บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 เริ่มต้นชีวิตใหม่

ท่ามกลางป่าเขาในดินแดนที่ห่างจากเมืองหลวงของแคว้นต้าเว่ย เหอเจียวเจียวกำลังนั่งทอดถอนใจพลางมองทิวทัศน์อันงดงามบนม้านั่งที่ตั้งอยู่ตรงลานหน้าบ้านด้วยความหนักอึ้งอยู่ในอก เอ่อ ที่จริงแล้วน่าจะเรียกได้ว่าหนักอึ้งไปทั้งตัวเลยต่างหาก

ก่อนที่นางจะมายังที่แห่งนี้นางคือเหอเจียวเจียว นางแบบดาวรุ่งที่กำลังก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต แต่แล้วเพียงเพราะความประมาทของผู้อื่น นางจึงจำต้องมาอยู่ในที่แห่งนี้ และยังอยู่ในร่างใหม่ร่างนี้ด้วย ร่างใหม่นี้ถึงแม้ว่าจะมีชื่อสกุลเดียวกับนางแต่รูปร่างหน้าตากลับตรงข้ามกับนางอย่างสิ้นเชิง จากรูปร่างผอมสูงใบหน้าโฉบเฉี่ยวทันสมัย กลายเป็นหญิงอ้วนตัวเตี้ยผิวคล้ำส่วนใบหน้านั้นก็อ้วนกลมและขรุขระไปด้วยสิว เพราะความตกตะลึงในรูปร่างและความเป็นอยู่ของร่างนี้ นางจึงได้มานั่งทอดถอนใจเพียงคนเดียว

“พี่สะใภ้ ท่านไม่ได้กินข้าวมาหลายมื้อแล้วนะเจ้าคะ ขืนยังเป็นเช่นนี้ต่อไปท่านอาจจะล้มป่วยลงไปอีกนะเจ้าคะ” จ้าวเฟิงหย่าเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“พี่สะใภ้หากท่านกังวลว่าจะออกไปล่าสัตว์มาเลี้ยงดูพวกเราไม่ได้ พวกข้าก็แค่กินให้น้อยลงอีกหน่อย เพียงเท่านี้ก็จะมีอาหารเพียงพอให้กินไปทั้งฤดูหนาวแล้วนะขอรับ” จ้างเฟิงเซิ่งเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเกินวัย ทำให้เหอเจียวเจียวอดทอดถอนใจออกมาอีกครั้งไม่ได้

“น้องสามีทั้งสองพวกเจ้าเข้าไปในบ้านเถิด ไม่ต้องกังวลเรื่องข้าหรอก ส่วนเรื่องเสบียงในฤดูหนาวนี้ก็ยิ่งไม่ต้องกังวลเข้าไปใหญ่ ข้าเข้าไปในป่าสักหน่อยก็ได้แล้ว” เหอเจียวเจียวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แล้วมองไปยังภูเขาอันสลับซับซ้อนที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

‘เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งยังจะต้องกลัวอะไรอีก ได้เกิดใหม่อีกครั้งเช่นนี้ก็นับว่าสวรรค์เมตตาแล้ว มิสู้ใช้ชีวิตต่อไปให้ดีจะมานั่งเสียดายเรื่องรูปกายภายนอกที่เปลี่ยนไปทำไมกัน ตอนนี้สิ่งที่ควรจะกังวลก็คือทำอย่างไรจะสามารถมีชีวิตรอดอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีสิ่งใดมาอำนวยความสะดวกแห่งนี้ได้ต่างหาก’ เหอเจียวเจียวได้แต่คิดในใจพลางลุกขึ้นแล้วจูงเด็กทั้งสองเข้าไปในบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กทั้งสองต้องลมหนาวที่เริ่มพัดมาแล้วจนล้มป่วยลงไปอีก

บ้านสกุลจ้าวแห่งนี้มีกันอยู่เพียงสามคนพี่น้อง มีจ้าวเฟิงเซิ่งและจ้าวเฟิงหย่าที่เป็นฝาแฝดชายหญิงคู่หนึ่ง และจ้าวเฟิงป๋อผู้เป็นมามีของเหอเจียวเจียว ใช่แล้ว! เหอเจียวเจียวคนนี้มีสามีแล้วแถมยามนี้ก็ไม่รู้ว่าสามีของนางล้มหายตายจากไปแล้วหรือยังอีกด้วย

ก่อนหน้านี้จ้าวเฟิงป๋อรู้มาว่าทางการกำลังจะเกณฑ์ไพร่พลเพื่อพาไปเป็นทหาร ด้วยอายุและสภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงของเขา เขารู้ดีว่าตนเองจะต้องถูกเกณฑ์เป็นแน่จึงอดกังวลถึงเรื่องความเป็นอยู่ของน้องชายและน้องสาวไม่ได้ เงินเก็บทั้งหมดของเขาจึงถูกนำมาเป็นสินสอดเพื่อใช้แต่งงานรับสตรีที่พอจะดูแลน้องชายและน้องสาวของเขาได้เข้าบ้านมา ตอนที่เขาไม่อยู่ภรรยาของเขาจะได้คอยดูแลเด็กสองคนนี้แทนเขา

เหอเจียวเจียวคือหญิงสาวในหมู่บ้านที่เขาหมายตาเอาไว้ นางไม่ใช่คนสวย ผิวกายดำคล้ำเพราะตากแดดตากลมทำงานหนักอย่างขยันขันแข็งมานานหลายปี รูปร่างอวบอ้วนแต่แข็งแรงสามารถหาบน้ำตัดฟืนแถมบางครั้งเขายังเคยพบว่านางชอบแอบไปล่าสัตว์แล้วย่างกินอยู่คนเดียวในป่าอย่างเมามันอยู่หลายครั้ง อีกทั้งนางยังเป็นคนที่มีจิตใจดีถึงแม้ว่าหลายคนจะคิดว่านางโง่เขลาแต่สำหรับเขานางไม่มีทางคิดเอาเปรียบน้องๆ ของเขาได้อย่างแน่นอน เขาจึงตัดสินใจว่านางนี่แหละคือหญิงสาวที่เขาจะต้องแต่งงานด้วยให้ได้

บ้านสกุลเหอคือบ้านของลุงและป้าของนาง พวกเขามีลูกชายและลูกสาวแล้วอย่างละหนึ่งคน เหอเจียวเจียวจึงถูกเลี้ยงดูอย่างไม่ค่อยจะได้รับความใส่ใจเท่าใดนัก แต่ตอนที่เขาไปสู่ขอนางบ้านสกุลเหอก็แทบจะลุกเป็นไฟ หนึ่งเพราะคิดว่าเขาควรจะสู่ขอเหอเจินจูมากกว่า และสองพวกเขาต้องการจะเก็บเหอเจียวเจียวเอาไว้ใช้งาน แต่เมื่อได้เห็นก้อนเงินทั้งหมดของเขา บ้านสกุลเหอจึงได้ยินยอมแต่โดยดี

คิดไม่ถึงว่ายังไม่ทันจะได้เข้าหอก็มีประกาศจากทางการเรียกตัวชายหนุ่มในหมู่บ้านเสียแล้ว จ้าวเฟิงป๋อจึงจำเป็นต้องจากไปโดยน้องชายและน้องสาวเอาไว้ให้สตรีที่พึ่งจะแต่งเข้าบ้านมา เคราะห์ดีที่เสบียงอาหารสำหรับฤดูหนาวเขากักตุนเอาไว้มากพอดี แต่เงินเก็บภายในบ้านกลับแทบจะไม่มีเพราะใช้เป็นสินสอดไปแล้ว แต่เขาก็ยังจำเป็นต้องไปและคอยภาวนาว่าขอให้เขามองคนไม่ผิด..

“พี่สะใภ้ ท่านป้าสกุลเหอของท่านมาอีกแล้ว พี่สาวผู้นั้นของท่านก็มากด้วย พวกเราจะทำอย่างไรดีเล่าเจ้าคะ” คำถามนี้ของจ้าวเฟิงหย่าทำให้เหอเจียวเจียวชะงักแล้วก็นิ่วหน้าอย่างใช้ความคิดในทันที

ตอนที่นางตื่นขึ้นมาในร่างนี้ความทรงจำแรกในหัวของนางก็คือความร้ายกาจของบ้านสกุลเหอ อีกทั้งคนที่ทำให้เหอเจียวเจียวคนนี้ต้องนอนหมดสติอยู่บนเตียงถึงสองวันจวบจนนางเข้ามาอยู่ในร่างนี้ก็คือท่านป้าเหอ นางต้องการเข้ามาค้นหาเงินทองภายในบ้านสกุลจ้าวแต่ถูกเหอเจียวขวางกั้นเอาไว้ คนทั้งสองยื้อยุดกันอยู่นานสองนานสุดท้ายเหอเจินจูก็เข้ามาแล้วใช้ท่อนไม้ตีนางจนหมดสติไป เมื่อคิดขึ้นมาแล้วเหอเจียวเจียวก็อดยกมือขึ้นไปลูบรอยปูดนูนบริเวณท้ายทอยของตนเองไม่ได้ จนยามนี้แล้วนางยังคงรู้สึกเจ็บอยู่เลย

“เจียวเจียว นังเด็กโง่เปิดประตูให้ข้าเดี๋ยวนี้นะ” เสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดของท่านป้าเหอทำให้เด็กน้อยสองคนอดหวาดกลัวไม่ได้ ตอนที่พี่สะใภ้ของพวกเขาถูกตีจนสลบ ไม่เพียงสองแม่ลูกไม่ดูอาการของนางแต่ยังเตะซ้ำแล้วค้นข้าวของภายในบ้านเสียจนกระจุยกระจาย โชคดีที่เงินก้อนสุดท้ายพี่สะใภ้นำมาเย็บติดกับชายแขนเสื้อคลุมของนางเอาไว้ แต่โชคร้ายที่เสบียงอาหารที่พี่ชายกักตุนเอาไว้ถูกพวกนางเอาไปเสียจนเกือบหมด

“พวกเจ้าไม่ต้องกลัว อยู่ให้ห่างจากพวกนางสองแม่ลูกเอาไว้ก็พอ ประเดี๋ยวข้าจะออกไปจัดการกับพวกนางเอง”

“แต่พี่สะใภ้เจ้าคะ ท่านพึ่งจะหายดีนะเจ้าคะ” เจ้าเฟิงหย่าคัดค้านคำพูดของเหอเจียวเจียวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้องกลัว คราวนี้ข้าไม่คิดจะพลาดท่าให้พวกนางอีกแล้ว” เหอเจียวเจียวหันมาเอ่ยกับเด็กน้อยทั้งสองด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ แล้วเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปจากเดิมเช่นนี้สีหน้ากังวลของเด็กน้อยทั้งสองจึงได้พลอยผ่อนคลายลง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel