บท
ตั้งค่า

4

ฝ่ามือเรียวบางฟาดลงกลางทรวงอกของร่างในผ้าห่อศพอย่างรุนแรง เสียงกระแทกดังสะท้านไปทั่วห้องโถง

กู้เย่ว์เสวียนที่นอนนิ่งอยู่ในโลงถึงกับดวงตาเบิกโพลงใต้ผ้าขาว ความเจ็บปวดแล่นจากกลางอกทะลุไปถึงแผ่นหลัง ลมหายใจที่พยายามกลั้นไว้แทบสะดุด

เขาเกือบส่งเสียงครางออกมา แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เฉินหรงอันก็ร้องไห้โฮขึ้นอีกครั้ง

“ท่านฟื้นขึ้นมาสิ!”

ตุบ!

“ฟื้นขึ้นมามองหน้าข้า!”

ตุบ!

“เหตุใดท่านจึงทิ้งข้าไว้คนเดียว!”

ตุบ!

“เหตุใดจึงใจดำกับข้าเช่นนี้!”

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

เสียงฝ่ามือและกำปั้นกระแทกร่างดังต่อเนื่องไม่หยุดเฉินหรงอันทุบลงบนอก บนท้อง และช่วงไหล่ของกู้เย่ว์เสวียนครั้งแล้วครั้งเล่า

ต่อหน้าผู้คน นางคือภรรยาผู้เสียสติจากความโศกเศร้า แต่ความจริงแล้ว ทุกครั้งที่ลงมือ นางเลือกจุดอย่างแม่นยำ แรงพอดีให้เจ็บปวดรุนแรง แต่ไม่พอให้เลือดกระอักออกมาจนผู้คนจับพิรุธได้

ตรงอกซ้าย ใต้ชายโครง กลางลิ้นปี่ ทุกจุดล้วนเป็นตำแหน่งที่เจ็บที่สุด

กู้เย่ว์เสวียนทรมานจนร่างเกร็งกระตุก ใบหน้าภายใต้ผ้าห่อศพบิดเบี้ยวเหยเก เขาอยากร้อง อยากลุกขึ้นผลักนางออกไป อยากตะโกนถามว่านางบ้าไปแล้วหรือ แต่ทำไม่ได้ หากเขาขยับ หากเขาส่งเสียง ทุกอย่างจะจบสิ้นทันที

แผนแกล้งตายจะถูกเปิดโปง ความผิดฐานหลอกลวงเบื้องสูงและหนีทัพอาจนำไปสู่โทษประหารทั้งตระกูล ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงกัดฟันทนอยู่ในความมืด ทนรับกำปั้นของภรรยาที่เขาไม่เคยแตะต้อง ทนจนเหงื่อเย็นผุดเต็มแผ่นหลัง ทนจนเกือบจะหมดสติไปจริง ๆ

“ท่านพี่! ท่านตอบข้าสิ!”

ตุบ!

“ฟื้นขึ้นมาสิ!”

ตุบ!

“ข้ารอท่านมาตั้งหกปีนะเจ้าคะ!”

ตุบ! ตุบ!

เสียงร้องไห้ปานขาดใจปะปนกับเสียงกระแทกดังเป็นจังหวะ คนรอบข้างยิ่งฟังก็ยิ่งสงสาร มีเพียงฮูหยินเฒ่ากู้ที่ใบหน้าซีดเผือดลงเรื่อย ๆ นางมองเห็นชัดเจนว่าร่างของลูกชายกำลังสั่นกระตุก

แม้ผ้าห่อศพจะปิดบังไว้ แต่แรงสั่นนั้นย่อมหลอกตาผู้เป็นแม่ไม่ได้ หากปล่อยให้นางเฉินหรงอันทุบต่อไป

เย่ว์เสวียนอาจถูกตีตายจริง ๆ

“ลูกสะใภ้” ฮูหยินเฒ่ากู้รีบถลาเข้าไปดึงตัวเฉินหรงอันออกจากโลง

“หยุดมือเดี๋ยวนี้ เขาตายไปแล้ว เจ้าทำเช่นนี้จะให้เขาจากไปอย่างสงบได้อย่างไร”

เฉินหรงอันถูกดึงออกมาอย่างแรง ร่างบอบบางเซถลาไปด้านหลัง ชิงเฉียวรีบเข้าประคองไว้ทันที นางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดใบหน้า เสียงสะอื้นยังคงดังแผ่ว

“ท่านแม่... ข้าเสียใจเหลือเกินเจ้าค่ะ”

“ข้าไม่อาจทำใจได้จริง ๆ”

“ข้าเพียงอยากให้ท่านพี่ฟื้นขึ้นมามองข้าสักครั้ง” คำพูดนั้นทำให้บ่าวไพร่หลายคนยิ่งสะเทือนใจ แต่ใต้ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น ริมฝีปากแดงชาดของเฉินหรงอันกลับค่อย ๆ เหยียดยิ้ม แววตาคู่งามฉายประกายเย็นชาและสะใจ

‘เป็นอย่างไรบ้าง ท่านแม่ทัพใหญ่’

‘รสชาติของกำปั้นภรรยาแสนดีของเจ้า... พอรับไหวหรือไม่’

อีกด้านหนึ่ง ฮูหยินเฒ่ากู้รีบโน้มตัวเข้าไปใกล้ร่างในโลง แสร้งทำเป็นจัดผ้าห่อศพให้เรียบร้อย

แต่แท้จริงแล้วนางรีบแตะชีพจรของลูกชายด้วยปลายนิ้วสั่นเทา

ยามสัมผัสได้ถึงชีพจรที่ยังเต้นอยู่ แม้จะเร็วและรุนแรงเพราะความเจ็บปวด แต่นางก็ยังพอลอบถอนหายใจออกมาได้ ยังไม่ตาย ดีที่ยังไม่ตาย ฮูหยินเฒ่ากู้กัดฟันแน่น ก่อนหันไปตวาดบ่าวไพร่ด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“ปิดฝาโลง!”

