บทนำ : วิวาห์สีเลือดและฮูหยินตรากาลกิณี
บทนำ : วิวาห์สีเลือดและฮูหยินตรากาลกิณี
สายลมกรรโชกแรงพัดพากลิ่นธูปและควันเทียนคละคลุ้งไปทั่วจวนตระกูลหลิน ผ้าขาวและกระดาษเงินกระดาษทองปลิวว่อนราวกับหิมะที่ร่วงหล่นในฤดูมรณะ บรรยากาศภายในโถงไว้อาลัยเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่ดูจอมปลอมและเสียงก่นด่าที่แสนจะจริงใจ
"นางตัวซวย! นางตัวกาลกิณี! เจ้ามันเป็นปีศาจที่สวรรค์ส่งมาทำลายตระกูลข้า!"
เสียงตวาดแหลมสูงของหญิงชราดังสะท้อนก้อง นางใช้ไม้เท้าหัวมังกรกระแทกพื้นดัง ปึง! ปึง! จนบ่าวไพร่ที่คุกเข่าอยู่รอบๆ ตัวสั่นงันงก
เบื้องหน้าป้ายวิญญาณที่สลักชื่อ 'หลินจื่อหยวน' ร่างบอบบางในชุดไว้ทุกข์สีขาวหยาบๆ นอนหมดสติอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ ใบหน้าของนางซีดเซียวไร้สีเลือด ที่หน้าผากมีรอยแผลแตกยับเยิน เลือดสีสดไหลอาบแก้มลงมาตัดกับผิวขาวราวกระดาษ
นางคือ 'จั๋วชิงเหยา' เจ้าสาวหมาดๆ ที่เพิ่งแต่งเข้าตระกูลหลินได้เพียงวันเดียว
งานมงคลเมื่อวานซืน ยังไม่ทันจะพ้นข้ามคืน ข่าวร้ายก็มาเยือนเมื่อเช้าตรู่ หลินจื่อหยวน สามีป้ายแดงที่เป็นถึงรองแม่ทัพ ถูกลอบสังหารระหว่างปฏิบัติภารกิจด่วน ตกหน้าผาตายไร้ศพ
ยังไม่ทันได้ร่วมหอ... ก็กลายเป็นหม้าย ยังไม่ทันได้มีความสุข... ก็ถูกตราหน้าว่าเป็นคนฆ่าสามี
"ท่านแม่เฒ่า... ฮูหยินน้อยสลบไปแล้วนะเจ้าคะ" สาวใช้คนสนิทของจั๋วชิงเหยาพยายามคลานเข้าไปดูอาการเจ้านายด้วยความหวาดกลัว
"ปล่อยให้มันตายไปซะได้ก็ดี!" แม่เฒ่าหลิน ตวาดลั่น ดวงตาโปนโตเต็มไปด้วยความโลภและความเกลียดชัง "ลูกข้าตายเพราะดวงชะตาอัปยศของมัน! สินสอดที่ข้าเสียไปตั้งเท่าไหร่ สุดท้ายได้เมียกินผัวมาประดับบ้าน!"
หญิงชราหันไปกระซิบกระซาบกับแม่สื่อหน้าเลือดที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างเสา
"แม่สื่อโจว เรื่องที่คุยกันไว้ ตกลงตามนั้นใช่ไหม?"
แม่สื่อโจวโบกพัดจีบปิดปากหัวร่อ "แน่นอนเจ้าค่ะท่านแม่เฒ่า เศรษฐีเฒ่าหวังท้ายหมู่บ้านยินดีจ่ายหนัก เขาบอกว่าขอแค่หน้าตาสะสวย จะเป็นหม้ายหรือตัวกาลกิณีเขาก็ไม่สน เขาให้ราคาห้าสิบตำลึงทอง แลกกับตัวนาง... คืนนี้เลย"
"ดี!" แม่เฒ่าหลินแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "ส่วนสินเดิมของนังนี่ ทั้งที่ดิน ร้านค้า เครื่องประดับ ข้ายึดไว้ทั้งหมด ถือเป็นค่าทำศพและค่าเลี้ยงดูที่ลูกชายข้าต้องตายไป... รีบๆ ลากตัวมันไปมัดไว้ที่ห้องเก็บฟืน รอคนของเศรษฐีหวังมารับตัว!"
บ่าวชายร่างกำยำสองคนพยักหน้ารับคำสั่ง เดินอาดๆ เข้ามาหิ้วปีกร่างที่ไร้สติของจั๋วชิงเหยา
ทว่า...
ในจังหวะที่มือหยาบกร้านกำลังจะสัมผัสโดนไหล่บางนั้นเอง
เฮือก!
ร่างที่ควรจะหมดสติไปแล้วกลับสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ เปลือกตาบางใสกระตุกยิก ก่อนจะเปิดโพลงขึ้นฉับพลัน!
ไม่ใช่ดวงตาที่เลื่อนลอยและขลาดเขลาของสตรีในห้องหอคนเดิมอีกต่อไป แต่เป็นดวงตาที่คมกริบ ลึกล้ำ และเย็นเยียบราวกับบ่อน้ำพันปี!
ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วศีรษะ ความทรงจำสองสายไหลบ่าเข้ามาปะทะกันอย่างรุนแรง ภาพตึกระฟ้า รถสปอร์ตหรู การประชุมบอร์ดบริหารระดับหมื่นล้าน และวินาทีสุดท้ายที่เครื่องบินส่วนตัวดิ่งพสุธา... ซ้อนทับกับภาพความทรงจำของหญิงสาวผู้อาภัพที่ถูกแม่สามีโขกสับ ถูกสามีทอดทิ้ง และถูกผลักจนหัวฟาดพื้นเมื่อครู่นี้
'จั๋วชิงเหยา' ซีอีโอสาวแกร่งแห่งศตวรรษที่ 21 ขมวดคิ้วแน่น ...นี่ฉันยังไม่ตาย? แต่มาอยู่ในร่างของใครกัน? ...ขายให้เศรษฐีเฒ่า? ยึดสินเดิม? กาลกิณี?
สมองระดับอัจฉริยะประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ข้อมูลทางบัญชีและกฎหมายในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมถูกดึงขึ้นมาวิเคราะห์ วินาทีต่อมา ริมฝีปากบางที่เปื้อนเลือดก็เหยียดยิ้มเย็น
"ปล่อย"
คำพูดสั้นๆ แต่ทรงพลังดุจคำประกาศิต ทำให้บ่าวชายสองคนชะงักกึก มือไม้อ่อนแรงจนต้องปล่อยร่างนางลง
จั๋วชิงเหยาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะโงนเงน แต่แผ่นหลังกลับเหยียดตรง สง่างามและน่าเกรงขาม นางใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปาก ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองไปยังแม่เฒ่าหลินและแม่สื่อโจว
"เมื่อครู่... ผู้ใดบังอาจพูดว่าจะขายข้า?"
น้ำเสียงของนางเรียบนิ่ง แต่กลับแฝงรังสีอำมหิตจนทำให้อากาศในห้องไว้อาลัยเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ
แม่เฒ่าหลินตะลึงงันไปชั่วขณะ ก่อนจะตั้งสติได้แล้วชี้หน้านาง "นังแพศยา! ฟื้นขึ้นมาก็ปากดีใส่แม่สามีเลยรึ! ข้าเป็นคนตัดสินใจเอง ข้าจะขายเจ้า เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาห้าม!"
จั๋วชิงเหยาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นช่างดูแคลนและเย้ยหยัน "สิทธิ์อะไรน่ะหรือ?"
นางก้าวเดินเข้าไปหาแม่เฒ่าหลินช้าๆ ทุกย่างก้าวหนักแน่นมั่นคง "สิทธิ์ในฐานะฮูหยินเอกที่ถูกต้องตามกฎหมาย และสิทธิ์ในฐานะเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมดที่พวกท่าน... กำลังจ้องตาเป็นมัน!"
"ฟังให้ดีนะพวกสวะ..." จั๋วชิงเหยาประกาศก้อง แววตาวาวโรจน์ดุจนางพญา "ชาตินี้ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะเอาเปรียบข้าได้แม้แต่แดงเดียว ใครกล้ายื่นมือเข้ามาแตะต้องของของข้า... ข้าจะสับมือนั้นทิ้งเสีย!"
ละครโรงใหญ่แห่งการทวงคืนความยุติธรรม... ได้เปิดม่านขึ้นแล้ว!
