั้นจะเลือกวันมาผิดเพราะพอมาถึงเหมือนฝนกำลังตั้งเค้าดำมืดน่ากลัวมากลมก็แรงแต่ยังไม่มีเม็ดฝนตกลงมา เธอเลยตัดสินใจรีบเข้าไปไหว้ขอพรสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ดังเรื่องการขอความรักเนื้อคู่
คำหอมเธอนั้นนั่งยังไม่ทันได้ตั้งจิตอธิษฐานแต่อย่างใดเสียงสายฟ้าก็ดังผ่าลงมาที่ตัวเธอจากนั้นสติเธอนั้นก็ดับวูบไม่รับรู้สิ่งใดอีกแต่จิตสุดท้ายตั้งใจจะขอเรื่องความรัก
เสียงผู้คนโหวกเหวก โวยวายตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่อยู่ดีๆ หญิงสาวที่กำลังจะขอพรกับพระตรีมูรติกับถูกฟ้าผ่ากลางลำตัวล้มลงไปนอนกับพื้น แต่ดีที่มีคนตั้งสติได้แจ้งหน่วยกู้ภัยกับรถพยาบาล ผู้คนต่างยืนมองดูเพราะไม่กล้าเข้าไปและคาดการณ์ว่าหญิงสาวนั้นคงจะเสียชีวิตแล้วเพราะร่างกายเธอนั้นนิ่งสนิทไม่ตอบสนองต่อสิ่งใดสร้างความสลดใจให้แก่ผู้คนโดยรอบทั้งเห็นใจและสงสารในคราวเดียวกัน ว่าทำไมเธอต้องมาเจอชะตาชีวิตเช่นนี้ด้วย
ก่อนที่หญิงสาวจะถูกฟ้าผ่าท้องฟ้าก็ดำคล้ำผู้คนต่างหาที่หลบฝนกันแต่จนถึงตอนนี้ฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตกแต่กลุ่มเมฆดำนั้นยังอยู่ไม่ได้สลายหายไปไหน รอได้ไม่นานทั้งรถกู้ภัยรถพยาบาลต่างมาถึงที่เกิดเหตุที่มีคนโทรแจ้งเหตุคนถูกฟ้าผ่า
ทั้งกู้ภัยและกลุ่มพยาบาลฉุกเฉินมาหาตรวจเช็กร่างหญิงสาวที่ถูกฟ้าผ่าก็จะสลดใจเหมือนร่างหญิงสาวนั้นได้เสียชีวิตไปแล้วในมือหญิงสาวเธอยังกำดอกกุหลาบแดง 9 ดอก ธูปเทียนของเตรียมที่จะกราบไหว้ ทำให้คนโดยรอบถึงกับหลั่งน้ำตาและขอให้เธอไปสู่ภพภูมิที่ดีมีความรักที่สวยงาม
พอกู้ภัยได้ยกร่างของหญิงสาวออกไปเม็ดฝนที่สมควรจะตกตั้งนานกลับมาหลั่งเม็ดฝนจำนวนมากในตอนนี้ท้องฟ้าก็กับเป็นเหมือนปกติเป็นท้องฟ้ายามค่ำคืนดังเดิม
โรงพยาบาลxxxxxx
ทางโรงพยาบาลได้ติดต่อไปทางเพื่อนของผู้เสียชีวิตเพราะตามประวัติผู้เสียชีวิตไม่ได้มีญาติที่ไหน คงต้องรอเพื่อนของผู้เสียชีวิตมารับร่างไปทำพิธีทางศาสนา
"นี่พี่เธอน่าสงสารเนาะพี่ว่าไหม"
"อืม ตอนที่มีคนโทรแจ้งพี่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นผู้หญิงแถมทั้งสวยอีกต่างหากทำไมถึงได้โสดกันคนสวยๆ น่าสงสารมากเธอกำลังจะได้ทำในสิ่งที่ต้องการแล้วเชียวแต่ดันมาโชดร้ายเสียก่อน"
คะนิ้งที่ได้รับสายจากโรงพยาบาลทำให้ตัวเธอนั้นชาสั่นกับสิ่งที่ปลายสายได้เอ่ย หลังจากวางสายจากโรงพยาบาลเธอนั้นตั้งสติรีบกดโทรหาต้นหอมบอกเล่าที่สิ่งตนเองพึ่งจะรับรู้และนัดกันให้ไปเจอที่โรงพยาบาลทันทีไม่คิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องมารับร่างที่ไร้วิญญาณของเพื่อนรักเฉกเช่นในตอนนี้ที่…
"ยัยนิ่งทำไมมันถึงเป็นแบบนี้…ยัยหอม" ต้นหอมเธอไม่เชื่อว่าผู้หญิงตรงหน้าคือเพื่อนเธอใจเธอยากที่จะยอมรับ แต่ความเป็นจริงแสนเจ็บปวดยิ่งกว่า
"ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้ ฉันรู้แค่ว่ายัยหอมจะไปไหว้ขอความรักที่เดียวกับที่เราเคยไปแต่มันบอกจะไปคนเดียว ฉันน่าจะไปกับมันด้วยฉันไม่ควรปล่อยมันให้ไปคนเดียว"
"อย่าโทษตัวเองเลยยัยนิ้ง"
"แต่ยัยหอมไม่อยู่แล้ว"
"ฉันรู้แต่ยัยหอมคงจะไปอย่างไม่เป็นสุขถ้ารู้ว่าแกโทษตัวเองเช่นนี้เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้มันเกิดเหรอ เพื่อนจะได้ไปอย่างหมดห่วง"
คะนิ้งและต้นหอมจัดการพิธีทุกอย่างเพื่อส่งเพื่อนรักไปสวรรค์เป็นครั้งสุดท้ายจากกันครั้งนี้คงอีกนานกว่าเราจะได้มาภพเจอกันอีกครั้ง
อีกฟากฝั่งหนึ่งเป็นยุคโบราณที่ย้อนเข้ามาในยุคที่ล้าสมัยผู้คนยากไร้ ยุคข้าวยากหมากแพงยุคที่ทุกคนต้องดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตตนเองและครอบครัวมีข้าวกินเพื่อประทังชีวิต ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างดิ้นรนทำงานเพื่อประทังชีวิตลูกเด็กเล็กแดงพอเริ่มโตขึ้นมาหน่อยก็ต้องออกไปหางานทำหรือไม่ก็ต้องช่วยพ่อแม่ทำงานที่หนักเทียบเท่าที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน
"นังหลินซูซินแกหายหัวไปอยู่ที่ไหน"
หลินซูซิน ตั้งแต่ที่ท่านย่าเสียไปตอนอาบที่ตัวนางได้เพียง 8 หนาว ชีวิตต่อจากนั้นเหมือนตกนรกทั้งเป็นจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน
"ท่านแม่ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะ"
"แกมัวแต่ทำอะไรอยู่กับข้าวกับปลาไม่มีตั้งโต๊ะหลินอ้ายถงตื่นมาไม่มีข้าวกิน แกรีบไปทำมาเลยนะนังตัวดี"
"ท่านแม่ข้าต้องทำงานอีกมากมายตอนนี้ข้าจะต้องนำผ้าไปซักที่ลำธารเดี๋ยวจะสายเอา ในครัวมีแผ่นแป้งจี่อยู่เจ้าค่ะ"
"นังบ้าลูกฉันกินได้ซะที่ไหนแกรีบเข้าไปทำกับข้าวเดี๋ยวนี้นังซูซิน"หลินเย่ถงนางเกลียดชังลูกเลี้ยงมาตั้งแต่นังซูซินยังเด็กเพราะใบหน้าที่สวยสง่าถอดแบบมาเหมือนแม่มัน แต่เสียดายที่นางหลินลี่เหมยมันตายตอนคลอดลูก แต่มียัยเฒ่าหลินชูหรงที่คอยเลี้ยงดูนังซูซินมาตลอดเพราะท่านพี่เกลียดมันที่ทำให้นังลี่เหมยตาย แต่นังแกนั่นก็อยู่คุ้มกะลาหัวนังซูซินไม่ได้ตลอดแกตายไปเสียก่อน