“รีบเอาฝาโลงมาปิดเดี๋ยวนี้!”

“อย่าให้ลูกสะใภ้ต้องเห็นภาพสะเทือนใจอีก!”

บ่าวไพร่รีบรับคำแล้วขยับเข้ามาพร้อมฝาโลง บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ฮูหยินเฒ่ากู้เอาแต่เร่งให้ปิดฝาโลง เพราะกลัวว่าเฉินหรงอันจะพุ่งเข้าไปทุบตีลูกชายอีกครั้ง

ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่า เฉินหรงอันยืนอยู่ในอ้อมประคองของชิงเฉียว ดวงตาหลุบต่ำ มุมปากแฝงรอยยิ้มเย็นเฉียบ ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางต้องการ การรีบปิดฝาโลงในเวลานี้ คือก้าวแรกที่พวกเขาเดินเข้าสู่กับดักของนางด้วยตนเอง

ภายในห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพกู้ เสียงสะอื้นไห้ปานขาดใจของเฉินหรงอันยังคงดังสะท้อนอยู่ไม่ขาดสาย นางจึงอาละวาดทุบตีศพสามีอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับอยากให้เขาฟื้นขึ้นมา

เสียงนั้นปะปนกับเสียงฝ่ามือและกำปั้นกระแทกลงบนร่างในผ้าห่อศพดังเป็นระยะ

ตุบ!

ตุบ!

ตุบ!

ทุกครั้งที่เสียงนั้นดังขึ้น บ่าวไพร่ที่ยืนอยู่รอบด้านต่างพากันก้มหน้าต่ำลงกว่าเดิม ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้นมองภาพฮูหยินผู้กำลังคลุ้มคลั่งเพราะความอาลัย

ในสายตาของคนทั้งจวน เฉินหรงอันคือภรรยาผู้ทุกข์ระทม นางรอคอยสามีกลับมานานถึงหกปี แต่สุดท้ายกลับได้พบเขาในสภาพร่างไร้วิญญาณ ย่อมไม่แปลกที่นางจะเสียใจจนควบคุมตนเองไม่ได้

ทว่าใต้ผ้าห่อศพสีขาวหนาทึบนั้น กู้เย่ว์เสวียนกำลังทรมานราวกับตกนรกทั้งเป็น

ทุกครั้งที่กำปั้นของเฉินหรงอันกระแทกลงมา กระดูกชายโครงของเขาก็ราวกับส่งเสียงลั่นประท้วง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านจากหน้าอกลามไปทั่วร่าง เลือดลมในอกตีรวนจนแทบขาดใจ ใบหน้าภายใต้ผ้าขาวบิดเบี้ยวเหยเก เหงื่อเย็นไหลซึมทั่วแผ่นหลัง

ปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่อศพเกร็งแน่นจนแทบจิกเข้าไปในฝ่ามือตนเอง เขาอยากร้อง อยากผลักนางออกอยากลุกขึ้นมาถามว่านางเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร แต่ทำไม่ได้ หากส่งเสียงออกมาเพียงครึ่งคำ แผนการจะพังพินาศ ความผิดฐานหนีทัพและหลอกลวงเบื้องสูงจะลากเขาเข้าสู่แท่นประหารทันที ดังนั้นแม่ทัพใหญ่ผู้เคยกุมชีวิตผู้คนในสนามรบ บัดนี้จึงทำได้เพียงนอนนิ่ง ปล่อยให้ภรรยาที่เขาไม่เคยแตะต้องทุบตีจนแทบกระอักเลือด

ตุบ!

เมื่อเสียงกระแทกดังขึ้นอีกครั้ง ร่างของกู้เย่ว์เสวียนก็สั่นกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ ฮูหยินเฒ่ากู้เห็นภาพนั้นชัดเจน ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับกระดาษ หัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ปลายเท้า นางรีบสั่งให้คนจับตัวลูกสะใภ้อะไร

“หยุดบ้าได้แล้ว” ฮูหยินเฒ่ากู้ตวาดลั่น

“ข้าเพียง... ข้าเพียงทำใจไม่ได้”

นางยกผ้าเช็ดหน้าผืนบางขึ้นซับใบหน้า ไหล่ทั้งสองสั่นไหวไม่หยุด ท่าทางคล้ายสตรีผู้เจ็บปวดจนแทบยืนไม่อยู่ บ่าวไพร่รอบด้านเห็นแล้วต่างพากันน้ำตาคลอ

บางคนถึงกับลอบถอนหายใจด้วยความเวทนา ฮูหยินช่างน่าสงสารนัก

หญิงชรากำลังลนลานก้มลงตรวจร่างของกู้เย่ว์เสวียนอีกครั้ง เฉินหรงอันลอบหัวเราะในใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel