
บทย่อ
แม่ทัพหยางเจี้ยน ชายผู้มีนามขจรไกลในสนามรบได้ก้าวขึ้นมาเป็นดั่งตำนานที่ยากจะหาใครเทียบเทียม ความกล้าหาญและชาญฉลาดของเขาเป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วทั้งแผ่นดิน ทุกการศึกที่เขานำทัพเขาล้วนกลับมาด้วยชัยชนะ แต่ท่ามกลางเกียรติยศและชัยชนะที่ส่องประกายดั่งดาบคมกริบ มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ถึงอีกด้านหนึ่งของแม่ทัพผู้นี้ ฉากหน้าที่แสดงออกถึงความสง่างามและเป็นผู้นำที่ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง ถูกบดบังด้วยฉากหลังที่ดำมืด ความเย่อหยิ่งที่ก่อให้เกิดความหมกมุ่นในกามารมณ์และความหื่นกระหายที่ไม่อาจดับลง ชายผู้นี้เป็นดั่งอัคคีที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวเมื่ออยู่ในความมืด เขามิได้เพียงแค่กระหายในชัยชนะในสนามรบ หากแต่ยังแสวงหาความพึงพอใจในรสสัมผัสที่มิอาจเติมเต็ม หยางเจี้ยนในยามสงบ มิใช่ผู้ยิ่งใหญ่แห่งการศึก แต่กลับเป็นชายหนุ่มผู้หลงใหลในตัณหาและความปรารถนาที่มิอาจระงับ
ตอนที่ 1 แม่ทัพผู้เร่าร้อน nc
แม่ทัพหยางเจี้ยน เป็นบุคคลที่เปรียบเสมือนดั่งเสาหลักแห่งราชสำนัก ผู้เป็นขุนพลคู่ใจขององค์ฮ่องเต้ ด้วยความสามารถในการนำทัพที่หาใครเทียบได้ยาก ผลลัพธ์เดียวที่ติดตามมาหลังจากการออกศึกของเขาก็คือชัยชนะ ท่านแม่ทัพ
หยางเจี้ยนได้กลายเป็นที่รู้จักทั่วแผ่นดินด้วยอายุเพียง 32 ปี ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับแม่ทัพใหญ่นายอื่น
ด้วยความอ่อนวัยและผลงานที่เปล่งประกาย หยางเจี้ยนจึงก้าวสู่ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว ความเก่งกาจของเขาไม่เพียงแต่สร้างความอิจฉาและริษยาให้กับขุนนางและชายหนุ่มคนอื่น แต่ยังดึงดูดสายตาและหัวใจของบรรดาสาวงามในวัง ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและความสามารถที่หาใครเปรียบ
ท่ามกลางแสงของหมู่ดาวที่ส่องสว่างบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ภายในจวนของท่านแม่ทัพหยางเจี้ยน บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเร่าร้อน แม่ทัพหนุ่มผู้เก่งกาจกำลังโอบกอดฮูหยินผู้เป็นที่รักของตน นางผู้มีชื่อว่าเหม่ยฟาง หญิงสาวที่เป็นที่เลื่องลือในเรื่องของความงดงาม
เหม่ยฟางนั้นงามจับตา นางมีผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจดั่งหิมะ ดวงตากลมโตเปล่งประกายเหมือนดวงจันทร์ยามค่ำคืน ริมฝีปากสีแดงระเรื่ออันอ่อนหวาน ท่าทางสง่างามและนุ่มนวลของนางทำให้ทุกคนที่ได้พบต่างต้องตะลึงในความงามของนาง
ท่านแม่ทัพหยางเจี้ยนและเหม่ยฟางถูกชะตาฟ้าลิขิตให้เป็นคู่ครองกัน แม้ท่ามกลางหน้าที่การงานที่หนักหน่วง แต่เมื่อได้กลับสู่ตำหนัก หยางเจี้ยนก็ปลดเปลื้องความเคร่งเครียดลงเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับนางผู้เป็นที่รัก
"เหม่ยฟาง... เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าคิดถึงเจ้ามากมายเพียงไหน" เสียงของหยางเจี้ยนสั่นคลอนเล็กน้อย เขามองสบตานางด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรักที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจ นับตั้งแต่การออกรบที่ยาวนาน ความเหนื่อยล้าจากสนามรบถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นจากอ้อมกอดของนางเพียงผู้เดียว
แม่ทัพหนุ่มหยางเจี้ยนไม่สามารถต้านทานความรู้สึกภายในใจของตนได้อีกต่อไป เขาจูบเหม่ยฟางอย่างเร่าร้อน ริมฝีปากของเขาประทับลงบนเรียวปากอันนุ่มนวลของนางราวกับชายผู้ที่ต้องทนอดอยากมานานแสนนาน ความปรารถนาและความคิดถึงที่กักเก็บเอาไว้ถูกถ่ายทอดผ่านสัมผัสนั้น ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความหลงใหลและความรักที่ลึกซึ้ง
"เจ้าคนเถื่อน! เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าตัวเจ้าแอบไปร่วมรักกับสาวงามมามากมายนับครั้งไม่ถ้วน!" เหม่ยฟางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดุดันและแฝงความเจ็บปวด ความโกรธในน้ำเสียงของนางแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ดวงตาของนางวาวโรจน์ สะท้อนถึงความขุ่นเคืองที่เก็บสะสมไว้
แต่หยางเจี้ยนหาได้หยุดไม่ เขาตอบรับความโกรธนั้นด้วยความร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม แม่ทัพหนุ่มไม่สนใจคำกล่าวหาของนาง ริมฝีปากของเขาบดขยี้ริมฝีปากของนางอย่างหิวกระหาย ความกระหายนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความต้องการทางกาย แต่เป็นความปรารถนาที่ลึกซึ้งกว่านั้น ราวกับว่าเขาต้องการยืนยันถึงความผูกพันที่ไม่อาจหักล้างได้ระหว่างพวกเขา
"ไม่มีสตรีนางใดจะคู่ควรเป็นฮูหยินของข้าเท่ากับเจ้าอีกแล้ว ความเร่าร้อนและความร่านของพวกนางนั้นมันเทียบเจ้าไม่ติด" แม่ทัพหยางเจี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หื่นกระหาย สายตาของเขามีเพียงเหม่ยฟางเท่านั้น สำหรับเขา นางเป็นสตรีที่คู่ควรที่สุดที่จะอยู่เคียงข้างเขาไปตลอดชีวิต
แม้เขาจะเคยพัวพันกับหญิงสาวมากมาย แต่ไม่มีผู้ใดทำให้เขาหลงใหลและผูกพันได้เท่าเหม่ยฟาง ความเร่าร้อนและเสน่ห์ของนางทำให้เขาหลงรักนางอย่างถอนตัวไม่ขึ้น หยางเจี้ยนรู้ดีว่านางไม่เพียงแต่เป็นหญิงงามที่จับตาจับใจ แต่ยังเป็นหญิงที่เหมาะสมที่สุดที่จะเคียงข้างเขาทั้งในยามสงบและยามศึก
ในขณะที่หญิงอื่นอาจเป็นเพียงของเล่นชั่วคราว ความสัมพันธ์เหล่านั้นไม่อาจสั่นคลอนความรักที่เขามีให้กับเหม่ยฟาง นางเป็นภรรยาที่เขาแต่งงานด้วยตามประเพณีได้
แม่ทัพหยางเจี้ยนไม่รอช้า เขาจับเหม่ยฟางปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางออกในทันที ราวกับว่าความอดทนของเขาถูกทำลายลงจนหมดสิ้น เมื่ออาภรณ์หลุดจากกายของนาง
เหม่ยฟางมีเรือนร่างที่งดงามสมบูรณ์แบบ หน้าอกของนางมีขนาดใหญ่พอดีและได้รูปอย่างงดงาม ราวกับถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อดึงดูดทุกสายตาที่ได้พบเจอ ผิวของนางเนียนละเอียด ร่างกายทุกส่วนเต็มไปด้วยความนุ่มนวลและเสน่ห์ที่เย้ายวน หยางเจี้ยนไม่อาจละสายตาจากนางได้ ความงามของนางทำให้เขาหลงใหลอย่างสิ้นเชิง
ทุกเส้นโค้งและทุกสัดส่วนของนางช่างสมบูรณ์แบบ ร่างกายของเหม่ยฟางดูราวกับประติมากรรมที่สลักเสลาอย่างประณีต อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจ หยางเจี้ยนไม่อาจห้ามตนเองได้อีกต่อไป เขาโอบกอดนางด้วยความเร่าร้อน สัมผัสผิวของนางด้วยความกระหายที่ท่วมท้น
"อู๊ยยย... อ๊า... หยุดนะ เจ้าคนเถื่อน!" นางพยายามต่อต้าน แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับเต็มไปด้วยความสับสนระหว่างการห้ามปรามและความรู้สึกอื่นที่ผสมปนเปกัน
“ข้าไม่หยุด... ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังรู้สึกดี ข้ารู้จักความหิวกระหายของเจ้าเป็นอย่างดี ฮูหยินที่รักยิ่งของข้า” แม่ทัพหยางเจี้ยนพูดออกมาด้วยเสียงแหบพร่าและเร่าร้อน ดวงตาของเขาจ้องมองนางอย่างเต็มไปด้วยความหลงใหล
ขณะเดียวกัน มือของเขาก็ค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเหม่ยฟาง ช่วยปลุกเร่าอารมณ์ที่ร้อนแรงในตัวนาง อ้อมกอดของเขาแสดงให้เห็นถึงความรักและความปรารถนาที่มีต่อกัน ทุกสัมผัสเป็นดั่งเปลวไฟที่ทำให้ใจของนางพุ่งพล่าน ไม่สามารถต้านทานได้
เหม่ยฟางรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่ทำให้ร่างกายของนางตอบสนองต่อสัมผัสของเขา หัวใจของนางเต้นแรงมากขึ้น สัมผัสของเขาเป็นดั่งแรงดันที่กระตุ้นความรู้สึกและอารมณ์ให้พุ่งทะยานไปอีกขั้น
หน้าอกของนางพลิ้วไหวไปมาตามสัมผัสของมือท่านแม่ทัพ หยางเจี้ยน ร่างกายนางตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของเขาอย่างอ่อนหวานและเร่าร้อน สีหน้าของนางแดงก่ำระลอกไปถึงหู สะท้อนถึงความรู้สึกที่ปะทุขึ้นในใจ
“ฮูหยิน...” เสียงของหยางเจี้ยนแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา ดวงตาของเขาจับจ้องนางอย่างลึกซึ้ง นางหายใจกระเส่า ราวกับว่าธาตุแท้ของนางกำลังถูกเผยออกมา ความรู้สึกที่ปะทุเป็นไฟแสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของอารมณ์ที่มีต่อนางเหม่ยฟางรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจางหายไป ทุกอย่างรอบตัวดูเหมือนจะเงียบลง เหลือเพียงเสียงหายใจของตน
“หยางเจี้ยน! หยุดนะ ข้าจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!” เหม่ยฟางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความยากลำบาก หัวใจของนางเต้นรัวราวกับจะหลุดออกจากอก ร่างกายของนางกระสันไปทั้งตัว เนื้อตัวร้อนเป็นไฟ ราวกับว่าความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ภายในกำลังจะระเบิดออกมา
แต่ท่านแม่ทัพหนุ่มกลับไม่ฟังเสียงนาง เขายังคงโอบกอดเรือนร่างของนางและกระตุ้นความร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม “เจ้าจะมัวทนอยู่ทำไม? ปลดปล่อยมันออกมาเลย ข้าจะเป็นผู้ดับความเร่าร้อนของเจ้าเอง” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความความปรารถนา
